รวมเรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ “ประกันเดินทาง”

ประกันเดินทางคืออะไร

นับร้อยประเทศทั่วโลก ที่รอให้เราไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งนั้น การไปเที่ยวอย่างสนุก ด้วยความรู้สึกที่ไร้กังวล คือสิ่งที่ทุกคนปรารถนาครับ และหนึ่งในวิธีที่จะทำให้เราสามารถท่องเที่ยวไปในทุกๆ มุมของโลกด้วยความรู้สึกไร้กังวลได้นั้นก็คือการทำ “ประกันการเดินทาง” นั่นเองครับ เพราะประกันการเดินทางจะคุ้มครองเราในหลายๆ กรณีอาทิ กระเป๋าเดินทางหาย กระเป๋าเดินทางพังจากการกระทำของสายการบิน เที่ยวบินล่าช้า การยกเลิกเที่ยวบิน หรือกรณีเจ็บป่วย เป็นต้น โดยเพื่อนๆ สามารถเปรียบเทียบประกันการเดินทางจากบริษัทชั้นนำในประเทศไทยได้บนเว็บไซต์ของ GoBear ครับ และเพื่อนๆ จะได้รับความคุ้มครองหลักล้านบาท จากเบี้ยประกันเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น

South East Asia Travel

 

ประกันเดินทางสำคัญอย่างไร และทำไมเราควรทำก่อนออกเดินทาง?

ประกันการเดินทาง คือประกันชนิดหนึ่งที่เตรียมความพร้อมให้กับเราในทุกๆ สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศครับ ไม่ว่าจะเพื่อนๆ จะล้มป่วย เกิดอุบัติเหตุขณะท่องเที่ยว หรือกระเป๋าเดินทางถูกส่งไปผิดประเทศ และเดินทางมาล้าช้า ทำให้เพื่อนๆ ต้องซื้อข้าวของสำรองมาใช้ก่อน สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเพื่อนๆ มีประกันการเดินทางติดตัวเอาไว้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นบริษัทประกันจะเป็นคนจ่ายให้เพื่อนๆ เองครับ ทำให้ทริปของเพื่อนๆ ไม่หมดสนุกลงเพียงเพราะเพื่อนๆ ต้องหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายเหล่านั้นนั่นเอง โดยพี่หมีขอยกเอาประโยชน์ของประกันเดินทางมาอธิบายละเอียดๆ ตามสถานการณ์ดังนี้เลยครับ

 

  • หากมีการยกเลิกการเดินทาง
    ข้อนี้น่าจะเป็นเรื่องที่นักเดินทางกังวลเป็นอันดับหนึ่งเลย เพราะเราต่างก็ต้องจองนู่นนี่ล่วงหน้า แถมแต่ละทริปก็ไม่ใช่ถูก ๆ เก็บเงินมาจ่ายค่าโรงแรม ค่าเครื่องบินตั้งนาน หลายอย่างก็ต้องจ่ายล่วงหน้าแถมคืนเงินไม่ได้ แต่บทจะเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้ออกเดินทางไม่ได้ ก็เสียดายเงินแย่เลยนะครับ ซึ่งการคุ้มครองการยกเลิกทริปของประกันการเดินทาง (travel insurance) จะชดเชยเงินที่จ่ายไปแล้วขอคืนไม่ได้ถ้าเราจำเป็นยกเลิกก่อนออกเดินทาง เหตุผลที่จะเคลมได้ ก็คือ เคสอาการเจ็บป่วย บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตของเราเอง สมาชิกในครอบครัว หรือผู้ร่วมทริป เคสภัยธรรมชาติในจุดหมายที่จะไปหรือทำให้เที่ยวบินถูกยกเลิก เคสเราถูกไล่ออกจากงานหรือต้องไปทำงาน เคสก่อการร้ายในจุดหมายที่เราจะไป เคสบริษัททัวร์ล้มละลาย เคสถูกเรียกให้ขึ้นศาล และอื่น ๆ อีกมากมายครับ นอกจากนี้ยังมีความคุ้มครองการลดเวลาเดินทาง เช่น ถ้าเรามีแพลนเที่ยว 10 วัน ผ่านไปแล้ว 2 วันเราต้องรีบกลับบ้านด่วน ประกันการเดินทาง (travel insurance) ก็จะชดเชยเงินที่เราจองไปแล้วของ 8 วันที่ไม่ได้เที่ยวต่อ รวมถึงค่าเครื่องบินกลับบ้านด้วย 
flight cancel

Getty Images 

  • หากมีความจำเป็นต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ
    เรื่องนี้พี่หมีขอขีดเส้นใต้สิบเส้น เพราะความคุ้มครองของประกันการเดินทาง (travel insurance) ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญมากแต่มักถูกละเลยครับ บางคนมักคิดว่ามีประกันชีวิตอยู่แล้ว แต่ใช้ได้แค่ในไทยนะครับ ออกนอกประเทศประกันที่บ้านไม่คุ้มครองครับ หลายคนมักคิดว่าไปเที่ยวแปปเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่อย่าเสี่ยงเลยครับ เพราะค่ารักษาในต่างประเทศไม่เหมือนในไทยและมักจะแพงกว่ามาก ๆ ซึ่ง travel insurance จะมีความคุ้มครองช่วยดูแลให้เราตรงนี้ ที่ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลหากเราประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บปวยจนต้องไปหาหมอหรือนอนโรงพยาบาลฉุกเฉินครับ
Japanese Hospital

Getty Images

  • หากต้องมีการขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน
    ความคุ้มครองส่วนนี้จะจ่ายเงินค่าขนย้ายผู้ป่วย หากเพื่อน ๆ ประสบอุบัติเหตุหรือล้มป่วยในต่างประเทศ และจำเป็นต้องขนย้าย ซึ่งวิธีขนย้ายนี่ก็มีตั้งแต่เบสิคไปถึงแพงหูฉี่ เช่น รถพยาบาลไปโรงพยาบาล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากบนเขาลงมา หรือขึ้นเครื่องบินที่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบเพื่อไปโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญกว่า หรือกลับมารักษาที่ประเทศไทยจนถึงโรงพยาบาลที่เรามีหมอที่ไว้ใจ

    อ่านแล้วเพื่อน ๆ น่าจะพอเดาได้ว่าถ้าไม่มีประกันเดินทาง (travel insurance) จ่ายให้จะน่ากลัวขนาดไหน พี่หมีบอกได้เลยครับว่าค่าใช้จ่ายขนย้ายผู้ป่วยพวกนี้มีสิทธิถึงหลักล้านนะครับ ถึงเพื่อน ๆ มีเงินจ่ายได้ พี่หมีก็คิดว่าไม่ควรต้องจ่ายเลยครับ ถ้าเราสามารถซื้อประกัน travel insurance ในหลักพันที่จะช่วยจ่ายให้เราตรงนี้ ประหยัดไปได้เยอะมาก ๆ เลยครับ
ambulance

 

  • กระเป๋าเดินทางหาย กระเป๋าเดินทางไม่มากับเครื่องเรา หรือสายการบินดีเลย์
    ประกันเดินทาง (travel insurance) จะช่วยดูแลเราในเรื่องนี้เช่นกัน อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ทำให้เราหงุดหงิดขนานใหญ่ได้เหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะถ้ามีธุระที่ต้องใช้ของในกระเป๋าแล้วกระเป๋าเดินทางหายหรือมาช้า หรือถ้ามีธุระแล้วเที่ยวบินเราดีเลย์ทำให้พลาดนัดสำคัญ ซึ่งประกัน travel insurance จะช่วยจ่ายเงินเท่ากับมูลค่าของที่หาย/เสียหายในกระเป๋า สำหรับเที่ยวบินที่ดีเลย์ เพื่อน ๆ ก็ได้อะไรชดเชยอย่างที่พัก อาหารระหว่างรอเครื่องออกครับ
luggage delay

Getty Images

  • หากเราต้องการความช่วยเหลือทางโทรศัพท์ในกรณีฉุกเฉิน
    เรื่องนี้คนมักไม่ค่อยใส่ใจ มี call center แล้วยังไงล่ะ? แต่พี่หมีบอกเลยว่าเวลาคับขันขึ้นมา การมีคนให้โทรหาและช่วยแนะนำเราน่าจะเป็นสิ่งที่เราจะขอบคุณไปจนวันตายเลยครับ เพราะว่านี่ไม่ได้มีไว้รับเรื่องเคลมเท่านั้น แต่สามารถช่วยเพื่อน ๆ ยามฉุกเฉินได้ ยกตัวอย่างบริการของประกัน travel insurance เช่น หาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด จัดการขนย้ายผู้ป่วย เป็นล่ามคุยกับหมอ จัดการให้เรากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ดูแลเวลากระเป๋าหาย พาสปอร์ตหาย บริการล่ามทางโทรศัพท์ หรือถ้าอยากซื้อความคุ้มครองเพิ่มจากที่เรามี สำหรับการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม ก็ทำได้หมด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป็นเบอร์โทรฟรีได้จากทั่วโลกครับ ซึ่งเวลาเราเกิดเหตุใด ๆ ก็ตาม สามารถโทรเบอร์เดียวไม่ต้องหาข้อมูลให้วุ่นวาย ถือว่าประกันการเดินทาง (travel insurance) เนี่ยเป็นทั้งที่พึ่งทางการเงินและทางใจได้อย่างดีเลยล่ะครับ
phone call

 

ประกันเดินทางควรซื้อเมื่อไหร่

เพื่อนๆควรซื้อประกันภายหลังจากจ่ายเงินค่าทริปไม่เกิน 2-3 วันนะครับ ยิ่งเพื่อนๆซื้อประกันการเดินทางเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้นครับ ทั้งการที่เพื่อนๆ จะมีระยะเวลาคุ้มครองจากการแคนเซิลทริปเพิ่มขึ้น และอาจเป็นผู้มีคุณสมบัติที่บริษัทประกันจะยอมใส่เงื่อนไขสภาพที่เป็นอยู่แล้วเข้าไป รวมไปถึงความคุ้มครองในด้านพายุต่างๆด้วยครับ แต่อย่างไรก็ตาม หากเพื่อนๆ จัดทริปแบบกระทันหัน หรือลืมซื้อประกันการเดินทางจนถึงวันเดินทางจริงก็ไม่เป็นไรครับ เพราะบางบริษัทประกันเพื่อนๆ สามารถซื้อประกันการเดินทางได้ก่อนการเดินทางถึง 2 ชั่วโมงเลยล่ะครับ

เมื่อไหร่บ้างที่ประกันเดินทางไม่คุ้มครอง

  • สภาวะความเจ็บป่วยที่มีอยู่ก่อนแล้ว (Pre – Existing conditions) ประกันการเดินทางจะไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีที่ผู้เอาประกันมีอาการที่ได้รับการวินิจฉัย และ ได้รับการรักษาในช่วงเวลาหนึ่งมาก่อนที่ประกันการเดินทางจะมีผลคุ้มครอง (60-180 วันก่อนการคุ้มครอง)นอกจากนี้ หากคุณมีอาการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง แต่เป็นความเจ็บป่วยที่เกิดก่อนการเดินทาง แต่ไม่ได้แจ้งให้บริษัทประกันรับทราบ บริษัทประกันสามารถปฏิเสธความคุ้มครองได้
  • ความเสียหายจากการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาจนขาดสติ
  • ยกเลิกทริปด้วยเหตุผลที่ไม่เพียงพอ ส่วนเหตุผลอะไรสามารถใช้ได้ พี่หมีจะอธิบายเพิ่มเติมด้านล่างในส่วนของความคุ้มครองกรณีเที่ยวบินดีเลย์ และ การยกเลิกเที่ยวบินครับ
  • ในทริปมีการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินสูง อาทิ การกระโดดร่ม (skydiving) การดำน้ำลึก (scuba diving) บันจีจัมพ์ (bungee jump) เฮลิ-สกี (heli-skiing) อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับยโยบายของแต่ละบริษัทประกันด้วยครับว่าจะทำการคุ้มครองกรณีเหล่านี้หรือไม่
  • ไม่ปฏิบัติตามตามคำแนะนำจากหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเดินทางไปในประเทศที่มีความเสี่ยงจากการประกาศจากทางการ

ประเภทประกันเดินทาง

หากถามว่า ประเภทประกันการเดินทาง มีอะไรบ้างนั้น คำตอบคือ มี 2 ประเภทนะครับดังนี้

ประกันเดินทางรายเที่ยว

ประกันเดินทางแบบรายปี

ประกันเดินทางรายเที่ยว ซึ่งเป็นกรณีเดินทางเที่ยวเดียวโดยจะคุ้มครองไปและกลับ วันที่เริ่มต้น และสิ้นสุดจะระบุอยู่ในกรมธรรม์ชัดเจน
 

ประกันเดินทางแบบรายปี คือ กรณีเดินทางเป็นประจำ จะคุ้มครองหนึ่งปี โดยเดินทางครั้งละไม่เกิน 90 วัน สะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องทำประกันทุกครั้งที่เดินทาง
 

เลือกประกันเดินทางแบบรายเที่ยว หรือรายปีดีกว่ากัน?

girl in airport

Getty Images

 

หากจะถามว่า ประกันการเดินทางระหว่างซื้อแบบ “รายปี” หรือ “รายเที่ยว” ดีกว่ากัน และอันไหนได้รับความนิยมมากกว่ากันนะครับ บทความนี้จะตอบคำถามให้คุณได้ หากดูวันที่ให้ดีๆ ของปีหน้า มีวันหยุดยาวๆ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับ ที่คุณกับเพื่อนๆ คนรัก หรือคนในครอบครัว จะสามารถไปเที่ยวกันได้ ซึ่งหากคุณเป็นคนชอบท่องเที่ยวมากๆ โดยเฉพาะ การเดินทางไปต่างประเทศ อาทิ ปีๆ นึง คุณเดินทางไปเที่ยว 3-4 รอบแล้วละก็ การซื้อประกันการเดินทางแบบรายปี อาจจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคุณ แต่กระนั้น หากคุณเองเป็นคนที่เที่ยวน้อยครั้งในหนึ่งปี เดินทางไปต่างประเทศน้อย การซื้อประกันการเดินทางแบบเที่ยวเดียว ย่อมเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่าสำหรับคุณ

อย่างไรก็ตาม หากดูกันที่สถิติ เราจะไปดูกันที่ประเทศสิงคโปร์ ทางโกแบร์สิงคโปร์เปิดเผยว่า เมื่อปี 2015 กว่าร้อยละ 81 ของจำนวนผู้ที่ค้นหาประกันการเดินทางทั้งหมด เลือกที่จะซื้อประกันการเดินทางแบบเที่ยวเดียว จึงอาจจะพอสรุปได้ว่า คนสิงคโปร์ ดูเหมือนว่าจะนิยมเลือกซื้อประกันการเดินทางแบบเที่ยวเดียว มากกว่าประกันการเดินทางแบบรายปี ซึ่งดูเป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่ไม่น้อย ทั้งๆ ที่เทรนด์ของการท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะอะไร? คำตอบก็คือ จากสถิตินั้นพบว่า คนที่ใช้เว็บโกแบร์ สิงคโปร์ ส่วนมากอยู่ที่อายุ 25-34 ปี ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ชอบความสะดวก ความง่ายมากกว่า ดังนั้น การเลือกซื้อประกันการเดินทางแบบเที่ยวเดียว ย่อมง่ายกว่า การซื้อแบบรายปี ที่พวกเขาต้องวางแผนเที่ยวล่วงหน้านานๆ เป็นปีนั่นเอง

เอาเป็นว่า หากใครอยากลองวางแผนเที่ยวล่วงหน้านานๆ เพื่อความคุ้มค่าที่มากกว่าของประกันการเดินทาง ละก็ พี่หมีและทีมงานอยู่ตรงนี้ คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ ประเภทประกันการเดินทาง ได้นะครับ

Last update on Jun 20, 2019