รีไฟแนนซ์บ้าน

 

 


อีกหนึ่งคำถามยอดนิยมที่คนกู้ซื้อบ้านมักจะถามตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเพื่อนๆ เพิ่งได้รับโบนัส มีเงินก้อนหรือเงินเย็นอยู่จำนวนหนึ่ง ก็มักจะตัดสินใจไม่ถูกว่าควรโปะเงินกู้บ้านดีไหม ถ้าโปะแล้วจะโปะเท่าไหร่ดี วันนี้พี่หมีจะมาช่วยเพื่อนๆไขข้อข้องใจปัญหานี้กันครับ

 

รีไฟแนนซ์บ้าน


1. สำรวจตัวเองก่อนว่ามีเงินออมฉุกเฉินหรือไม่
 

รีไฟแนนซ์บ้าน


เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดได้กับเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย ทั้งของตัวเองและครอบครัว ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ การถูกออกจากจากงาน เป็นต้น ดังนั้น ในกรณีที่เพื่อนๆมีเงินสดอยู่ก้อนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถโปะยอดเงินกู้บ้านให้หมดได้เลย 100% เพื่อน ๆ ควรแบ่งเงินจำนวนนั้นไว้เก็บออมเป็นเงินทุนสำรองยามฉุกเฉินก่อน ตามสูตรนี้ครับ
 

เงินออมฉุกเฉิน = (ค่าใช้จ่ายรายเดือน + เงินที่ต้องชำระหนี้) x ระยะเวลา 6 - 12 เดือน

 

หากเงินก้อนที่เพื่อน ๆ มีครอบคลุมในส่วนของเงินออมฉุกเฉินแล้ว ส่วนที่เหลือก็สามารถนำไปโปะบ้านได้เลยครับ

 


2. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบ้าน กับ อัตราผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุน
 

รีไฟแนนซ์บ้าน


ช่วงแรกๆของการผ่อนบ้าน (ส่วนมากจะอยู่ในระยะ 3-5 ปีแรก) เราจะได้รับอัตราดอกเบี้ยบ้านที่ถูกเป็นพิเศษครับ เช่น กู้บ้านจากธนาคาร A ได้โปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ย 0% ในช่วง 2 ปีแรก พี่หมีแนะนำว่า เราควรนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนก่อน ซึ่งเพื่อนๆสามารถเลือกการลงทุนตามแบบที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝากประจำ ฝากแบบออมทรัพย์พิเศษ หุ้น หรือกองทุนเป็นต้น โดยอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนนั้น ต้องมากกว่าอัตราดอกเบี้ยบ้านที่เราผ่อนอยู่นะครับ เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะมีเงินบางส่วนไว้ลงทุนต่อ หรือใช้จ่ายหมุนเวียนต่ออีกด้วยครับ

 


3. อย่าลืมเรื่อง ลดหย่อนภาษี
 

รีไฟแนนซ์บ้าน


ดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินกู้บ้านนั้น สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะครับ กรณีที่เพื่อน ๆ มีฐานเงินเดือนที่สูง และดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่จ่ายไปนั้นสามารถนำมาลดหย่อนตามจริง โดยช่วยให้เงินได้สุทธิกลายเป็นไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีแล้วล่ะก็ ถือว่าเพื่อน ๆ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คุ้มค่าอยู่ครับ แต่ถ้าหากดอกเบี้ยที่จ่ายไปนั้นเทียบกันแล้วไม่คุ้มกับภาษีที่เราลดหย่อนได้ อย่างนี้ก็ควรโปะครับ
 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนที่จะโปะ ต้องดูเงื่อนไขจากทางธนาคารก่อนนะครับ เพราะบางแห่งก็กำหนดไว้ว่า ไม่ให้โปะบ้านภายในระยะเวลาช่วงแรกๆ เช่น 3 ปีแรก หากโปะก่อนเราก็จะต้องเสียค่าปรับ เนื่องจากทางธนาคารยังไม่ได้รับกำไรจากอัตราดอกเบี้ยบ้านที่เราควรต้องจ่ายเท่าที่ควรครับ

 

เมื่อครบตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว หากเพื่อนๆ ยังไม่ต้องการโปะให้หมดทีเดียว อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ การขอรีไฟแนนซ์ จากธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยบ้านที่ต่ำลง โดยเพื่อน ๆ สามารถเลือกเปรียบเทียบข้อเสนอโปรโมชั่นและอัตราดอกเบี้ยบ้านที่ธนาคารแต่ละแห่งให้ได้ง่าย ๆ จากลิงค์นี้เลยครับ

 

รีไฟแนนซ์บ้าน