คู่มือเที่ยวสหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกาน่าจะเป็นความใฝ่ฝันของใครหลาย ๆ คนที่จะได้ไปสัมผัสความตะวันตกแบบร่วมสมัยที่แท้ ทั้งการไปเดินบนถนนในเมืองนิวยอร์กท่ามกลางตึกระฟ้า การไปกระทบไหล่ดาราที่ Hollywood การเปิดโลกแห่งแสงสีที่ Vegas รวมไปถึงการสัมผัสธรรมชาติของเทือกเขาร็อกกี้และป่าสนนานาพันธุ์ นี่เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวที่เพื่อน ๆ จะได้รับจากการไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เพราะสีสันของการท่องเที่ยวที่นี่มีได้ไม่รู้จบ

ถ้าหากอยากเตรียมพร้อมก่อนจะไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา ก็สามารถศึกษาข้อมูลสำคัญต่างๆ ดังนี้ครับ

USA

 

บัตรเครดิต

การใช้บัตรเครดิตในประเทศสหรัฐอเมริกาแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่คนไทยชอบไปโดยสามารถใช้บัตรเครดิตได้ทุกที่ จนในบางครั้งบัตรเครดิตก็ดูจะเป็นสิ่งจำเป็นในการจ่ายเงินในหลายๆเรื่อง เช่นเมื่อเพื่อน ๆ ต้องการเช่ารถ จองตั๋วผ่านโทรศัพท์ จองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ที่เพื่อนๆจะต้องให้เลขบัตรเครดิตไป จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อนๆจะไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาแล้วพกบัตรเครดิตติดไปด้วยอย่างน้อย 1 ใบเพื่อกันเหนียว ส่วนบัตรเครดิตที่ใช้ได้ทั่วไปก็คือบัตร Visa, MasterCard และ American Express ครับ สำหรับการจ่ายเงินแบบแตะบัตรหรือที่เรียกว่า Contactless Payment ก็มีให้เห็นทั่วไป อย่างไรก็ดี เพื่อนๆใช้บัตรเครดิตที่นำมาจากเมืองไทยก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน หรือถ้าหากเพื่อน ๆ กดเงินสดโดยใช้บัตรเครดิต ก็จะเสียค่าธรรมเนียม ATM ต่างประเทศเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องใช้เงินสดก็ควรแลกไปให้เพียงพอตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยนะครับ

บริการทางการแพทย์

แม้ว่าที่สหรัฐอเมริกาจะมีความก้าวหน้าทางการแพทย์เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีถ้าหากเพื่อน ๆ ไม่ได้ทำประกันเดินทางติดไว้ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงมาก ๆ เพื่อนๆจึงควรเช็คว่าประกันเดินทางที่มีนั้น คุ้มครองเรื่องค่ารักษาพยาบาลและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยหรือไม่ หากเพื่อนๆป่วยและต้องการพบแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อน ๆ ก็สามารถไปที่โรงพยาบาลใกล้ ๆ โดยโทร 911 เพื่อเรียกรถพยาบาลและเข้าห้องฉุกเฉินได้ทันที ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ถ้าหากเพื่อน ๆเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยก็สามารถโทรไปสอบถามกับโรงพยาบาลใกล้เคียงว่าพอจะแนะนำแพทย์ในท้องถิ่นได้บ้างหรือไม่ ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าการเข้าห้องฉุกเฉินนะครับ

 

USA doctor

 

นอกจากนี้ก็จะมีสถานพยาบาลแบบเล็กๆ ที่ดูจะสะดวกสบาย แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ จะเข้าไปรับการรักษา ก็จะต้องมีการตรวจร่างกายต่างๆมากมายซึ่งก็มีราคาแพงเช่นกัน และถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะซื้อยาบางตัวที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ก็อย่าลืมนำใบสั่งแพทย์ติดไปด้วย เพราะที่นี่เพื่อนๆไม่สามารถเดินเข้าร้านขายยาแล้วซื้อยาได้เลยทันที และอย่าลืมศึกษายาตลอดจนของที่ห้ามนำเข้าสหรัฐอเมริกาด้วยนะครับ ด้วยกฎเกณฑ์และมาตรฐานบริการทางการแพทย์เช่นนี้ ทำให้การรักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกามีค่าใช้จ่ายที่สูง จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อนๆทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมเรื่องค่ารักษาพยาบาลติดเอาไว้ ก็จะอุ่นใจได้มากที่สุดนะครับ

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม

แน่นอนว่าสหรัฐอเมริกามีสัญญาณครอบคลุมระบบ 4G ในโทรศัพท์มือถือ ทำให้เพื่อนๆสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา และถ้าหากเพื่อนๆต้องการจะใช้อินเทอร์เน็ตที่ใดก็ได้ระหว่างเที่ยว พี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆซื้อซิมการ์ดแบบ Pre-paid ของที่นู่น ที่จะมีราคาประมาณ 30-50 USD(ประมาณ 900-1,500 บาท*) และสามารถใช้งานได้ตั้งแต่ 15-30 วัน รวมถึงยังสามารถโทรฟรีในประเทศได้อีกด้วยครับ

*เพื่อน ๆ สามารถเช็คอัตราแลกเปลี่ยนได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยครับ 

วีซ่า และพาสปอร์ต

หากเพื่อนๆอยากจะไปเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จำเป็นจะต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนการเดินทางด้วยนะครับ โดยวีซ่าชนิดนี้จะเป็นวีซ่าชั่วคราวประเภท B โดยหากเป็นการติดต่อธุรกิจจะเป็นวีซ่า B-1 แต่ถ้าหากเป็นการไปท่องเที่ยวอย่างเดียว ก็จะเป็นวีซ่าประเภท B-2 ครับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ววีซ่าประเภทนี้ก็มักจะออกรวมกันเป็นวีซ่าเดียวกันที่เรียกว่า B1/B2

 

passport

โดยทั่วไปแล้ว การขอวีซ่าอเมริกาจะเน้นการสัมภาษณ์เป็นหลัก และเพื่อน ๆ อาจจะต้องยื่นเอกสารที่จำเป็นเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น อย่างไรก็ดี ถ้าหากเพื่อนๆมีเอกสารหลักฐานอย่างอื่นที่สามารถประกอบได้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ขอเรียกดูก็ให้นำติดไปด้วยครับ

กิจกรรมที่น่าสนใจ/สถานที่ท่องเที่ยว

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่และเป็นต้นแบบของไลฟ์สไตล์ตะวันตกสมัยใหม่ก็ว่าได้ ทำให้ไม่ว่าเพื่อนๆอยากจะทำกิจกรรมอะไรก็สามารถทำได้หมด ทั้งกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ การไปดูสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจต่างๆ การไปช้อปปิ้งตามเมืองใหญ่ๆ การสนุกไปกับแสงสีและความบันเทิงยามค่ำคืน หรือแม้แต่การเดินเที่ยวเมืองไปเรื่อยๆก็ทำให้เพื่อนๆได้พบกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่แล้วครับ

 

bungee jump in usa

 

สถานที่ท่องเที่ยว: เพื่อนๆสามารถไปเที่ยวอเมริกาได้ไม่รู้เบื่อ เพราะแต่ละมลรัฐก็มีจุดเด่นและมีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นของตัวเอง สถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิคในอเมริกาที่พี่หมีอยากแนะนำ ก็อย่างเช่น

 

ลาสเวกัส (Las Vegas)

ลาสเวกัส (Las Vegas) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย เต็มไปด้วยแสงสีและคาสิโนรวมถึงโรงแรมสุดหรู ที่เพื่อนๆควรลองไปเห็นกับตาแล้วลองใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงดูสักครั้ง เช่น สตราโตสเฟียร์ ทาวเวอร์ (Stratosphere Tower) ที่เป็นทั้งโรงแรม คาสิโน และหอคอย ที่นอกจากจะได้รับยกย่องให้เป็นสุดยอดร้านอาหาร และสถานที่โรแมนติกด้วยวิวที่สวยที่สุดในปี 2018 แล้ว ยังมีกิจกรรมให้เพื่อน ๆ ได้สนุกกันกับการกระโดดสกายจัมพ์ และเครื่องเล่นต่างๆ หรือจะไปชมกายกรรมผาดโผน แสงสีแสียง ตระกาตาที่ เซิร์ค ดู โซเลย์ (Cirque du Soleil) ก็น่าสนใจไม่น้อยครับ

 

ฟลอริดา (Florida) 

หากเพื่อนๆไปที่มลรัฐฟลอริดา ก็อย่าลืมไปเที่ยวสวนสนุกในเมือง Orlando ที่มีทั้งสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) สวนสัตว์น้ำซีเวิลด์ (Sea World) และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studio) ให้เพื่อนๆได้สัมผัสประสบการณ์การเที่ยวสวนสนุกแบบเต็มอิ่มเหมือนอยู่ในดินแดนเทพนิยายครับ

 

Disney resort Florida

 

ซานฟรานซิสโก (San Francisco) 

ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายชิคๆที่เพื่อนๆควรลองไปสัมผัส เพราะมีที่เที่ยวและสถาปัตยกรรมต่างๆที่สวยงาม มีสะพานโกลเดนเกตคู่บุญให้เพื่อนๆไปถ่ายรูป หรือจะลองไปขึ้นรถรางเก่าชมเมืองดูก็ได้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันซานฟรานซิสโกก็กลายเป็นเมืองที่ฮิปมากๆด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่จากการที่มีเหล่า Startups จาก Silicon Valley อาศัยและใช้เป็นที่ทำงานอยู่มาก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆจึงเต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและมีความฮิปอยู่ในตัว

 

San Francisco

 

ฮาวาย (Hawaii) 

เพื่อนๆอย่าลืมว่าฮาวายก็ถือเป็นอีกหนึ่งมลรัฐของสหรัฐอเมริกานะครับ ถ้าหากเพื่อนๆอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวทะเลที่ไทยมาลองสัมผัสบรรยากาศชาวเกาะแบบฮาวายแท้ๆดู ก็ต้องมาที่นี่ เพื่อนๆอาจจะได้ลองเรียนรู้การเล่นกระดานโต้คลื่น หรือแค่อาบแดดอยู่บนหาดทรายขาวก็ได้ครับ

Hawaii

 

นิวยอร์ก (New York) 

และใครที่เป็นสายแฟชั่นนิสต้า อยากเดินชิคๆในศูนย์กลางแฟชั่น ก็ต้องไปที่มหานครนิวยอร์กเลยครับ นิวยอร์กเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและร้านรวงต่างๆมากมายให้เพื่อนๆได้เลือกช้อปในหลากหลายระดับราคา ต้องอย่าลืมไปถ่ายรูปที่จตุรัส Time Square กับเทพีเสรีภาพ แล้วลองไปดูละครบรอดเวย์ให้ได้สักครั้งด้วยนะครับ

 

New York

 

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ยังมีอีกหลายเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเองรอให้เพื่อน ๆ ไปสัมผัสนะครับ

อาหาร

อาหาร: อาหารในสหรัฐอเมริกาเรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งความเป็นอาหารตะวันตกสากลที่เพื่อนๆสามารถหาทานได้ทั่วโลก แต่อะไรจะสู้เท่ากับมาทานอาหารอเมริกันที่สหรัฐอเมริกาเองใช่ไหมละครับ นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังเป็นแหล่งรวมอาหารนานาชาติจากการที่มีผู้อพยพจากทั่วโลกมาอยู่รวมกันที่นี่ ความหลากหลายทางด้านอาหารของที่นี่จะมีอยู่สูงมาก

 

hamburger

 

เมนูที่พี่หมีแนะนำให้ลองทาน ก็มีบาร์บีคิว Mac’n’Cheese ลาซานญ่า พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ อาหารเม็กซิกันสไตล์เท็กซัสที่เรียกว่า Tex-Mex เป็นต้น

และตอนที่เพื่อน ๆ จะจ่ายเงิน ก็อย่าลืมให้ทิปกับทางร้านและพนักงานด้วยนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของที่นี่ โดยปกติแล้วควรจะทิปเป็นจำนวน 10%-20% ของราคาอาหารครับ

เวลา และภูมิอากาศ

เวลา: เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ที่ขนานไปกับทวีปอเมริกาตั้งแต่ชายฝั่งตะวันตกไปยันจนถึงฝั่งตะวันออก ทำให้มีไทม์โซนโดยคร่าวๆ อยู่ 4 แบบก็คือ Pacific Time (PT) ช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง, Mountain Time (MT) ช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง, Central Time (CT) ช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง และ Eastern Time (ET) ช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมงครับ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูหนาวก็จะมีการปรับนาฬิกาให้ช้าลงไปอีก 1 ชั่วโมง สำหรับช่วงเวลาที่เรียกว่า Daylight Saving Time ด้วยนะครับ

 

ภูมิอากาศ: สหรัฐอเมริกามีภูมิอากาศที่หลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่นะครับ ดังนั้น ถ้าหากเพื่อนๆจะไปเที่ยวที่เมืองใดก็ตาม ให้ลองตรวจเช็คสภาพภูมิอากาศของที่นั้นๆดูอีกทีแล้วเตรียมจัดกระเป๋าไปให้เหมาะสมครับ

โดยทั่วไปแล้ว หากเป็นฝั่งที่ราบและทางตอนใต้ของประเทศก็จะมีอากาศร้อนชื้น ในขณะที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้จะมีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย ส่วนบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือติดกับชายฝั่งแปซิฟิก และรัฐแบบ New England ฤดูร้อนจะมีอากาศอบอุ่นและเย็นในช่วงเช้า ส่วนถ้าเป็นในหน้าหนาวอุณหภูมิก็จะลดลง โดยในภูเขาฝังตะวันตกก็จะมีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะตกหนักครับ

ประกันเดินทาง

ประกันเดินทาง: แม้ในสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่สิ่งไม่คาดฝันก็อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งการเจ็บป่วยที่ถ้าหากไม่มีประกันคอยช่วย เพื่อนๆก็จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลราคาแพงมาก นอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกาบางพื้นที่ ก็ยังมีอาชญากรรมและการใช้ปืนอย่างเสรี ทำให้การทำประกันเดินทางที่จะสมเหตุสมผลจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเกิดสินทรัพย์สูญหายได้นั่นเองครับ 

 

GoBear Tips: ประกันเดินทางที่พี่หมีแนะนำเมื่อไปสหรัฐอเมริกา

ทิพยประกันภัย Back Pack 2 

จุดเด่นที่พี่หมีชอบ: ราคาประหยัดคุ้มค่า ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เคลื่อนย้ายฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง ส่งศพกลับประเทศ สูงสุดถึง 1,500,000 บาท ความคุ้มครองสัมภาระและทรัพย์สิน 10,000 บาท คุ้มครองกรณีเที่ยวบินล่าช้า 20,000 บาท 

 

ซิกน่าประกันภัย ExclusiveWorld แผน 2 

จุดเด่นที่พี่หมีชอบ: เจ็บป่วย ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา เพียงติดต่อ Cigna Travel Hotline โทร. 02-696-3673 ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ผู้เอาประกันภัยสามารถติดต่อ ซิกน‹า ทราเวล ฮอตไลน์ เพื่อประสานงานและตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครอง ในการออกหนังสือรับรองการจ่ายค่‹ารักษาพยาบาลให้กับทางโรงพยาบาลหลังจากที่ได้รับข้Œอมูลและเอกสารครบถ้วน

 

กรุงไทยพานิชประกันภัย Silver Worldwide

จุดเด่นที่พี่หมีชอบ: เจ็บป่วย นอนร.พ.ทั่วโลกไม่ต้องสำรองจ่าย คุ้มครองคลอบคลุมวงเงินสูง ​ค่ารักษาพยาบาล เคลื่อนย้ายฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายส่งศพกลับประเทศ สูงสุดถึง 2,000,000 บาท คุ้มครองกรณียกเลิกการเดินทาง 200,000 บาท 

 

เอ็มเอสไอจีประกันภัย Easy 3 

จุดเด่นที่พี่หมีชอบ: ขึ้นชื่อเรื่องเคลมง่าย และการให้บริการคอลเซ็นเตอร์ที่กระชับฉับไว คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินสูงสุด 2,000,000 บาท คุ้มครองกรณีเสียชีวิต 1,500,000 บาท การยกเลิกและลดจำนวนวันเดินทาง 200,000 บาท กรณีเกิดการจี้เครื่องบิน 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง (กรณีต้องกลับมารักษาต่อที่ประเทศไทย) อีก 150,000 บาท

 

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีประกันเดินทางเรียบร้อยแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ก็ให้เพื่อนๆรีบขอเอกสารหลักฐานต่างๆจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงบิลและใบเสร็จต่างๆ เพื่อจะได้ส่งต่อให้กับบริษัทประกันนำไปพิจารณาให้ความคุ้มครองอีกทีนึงด้วยครับ 

 

Compare-TA-in-Seconds-n.png

Last update on Oct 04, 2019