คู่มือเที่ยว ทวีปเอเชีย

คู่มือนำเที่ยวประเทศ ทวีปเอเชีย ยอดนิยมทั้ง เที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี เที่ยวไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม จีน ครอบคลุมเนื้อหาที่จำเป็นรวมถึงประกันการเดินทางที่คุณไม่ควรพลาด

นอกจาก ทวีปเอเชีย ของเราจะมีขนาดใหญ่ที่สุดและประชากรมากที่สุดแล้ว ยังเต็มไปด้วยภูมิประเทศที่สวยงามหลากหลาย ความแตกต่างของวัฒนธรรมและเชื้อชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานรอให้เราไปสัมผัสอยู่ครับ สำหรับคนไทยแล้วการเที่ยวในเอเชียนั้นมีข้อดีมากมาย เพราะประเทศในแถบเอเชียส่วนใหญ่อนุญาตให้เราเที่ยวโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ค่าใช้จ่ายไม่แพง และระยะเวลาในการเดินทางก็ไม่นานมาก สามารถนั่งเครื่องบินไปได้โดยไม่ต้องหลังขดหลังแข็งนัก เรื่องอาหารการกินหรือภูมิอากาศก็พอคุ้นเคยอยู่บ้าง พี่หมี GoBear จึงอยากพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสกับข้อมูลเจาะลึกใน "Asian Travel Insurance  Ultimate Guide" กับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับคนไทยกันครับ 

 

เที่ยวญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่ที่บนโลกที่ไปกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆกลับมาทุกรอบ อาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก แค่นึกว่าได้ใส่กิโมโนเพื่อไปเดินเล่นในงานเทศกาลฤดูร้อน หรือเดินอยู่ในสวนสาธารณะสักที่เพื่อชมดอกซากุระ ก็ฟินมากแล้วครับ

หากอยากเตรียมพร้อม เที่ยวญี่ปุ่น ให้ฟิน มาเตรียมตัวให้พร้อมด้วยข้อมูลที่ต้องรู้เหล่านี้กันเลยครับ

 

เที่ยวญี่ปุ่น ทวีปเอเชีย

 

การใช้บัตรเครดิต: แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เพียบพร้อมไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่หากพูดถึงเรื่องการใช้บัตรเครดิตแล้ว ยังเรียกได้ว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศแบบ “สังคมเงินสด” และยังมีอัตราการใช้บัตรเครดิตเพื่อการใช้จ่ายไม่มากนัก ทำให้ถ้าหากเพื่อนๆไปเที่ยวญี่ปุ่น การมีเงินสดสกุลเยน (Japanese Yen - JPY) ติดตัวเอาไว้จะอุ่นใจที่สุด เพราะเพื่อนๆสามารถใช้จ่ายได้ในร้านค้าทุกที่

อย่างไรก็ดี ถ้าหากเพื่อนๆยังอยากใช้บัตรเครดิตในการใช้จ่ายต่างๆ พี่หมีอยากแนะนำว่าให้เลือกใช้บัตรเครดิตแค่ในเมืองใหญ่ อย่างเช่นโตเกียวหรือโอซาก้า แล้วมองหาร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ที่รับบัตรเครดิตเหล่านั้น ในขณะที่หากเป็นเมืองเล็กๆรอบนอก ก็อาจไม่มีที่ใดที่รับบัตรเครดิตเลยก็ได้ครับ

และแม้ในเมืองใหญ่ ร้านค้าบางที่จะรับบัตรเครดิต แต่ก็ยังมีบริการหลากหลายบริการที่ไม่รับบัตรเครดิตเลย เช่น บริการรถแท็กซี่หรือการออกตั๋วรถไฟทั่วไป ถ้าหากเพื่อนๆอยากใช้บัตรเครดิตก็จะต้องมองหาเครื่องออกตั๋วที่รับบัตรเครดิต โดยบริการที่ใช้ได้ก็คือการซื้อตั๋วรถไฟ JR Pass, รถไฟหัวกระสุน, รถบัสแบบ Express Bus เป็นต้น

หากเพื่อนๆ ต้องการจ่ายบัตรเครดิตเมื่ออยู่ในร้านอาหาร โดยมากถ้าหากเป็นร้านสาขาของแบรนด์ใหญ่ๆก็มักจะรับบัตรเครดิต แต่ถ้าหากเพื่อนๆไปทานอาหารในร้านเดี่ยวๆแบบ local ส่วนใหญ่มักจะรับเป็นเงินสดเท่านั้น และแม้ร้านนั้นๆจะขึ้นป้ายว่ารับบัตรเครดิต แต่ในความเป็นจริงบางร้านก็อาจจะบอกว่าไม่สามารถรับบัตรเครดิตในช่วงมื้ออาหารกลางวันได้ ก็มีเช่นกันครับ

นอกจากนี้ ที่ที่เพื่อนๆจะสามารถใช้บัตรเครดิตได้แน่ๆ ก็คือโรงแรม เรียวกัง และ Hostel ต่างๆ ผ่านการจองล่วงหน้า แต่อย่างไรก็ดี ให้เพื่อนๆเช็คข้อมูลโรงแรมแต่ละที่ให้ละเอียด ก็จะได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดครับ

โดยบัตรเครดิตที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป ก็มีทั้งบัตร Visa, Mastercard, บัตร JCB ซึ่งเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นเอง นอกจากนี้ก็ยังรับบัตร American Express, DinersClub และ UnionPay อีกด้วยครับ

 

บริการทางการแพทย์: ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์เป็นอย่างมาก ทำให้หากเพื่อนๆ เจ็บป่วยที่ญี่ปุ่นหรือเกิดอุบัติเหตุใดๆ หากถึงมือหมอก็อุ่นใจได้ ยกเว้นแต่อาจจะต้องมาหนักใจเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงสำหรับคนไทย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ประมาณ 3,000 เยน (ประมาณ 1,000 บาท) สำหรับการพบแพทย์ทั่วไป และถ้าหากเป็นบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายก็จะเริ่มต้นที่ 20,000 เยน (ประมาณ 6,700 บาท) เป็นต้นไปครับ

 

เที่ยวญี่ปุ่น ทวีปเอเชีย ค่ารักษาพยาบาล

 

ทำให้ถ้าหากเพื่อนๆ ทำประกันเดินทางติดเอาไว้ก็จะดีที่สุดครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ให้เลือกประกันเดินทางที่เจาะจงไปที่ประเทศญี่ปุ่นที่จะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ โดยถ้าหากเป็นประกันสุขภาพแบบครอบคลุมทั่วโลกที่ไม่ใช่ประกันเดินทาง ก็อาจเสี่ยงว่าโรงพยาบาลและคลินิกที่ญี่ปุ่นจะไม่รับการใช้ประกันเช่นนี้ เว้นแต่จะเป็นประกันสุขภาพที่ออกในญี่ปุ่นเท่านั้นครับ

นอกจากนี้ การซื้อยาต่างๆตามร้านยา ก็จะต้องดูให้ดีเพราะว่าแบรนด์ยาส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นเอง ทำให้ชื่อยาและตัวยาต่างๆจะแตกต่างไปจากที่เพื่อนๆคุ้นเคย อย่างไรก็ดี การเข้าร้านยาญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องใช้ใบสั่งยาเช่นเดียวกับเมืองไทย จึงง่ายกว่าครับ และในกรณีที่เพื่อนๆจะต้องพกพาสารเสพติดอันอยู่ในความดูแลของแพทย์จากที่เมืองไทยไปญี่ปุ่น เพื่อนๆก็จะต้องเตรียมใบรับรอง การนำเข้ายา ที่เรียกว่า yakkan shōmei ติดไปด้วย โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นได้เลยครับ

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีระบบสื่อสารและโทรคมนาคมครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเพื่อนๆสามารถเลือกเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้จากหลายช่องทาง ทั้งจาก Wi-fi ในท้องที่ที่มีอยู่ทั่ว แต่ถ้าหากเป็น Wi-fi ฟรีของทางรัฐ สัญญาณก็อาจจะอ่อนและมีความเร็วต่ำ แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าหากเพื่อนๆเข้าไปในห้างร้านต่างๆ ก็มักจะมี Wi-fi ฟรีให้ใช้

 

เที่ยวญี่ปุ่น ไวไฟ ทวีปเอเชีย

 

แต่ถ้าหากเพื่อนๆอยากใช้อินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา ก็สามารถใช้ระบบ 4G จากมือถือเพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตได้ ทั้งการใช้ 4G แบบ Roaming จากไทย โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อวัน แต่ถ้าหากอยากซื้อซิม 4G ของญี่ปุ่นมาใช้ก็สามารถทำได้ โดยสามารถเลือกซื้อซิมได้ที่บูธขายซิมมือถือที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ที่สนามบิน Narita, Haneda, Kansai และ New Chitose อย่างไรก็ดี พี่หมีแนะนำว่า การเปิดโรมมิ่งจากไทยก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ถูกคุ้มค่ากว่า เพราะเพื่อนๆคุ้นเคยกับแพ็คเกจมากกว่าและไม่ต้องเสียเวลามาเปรียบเทียบแพ็คเกจที่มีมากมายของซิมญี่ปุ่น ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะมีราคาที่สูงใกล้เคียงกันเลยทีเดียว

และถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อนๆก็สามารถโทรแจ้งตำรวจญี่ปุ่นได้ด้วยเบอร์ฉุกเฉิน 9110 ได้ทันทีครับ

 

วีซ่าและพาสปอร์ต: สำหรับใครที่ต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่น ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น เพื่อจุดประสงค์ในการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วันนะครับ ทำให้ถ้าหากเพื่อนๆคิดจะเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ยาวมากกว่านี้ ก็จะต้องติดต่อขอวีซ่าญี่ปุ่น โดยทำการยื่นคำร้องขอวีซ่าได้ที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC)

 

เที่ยวญี่ปุ่น พาสปอร์ต ทวีปเอเชีย

 

อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับใครที่อยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นระยะเวลาเกิน 15 วันก็คือ วีซ่าประเภทการพักนักระยะสั้นแบบ Multiple ที่ให้ระยะเวลาการพำนักสูงสุดไม่เกิน 90 วัน และมีอายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี ทำให้เพื่อนๆสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้บ่อย และอยู่ได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องขอวีซ่าหลายรอบครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ไม่ว่าเพื่อนๆจะเป็นคนสไตล์ไหน ก็สามารถเลือกกิจกรรมที่ทำ ได้ตามต้องการ

หากเพื่อนๆอยากจะไปสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ เพื่อนๆก็อาจจะไปเที่ยววัดญี่ปุ่นในเมืองต่างๆ รวมถึงเข้าร่วมเทศกาลงานฤดูร้อนและเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดขึ้นในทุกๆปี

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวญี่ปุ่น ชมซากุระ

 

หรือถ้าหากเพื่อนๆ เป็นสายกิน การจัดทริปตะลุยกินในเมืองโอซาก้าหรือที่โตเกียวก็ดูจะคุ้มค่า เพราะมีร้านค้าและร้านอาหารมากมายให้เลือก รวมถึงคาเฟ่น่ารักๆให้ได้ไปถ่ายรูปกัน ถ้าอยากไปลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ก็อาจจะแวะไปที่ตลาดปลาโทโยซุ (ย้ายมาแทนตลาดปลาซึกิจิ) เพื่อชิมซาชิมิจากปลาสดๆ ที่เพิ่งจับได้

หรือถ้าเพื่อนๆเป็นขาช้อป ตามหัวเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นก็มักจะมีห้างร้านใหญ่ๆไว้ให้เพื่อนๆได้ช้อปปิ้งสินค้าแบบญี่ปุ่นแท้ที่พิเศษไม่เหมือนที่ไหน ทั้งแกตเจ็ตและเทคโนโลยีแบบญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง รวมไปถึงสินค้าแฟชั่นที่มีสไตล์ไม่เหมือนใครครับ

 

สถานที่ท่องเที่ยว: ญี่ปุ่นเรียกได้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดาษดื่นแทบจะทุกภูมิภาค ทำให้ไม่ว่าเพื่อนๆจะกลับมาเที่ยวญี่ปุ่นกี่รอบ ก็จะได้ประสบการณ์ที่แทบจะไม่ซ้ำกันทุกรอบ

 

เที่ยวญี่ปุ่น ภูเขาไฟฟูจิ ทวีปเอเชีย

 

Landmark แรกๆสำหรับใครที่เพิ่งเริ่มไปญี่ปุ่น ก็อย่างเช่น การขึ้นชมภูเขาไฟฟูจิ การเดินเที่ยวในเมือง โตเกียวในย่านการค้าต่างๆ เช่นย่านชินจูกุหรือชิบูย่า การไปสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในเมืองเก่าอย่างเช่นเกียวโต และเข้าชมพระราชวังกินคะคุจิ และเมื่อเพื่อนๆ เที่ยวสถานที่เหล่านี้หมดแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่เที่ยว เพียงแค่เพื่อนๆลอง search ชื่อเมืองในญี่ปุ่นที่น่าสนใจ ก็จะมีสิ่งที่น่าสนใจและกิจกรรมมากมายมาให้เพื่อนๆ ได้กลับไปญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสอีกครั้งแน่นอนครับ

 

อาหาร: อาหารญี่ปุ่นน่าจะเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของใครหลายๆคนในเมืองไทยอยู่แล้วนะครับ ทั้งซูชิ ซาชิมิ ข้าวปั้น และเบนโตะในแบบต่างๆ

 

เที่ยวญี่ปุ่น ซูชิ ทวีปเอเชีย

 

อย่างไรก็ดี อาหารญี่ปุ่นแบบแท้ๆยังมีอีกมาก เช่นการได้ไปลองทานเนื้อย่างโกเบ ที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดเนื้อย่าง อร่อยจนที่คนที่ไม่กินเนื้อยังเปลี่ยนใจ หรือการทานนาเบะหม้อไฟร้อนๆ เหมาะแก่วันที่เพื่อนๆไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าหนาว

นอกจากนี้ เครื่องดื่มและของหวานญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน เรียกได้ว่ามีความละเมียดละไมและรสชาติเยี่ยม หาทานไม่ได้ที่ไหน ทั้งการเข้าพิธีชงชาเขียวแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม จะลองทานขนมญี่ปุ่น (Wagashi) ในแบบต่างๆ ทั้งดังโงะ ซากุระโมจิ โมจิหยดน้ำ รวมไปถึงขนมญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากขนมฝรั่ง เช่น ชีสเค้กญี่ปุ่น นามะช็อคโกแลตชาเขียว ไอศครีมชาเขียวถั่วแดงโมจิ และเมล่อนปัง เป็นต้น

 

เวลา: เวลาของประเทศญี่ปุ่นต่างจากเมืองไทยไม่มาก โดยอยู่ในโซน GMT+9 ซึ่งจะเร็วกว่าที่ประเทศไทยเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นครับ

 

ภูมิอากาศ: ที่ญี่ปุ่นจะมี 4 ฤดูเช่นเดียวกับประเทศซีกโลกเหนือส่วนใหญ่ นั่นก็คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ฤดูที่มีอากาศอบอุ่นเหมาะแก่การไปเที่ยวก็คือฤดูใบไม้ผลิที่เพื่อนๆสามารถไปชมซากุระ ได้อีกด้วย

 

เที่ยวญี่ปุ่น Tokyo tower sakura ทวีปเอเชีย

 

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในญี่ปุ่นก็จะขึ้นอยู่กับสถานที่ในภูมิประเทศที่เพื่อนไปด้วย อย่างเช่นถ้าหากเพื่อนๆไปที่เกาะฮอกไกโดก็จะมีอากาศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี หรือถ้าลงมาเที่ยวเกาะโอกินาว่าก็จะมีอากาศชื้นและร้อนกว่าญี่ปุ่นในภูมิภาคอื่นๆครับ

 

ประกันเดินทาง: ถ้าหากเพื่อนๆจะไปเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าลืมทำ ประกันเดินทาง แบบที่เจาะจงไปที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับ ถึงจะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้จริงๆ รวมถึงให้เลือกประกันการเดินทางที่ครอบคลุม ทั้งเรื่องการเจ็บป่วย กระเป๋าสตางค์หาย เครื่องบินถูกยกเลิก หรือสิ่งของอื่นๆสูญหาย

โดยถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆขึ้นที่เพื่อนๆต้องการจะเคลมประกันเดินทางก็ให้เพื่อนๆติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจ เจ้าหน้าที่แพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สนามบินที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ออกเอกสารยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าหากเพื่อนๆมีอุปสรรคทางด้านภาษา พี่หมีก็แนะนำให้รบกวนพนักงานโรงแรมหรือหาเพื่อนที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ไปช่วยแปลและอธิบายให้ด้วย เมื่อได้เอกสารแล้ว ก็ให้เพื่อนๆ ทำการติดต่อบริษัทประกันเพื่อทำคำร้องขอเคลมประกันต่อไปครับ

เที่ยวเกาหลีใต้

ด้วยกระแสเกาหลีฟีเวอร์ที่มาแรงนานนับทศวรรษ แล้วดูท่าว่าจะยังไม่สร่างในเร็วๆนี้ ทำให้ประเทศ เกาหลีใต้ ยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยที่ไปเที่ยวได้ไม่มีเบื่อ ตอนนี้ปัจจุบันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครัน รวมถึงบรรยากาศทั้งในเมืองและในธรรมชาติที่สวยงาม สุดโรแมนติก ฟินทุกรอบที่ไปแน่นอน

สิ่งที่เพื่อนๆต้องรู้ก่อนจะไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ มีดังนี้ครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี

 

บัตรเครดิต: ประเทศเกาหลีใต้ถือว่าซัพพอร์ตการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตค่อนข้างกว้างขวางแล้วนะครับ ทำให้เพื่อนๆไม่ต้องเป็นห่วงเวลาจับจ่ายซื้อของที่นี่ ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะรับบัตรเครดิตทั้ง MasterCard, Visa, American Express และ Diners Club แต่อย่างไรก็ดี ถ้าหากเพื่อนๆสามารถพกเงินสดติดตัว เป็นแบงค์ย่อยขนาด 10,000 วอนไปบ้าง ก็จะมีประโยชน์ในกรณีที่เพื่อนๆต้องเข้าร้านค้าสะดวกซื้อเล็กๆหรือร้านค้าเล็กๆที่ในบางครั้งก็ไม่รับบัตรเครดิตครับ

 

บริการทางการแพทย์: ถ้าหากเพื่อนๆเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินระหว่างที่กำลังเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ก็สามารถโทรเข้าเบอร์โทรฉุกเฉิน 119 ได้เลยครับ และถ้าหากเพื่อนๆอยากจะไปคลินิคที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ก็สามารถไปที่ Seoul National University Hospital ได้เลยครับ

หากเพื่อนๆเจ็บป่วยเพียงเล็กๆน้อยๆ ก็เรียกได้ว่าไม่ต้องกังวลมาก เพราะเพื่อนๆสามารถเข้าคลินิคเพื่อไปปรึกษาหมอท้องถิ่น และจ่ายค่ารักษาแค่เพียงประมาณ 10,000 วอน (260 บาท) เท่านั้น รวมถึงไม่ต้องใช้ใบสั่งยาแพทย์เมื่อต้องการซื้อยาจากร้านขายยาเช่นเดียวกับเมืองไทย อย่างไรก็ดี การเข้าพบหมอท้องถิ่นก็อาจจะมีอุปสรรคทางด้านภาษา แต่ถ้าหากเพื่อนๆไปหาคุณหมอในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่พูดภาษาอังกฤษได้ ก็จะต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์อยู่ที่ประมาณ 40,000-80,000 วอน (ประมาณ 1,045 - 2,090 บาท) ต่อครั้งครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี

 

และนอกจากเรื่องของความเจ็บป่วยแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ยังเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องของ Medical Tourism เป็นอย่างมาก โดยมีนักท่องเที่ยวที่มาเข้ารับบริการทางการแพทย์เกือบจะถึงหลักล้านคนในแต่ละปี และแน่นอนว่าบริการทางการแพทย์ยอดฮิต ก็คงไม่พ้นการศัลยกรรมความงามที่ยืนหนึ่งมานานนับทศวรรษ โดยสำหรับใครที่ต้องการมาศัลยกรรมที่เกาหลี ก็ขอให้เพื่อนๆตรวจสอบข้อมูลและ research ชื่อเสียงและมาตรฐานการศัลยกรรมของคุณหมอและคลินิกแต่ละที่ให้ดี รวมถึงศึกษาข้อมูล agency ที่เป็นตัวกลางติดต่อพาเพื่อนๆไปศัลยกรรมด้วยว่าได้คุณภาพหรือไม่ โดยก่อนทำศัลยกรรม ก็อย่าลืมปรึกษาตัวแทนประกันสุขภาพและประกันเดินทางด้วยนะครับ ว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการทำศัลยกรรมในต่างประเทศขึ้นมา กรมธรรม์จะครอบคลุมด้วยหรือไม่

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: หากใครจะไปเกาหลีใต้และต้องการใช้อินเตอร์เน็ต ก็มีหลากหลายวิธีให้เลือกนะครับ ทั้งการซื้อ Pocket Wi-fi ไปใช้จากที่ไทย หรือการซื้อซิมแบบโรมมิ่งจากไทยก็ถือว่ายังอยู่ในราคาที่คุ้มค่า โดยงบประมาณก็จะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาทเท่านั้นสำหรับการใช้งาน 8 วัน โดยสามารถดูโปรโมชั่นบริการเหล่านี้ได้ง่ายๆ ที่บูธของผู้ให้บริการต่างๆที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เลยครับ

 

วีซ่า และพาสปอร์ต:ในปัจจุบันเพื่อนๆสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาหลีได้เลยโดยไม่ต้องทำวีซ่า โดยสามารถเที่ยวได้เป็นระยะเวลา 90 วัน ดูจะชิวใช่ไหมล่ะครับ?แต่เนื่องจากได้มีกรณีของชาวไทยที่หลบหนีเข้ามาทำงานในเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ถ้าหาก ตม.เกาหลี เห็นนักท่องเที่ยวไทย ก็จะค่อนข้างเข้มงวดไม่น้อยเลยล่ะครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี

 

ดังนั้น ถ้าหากเป็นไปได้ ให้เพื่อนๆคอยเช็คอัพเดทข้อกำหนดต่างๆเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าและพาสปอร์ตสำหรับผ่านเข้าประเทศเกาหลีใต้ก่อนออกเดินทางอยู่เรื่อยๆด้วยนะครับ รวมถึงเตรียมตัวผ่านด่านตม. แบบให้ดูไม่น่าสงสัย เพราะถ้าหากบางครั้งเพื่อนๆทำตัวเลิ่กลั่ก หรือตอบอ้ำๆอึ้งๆ ก็มีสิทธิ์โดนตม.กักตัวได้นะครับ

ทางที่ดี ให้เพื่อนๆแต่งตัวแบบดูสุภาพ ดูเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ แล้วตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษอย่างช้าๆ สั้นๆ ตรงไปตรงมา รวมถึงเตรียมเอกสารเพื่อไปแสดงให้ครบ ทั้งพาสปอร์ต ใบตม. ตั๋วเครื่องบิน หลักฐานการจองโรงแรม เงินสดที่เป็นเงินวอน หลักฐานการทำงานและสำเนาบัญชีออมทรัพย์หากเป็นไปได้ เพื่อที่หากเจ้าหน้าที่ตม.ขอเรียกตรวจ เพื่อนๆจะได้เตรียมพร้อมเสมอนั่นเองครับ

และถ้าหากเจ้าหน้าที่อนุมัติให้เข้าเมือง แล้วปริ้นต์เอกสารยืนยันใดๆให้เพื่อนๆก็ตาม ขอให้เก็บเอกสารนั้นไว้ให้ดีตลอดการเดินทาง เพราะจะเป็นเอกสารยืนยันว่าเพื่อนๆสามารถผ่านเข้าประเทศไปได้อย่างถูกกฎหมายนั่นเองครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: เกาหลีใต้ที่เป็นประเทศที่มีสีสัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมเป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยงาม ทำให้ไม่ว่าเพื่อนๆอยากจะไปเที่ยวแบบไหน ก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะหากใครเพิ่งเคยไปเที่ยวเกาหลี พี่หมีก็ขอแนะนำว่าให้ตรงดิ่งไปที่กรุงโซล ที่เป็นศูนย์รวมของกิจกรรมทุกประเภทและทุกสไตล์รวมไว้ให้เพื่อนๆ และด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบาย และโฮสเทลในเกาหลีดีๆก็มีมากมาย จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไปเที่ยวลำบากจนไม่สนุกครับ โดยกิจกรรมที่เพื่อนๆสามารถทำได้ก็ทีทั้งการเดินช้อปปิ้งในเมือง การทัวร์กินอาหารเกาหลีทั้งแบบข้างทางและในร้านอาหาร การไปสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิม และการสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีแบบสมัยใหม่ ทั้งการตามรอยซีรี่ย์เกาหลี และการตามรอยดารา K-Pop ต่างๆ

 

สถานที่ท่องเที่ยว: ใครที่เป็นสายชอบสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อยากใส่ชุดฮันบกเดินเล่นท่ามกลางปราสาทสไตล์เกาหลีโบราณเก๋ๆ เพื่อนๆก็สามารถไปเยี่ยมชมพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) ในกรุงโซลได้เลย

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี พระราชวังเคียงบกกุง

 

หรือถ้าใครเป็นสายผจญภัยชอบความตื่นเต้น เกาหลีใต้ก็มีอุทยานแห่งชาติมากถึง 21 แห่งเอาไว้ให้เพื่อนๆได้ไปเดินป่า ถ้าอยากได้ความตื่นเต้นแบบสนุกสนาน เกาหลีใต้ก็มีสวนสนุกมากมายให้เพื่อนๆได้ไปเล่น ทั้ง Lotte World และสวนสนุก Everland เป็นต้น

หากใครเป็นสายโรแมนติก  อยากตามรอยซีรี่ย์เกาหลี ก็มีสถานที่โรแมนติกให้เพื่อนๆได้ไปตามเก็บอยู่มาก ทั้งหอคอยโซลทาวเวอร์ ที่เพื่อนๆสามารถนำเอากุญแจไปคล้องรักได้ หรือจะไปที่เกาะนามิที่โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงจะมีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอย่างมาก

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี เกาะนามิ

 

และถ้าใครเป็นสาย shopping แน่นอนว่าย่อมต้องไม่พลาดย่านเมียงดง (Myeongdong)  ที่มีหมู่มวลร้านเครื่องสำอางค์เกาหลีให้เพื่อนๆได้ช้อปกันกระจาย

 

อาหาร: หลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับอาหารเกาหลีในไทยเป็นอย่างดี โดยอาหารเกาหลีจะมีรสชาติที่ค่อนข้างจัดจ้านและมีกลิ่นเฉพาะตัวด้วยการรับประทานกิมจิกันแทบทุกมื้อ โดยอาหารที่เพื่อนๆควรไปลองเมื่อไปถึงเกาหลีก็อย่างเช่น บุลโกกิ (Bulgogi) หรือเมนูหมูผัดเกาหลีพร้อมผักกะหล่ำ เมนู Bibimbap ที่เป็นเหมือนข้าวยำสไตล์เกาหลี เมนูชาบูชาบู (Shabu Shabu) ที่เป็นสุกี้สไตล์เกาหลีหม้อไฟใส่เส้นอุด้งลงไป เหมาะกับเวลาที่เพื่อนๆไปเที่ยวเกาหลีช่วงอากาศหนาวๆมากๆเลยล่ะครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี อาหาร

 

เวลา: เวลาของประเทศเกาหลีใต้จะต่างจากเมืองไทยไม่มากโดยอยู่ในโซน GMT+9 ซึ่งจะเร็วกว่าที่ประเทศไทยเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นครับ

 

ภูมิอากาศ: เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปีสำหรับคนไทย โดยจะมีฤดูหนาวที่ค่อนข้างยาวนาน โดยอากาศในกรุงโซลช่วงเดือนมกราคมจะอยู่ที่ประมาณ -2.5 ถึง -5 องศาเซลเซียส ในขณะที่หน้าร้อน ช่วงเดือนกรกฎาคมอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 22-23 องศาเซลเซียส ทำให้ฤดูกาลที่เหมาะไปเที่ยวเกาหลีใต้สำหรับคนไทยคือช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงฤดูร้อน แต่ถ้าหากใครอยากจะไปสัมผัสใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลีใต้อย่างโรแมนติก ก็อาจจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจ พกเสื้อหนาวและรองเท้าบูทหนาๆติดตัวไปด้วยนะครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเกาหลี อุณหภูมิ

 

ประกันเดินทาง: ประเทศเกาหลีใต้ที่เป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวนะครับ อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังก็เริ่มมีมิจฉาชีพพี่ออกมาทำมาหากินกับนักท่องเที่ยว ทั้งตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงแม้แต่ในสนามบิน ถ้าหากเพื่อนๆนำสัมภาระมีค่าติดตัวไปเที่ยวด้วย อย่างเช่น กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค หรือสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ การทำประกันเดินทางเอาไว้ก็ถือว่ากันไว้ดีกว่าแก้นะครับ นอกจากนี้ ยังมีเพื่อนๆหลายคนที่มักเจอปัญหาเที่ยวบินถูกยกเลิกหรือเที่ยวบินถูกเลื่อนอยู่บ่อยๆ ในการเดินทางไปเกาหลีใต้ จึงควรเลือกประกันเดินทางที่ครอบคลุมไปถึงเรื่องการยกเลิกเที่ยวบิน กระเป๋าหรือสินทรัพย์ทรัพย์สินสูญหาย และรวมไปถึงการเจ็บป่วยต่างๆด้วยนะครับ

 

ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ก็ให้เพื่อนๆตรงเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจเพื่อแจ้งเรื่องร้องเรียนและขอเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นๆมาให้เร็วที่สุด และให้เพื่อนๆติดต่อกลับมายังบริษัทประกันเพื่อขอเคลมประกันพร้อมหลักฐานต่างๆครับ โดยถ้าหากกรมธรรม์ของเพื่อนๆครอบคลุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไงก็ได้เคลมประกันแน่นอนครับ

เที่ยวฮ่องกง

ฮ่องกงมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยบรรยากาศที่ทันสมัย ตัดเข้ากับ สภาพบ้านเมืองที่ยังคงความเก่าขลังไว้ได้อย่างลงตัว อาหารอร่อย แถมแหล่งช้อปมีเพียบ ควรค่าแก่การไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง แต่อันที่จริงพี่หมีว่าไปสัมผัสบรรยากาศแบบฮ่องกงหลายๆครั้งเลยก็ได้ ยังไงก็ไม่เบื่อ

และก่อนเพื่อนๆจะไปเที่ยวฮ่องกง มีอะไรที่ควรรู้และต้องเตรียมตัวบ้าง ไปดูกันเลยครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวฮ่องกง

 

บัตรเครดิต: หากเพื่อนๆไปเที่ยวฮ่องกงก็อุ่นใจได้เลยนะครับว่าเพื่อนๆจะสามารถใช้บัตรเครดิตได้ในสถานที่ส่วนใหญ่ที่เป็นร้านค้าระดับกลางและระดับสูงขึ้นไป ทั้งบัตร Visa, MasterCard, American Express, Diners Club และ JCB ตามลำดับ ทำให้เวลาที่เพื่อนๆไปช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเพื่อนๆจะต้องจ่ายเงินสดเสมอไป

อย่างไรก็ดี ถ้าหากเพื่อนๆเข้าไปซื้อของหรือทานอาหารตามร้านท้องถิ่นหรือร้านเล็กๆ ร้านเหล่านี้ในบางครั้งก็ไม่รับบัตรเครดิตนะครับ เพราะฉะนั้น ให้เพื่อนๆเตรียมเอาเงินสดสกุลฮ่องกงดอลลาร์ติดไปด้วยก็จะดีกว่า

 

นอกจากนี้ การรูดบัตรในฮ่องกงก็มีโอกาสที่เพื่อนๆจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรูดบัตรต่างประเทศประมาณ 3% อย่างไรก็ดี ยังมีบัตรเครดิตหลากหลายแบบที่เพื่อนๆไม่จำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมรูดบัตรนะครับ จึงควรลองเปรียบเทีบบัตรเครดิตแต่ละแบบก่อนไปเที่ยวให้ดี

ข้อควรระวังอีกเรื่องหนึ่งก็คือเวลาที่เพื่อน ๆ จะรูดบัตร พนักงานอาจจะถามเราว่าจะรูดเป็นสกุลเงินฮ่องกงดอลลาร์หรือเป็นสกุลเงินใด ให้เพื่อน ๆ เลือกรูดเป็นสกุลเงินฮ่องกงจะดีกว่าเสมอครับ เพราะจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจากการแปลงค่าเงินที่เรียกว่า Dynamic Currency Conversion (DCC) เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นครับ

 

บริการทางการแพทย์: ที่ฮ่องกงนั้นระดับการบริการทางการแพทย์จัดได้ว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม แต่ว่าแพงเอามากๆสำหรับชาวต่างชาตินะครับ แปลว่าเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปใช้บริการจากสถานพยาบาลของรัฐได้ แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ไม่มีบัตรประชาชนชาวฮ่องกง ก็จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลในเรตเอกชนซึ่งแพงกว่าหลายเท่าตัว

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวฮ่องกง รักษาพยาบาล

 

จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อน ๆ จะทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองในต่างประเทศหรือทำประกันเดินทางที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ ที่จะทำให้เพื่อน ๆ อุ่นใจได้เวลาไปเที่ยวฮ่องกงแล้วเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ทางประกันก็จะคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆให้ครับ

หากเพื่อนๆเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นมา ก็สามารถโทรเรียกรถพยาบาลได้ที่เบอร์ 999 ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปส่งที่โรงพยาบาลรัฐให้ครับ

และถ้าหากเพื่อน ๆ เจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเข้าร้านขายยาที่มีอยู่ทั่วไปได้เลยนะครับ โดยมียาหลายตัวที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อย่างไรก็ดี เวลาที่เภสัชกรจ่ายยาก็ต้องให้แน่ใจว่ายานั้นๆเป็นตัวยาที่เพื่อน ๆ คุ้นเคยหรือพอรู้จักอยู่บ้าง และดูวันหมดอายุทุกรอบด้วยครับ

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: ในกรณีที่อยากจะเล่นเน็ตแบบคุ้มจุใจ เพื่อนๆสามารถเลือกซื้อซิมโรมมิ่งจากเมืองไทยไปใช้ที่ฮ่องกงก็ได้นะครับ หรือจะเลือกซื้อซิมการ์ดของทางฮ่องกงจากที่สนามบิน ซึ่งมีชื่อว่า “Discover Hong Kong Tourist SIM Card” ที่สามารถให้เพื่อนๆเล่นเน็ต 4G เต็มสปีด 8GB และโทรภายในฮ่องกงได้ไม่จำกัด มากถึง 8 วันเลยทีเดียวครับ

 

วีซ่า และพาสปอร์ต: เพื่อนๆสามารถเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพำนักที่ฮ่องกงได้มากถึง 30 วัน แต่ถ้าหากเพื่อนๆอยากจะพักในฮ่องกงเกินกำหนดนั้น ก็ต้องขอวีซ่าโดยสามารถเข้าไปขอได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนเลยครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: ในกิจกรรมหลักของหลาย ๆ คนที่ตั้งใจจะมาฮ่องกง ก็คือการมาช้อปปิ้งให้หนำใจ แต่พี่หมีขอบอกเลยนะครับ ว่าฮ่องกงมีมากกว่าแค่เรื่องช้อป ที่นี่เพื่อนๆสามารถทำได้ทั้งการจัดทริปทัวร์กิน จัดทริปถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญๆหรือฉากวิวเก๋ๆ หากเป็นสายดื่มด่ำวัฒนธรรม ก็สามารถมาพบเจอวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ตัดกันกับฉากหลังทันสมัยได้ หรือใครเป็นสายเที่ยวแบบธรรมชาติ ที่นี่ก็มีแหล่งเดินป่าให้เพื่อนๆได้มาเดินเล่นกัน

 

สถานที่ท่องเที่ยว: สำหรับสายช้อป เพื่อนๆสามารถเลือกช้อปปิ้งที่ฮ่องกงได้ตั้งแต่ระดับสินค้าท้องถิ่นยันระดับ Hi-End ใครชอบแบรนด์เนม Hi-End ก็ให้ไปที่ย่าน Central หรือจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ได้เลย สำหรับสาวๆที่อยากจะช้อปเครื่องสำอางค์ ก็จะมีร้านเครื่องสำอางค์ที่ราคาถูกกว่าในห้างเรียงรายอยู่ทั่วเมืองที่มีชื่อว่า Sasa, Bonjour ส่วนหนุ่มๆคนไหนอยากจะซื้อรองเท้าผ้าใบ หรือแกตเจ็ตดีๆกลับบ้าน ก็แนะนำว่าให้ไปเดินเที่ยวย่านมงก๊ก (Mongkok) ได้เลยครับ

ส่วนสายกินก็ต้องไม่พลาด ที่นี่เพื่อนๆสามารถหาร้านรวงที่เป็นอาหารท้องถิ่นทานได้แทบจะทุกหัวระแหง เป็นอาหารที่ถูกปากคนไทย ยังไงก็อร่อยแน่นอน ใครที่ไปฮ่องกงแล้วตั้งใจจะจัดทริปสายกิน ก็จะได้กลับบ้านแบบอิ่มคุ้มสุดๆแน่นอนครับ

 

เที่ยวเอเชีย ฮ่องกง ทางเดินดารา

 

ส่วนใครชอบถ่ายรูป ที่ฮ่องกงก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เพื่อนๆสามารถไปเที่ยวชมและมีมุมสวยๆให้เราได้ถ่ายรูปกัน อย่างเช่นที่ถนน Hollywood ที่จะมีตึกโบราณสไตล์หนังจีนฮ่องกงแนวเจ้าพ่อ, ย่าน Choi Hung มันเป็นตึกแถวสวัสดิการรัฐบาลสีสันพาสเทล เก๋ไก๋น่ามาถ่ายรูปมากๆ, Montane Mansion Building ซึ่งเป็นเซ็ตตึกอพาร์ทเม้นท์ที่อัดแน่นเรียงรายกัน หน้าตาคล้ายๆกับตึกแถวยุคเก่าบ้านเรา แต่ด้วยความที่ตึกเหล่านี้สูงอัดแน่นจนเห็นฟ้าเพียงนิดเดียว ทำให้ภาพที่ออกมาดูว้าวมากๆ และจุดบังคับที่ถ้ามาฮ่องกง ต้องมาถ่ายรูปให้ได้ก็คือ Victoria Peak อันเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทั้งเกาะฮ่องกงและเกาะเกาลูนได้เลยนะครับ

 

อาหาร: ขึ้นชื่อว่าอาหารฮ่องกงอะไรก็อร่อย ทำให้เมื่อไปถึงฮ่องกงแล้ว ก็ห้ามพลาดลิ้มลองอาหารท้องถิ่นที่นี่ดูบ้างนะครับ อาหารขึ้นชื่อก็มีติ่มซำ บะหมี่ห่านย่าง เนื้อตุ๋นฮ่องกง โจ๊กฮ่องกง ชานมฮ่องกง และสตรีทฟู้ดต่างๆอีกเพียบ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวฮ่องกง ติ่มซำ

 

สิ่งหนึ่งที่พี่หมีอยากแนะนำก็คือ สำหรับวัฒนธรรมกินอาหารในฮ่องกง ส่วนใหญ่เวลาเข้าไปนั่งในร้านแล้วจะไม่ค่อยนั่งแช่กัน จะรีบกินรีบสั่ง และอาจจะต้องใช้โต๊ะร่วมกับคนอื่น แม้บรรยากาศจะดูรีบๆไม่ชิล แต่การได้ทานอาหารอร่อยแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มมากๆแล้วล่ะครับ

 

เวลา: ฮ่องกงจะเร็วกว่าที่ไทยเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นนะครับ โดยอยู่ใน Time Zone GMT+8 จึงไม่ต้อง ปรับตัวมากมายนัก

 

ภูมิอากาศ: ฮ่องกงมีภูมิอากาศในช่วงหน้าร้อนที่คล้ายๆกับเมืองไทย เพียงแต่เย็นกว่านิดหน่อย โดยเฉลี่ยอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 26-30 องศาเซลเซียส ทำให้เวลาไปเที่ยวก็สามารถเตรียมเสื้อผ้าสวมใส่สบายๆไปได้เลยครับ แต่ถ้าหากเพื่อนๆจะไปเที่ยวฮ่องกงในช่วงปลายปีถึงต้นปีซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาว อากาศก็จะเย็นลงอีกแต่ก็ไม่ถึงกับหนาวมาก โดยเฉลี่ยจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 14-24 องศาเซลเซียสครับ

 

เที่ยวเอเชีย ฮ่องกง ถนน วัด

 

ประกันเดินทาง: แม้เขตปกครองพิเศษฮ่องกงจะเป็นพื้นที่ที่มีความสมัยทันสมัย อย่างไรก็ดี ก็ยังมีประเด็นการเมืองเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ เนื่องจากการยังไม่ได้เป็นเอกราชจากประเทศจีนอย่างเต็มตัว โดยทุกๆวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี ชาวฮ่องกงจะออกมาประท้วงบนถนนนับตั้งแต่มีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้กับประเทศจีน โดยในปี 2003 มีผู้ออกมาประท้วงที่ฮ่องกงต่อต้านใหญ่ที่สุดถึงขนาด 500,000 คน ล่าสุดในปี 2019 ก็ได้เกิดการจราจลอีกครั้งเพื่อต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ทางการจีน เกิดขึ้นเป็นความรุนแรงถึงขั้นมีการปะทะกันด้วยแก๊สน้ำตา

อย่างไรก็ดี ประกันส่วนใหญ่มักไม่คุ้มครองอันตรายจากเหตุการณ์ทางการเมืองและการจราจลนะครับ จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อนๆจะเช็คสถานการณ์ทางการเมืองของเกาะฮ่องกงไว้เนืองๆ ก่อนออกเดินทาง เพราะหากเพื่อนโดนลูกหลงจากเหตุการณ์เหล่านี้ ประกันก็อาจจะไม่คุ้มครองครับ

นอกจากเรื่องนี้แล้ว เพื่อนๆก็ควรจะทำประกันเดินทางติดเอาไว้อยู่ดีนะครับ เพื่อที่ว่าเวลาไปเที่ยวจะได้อุ่นใจ ไม่ว่าจะกระเป๋าหาย เกิดเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุใดๆ ประกันจะได้คุ้มครอง เพียงแค่เพื่อนๆแสดงหลักฐานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แล้วรวบรวมใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆเอาไว้เพื่อส่งให้ประกัน และติดต่อบริษัทประกันเพื่อทำการเคลมประกันให้เร็วที่สุด เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็สามารถเที่ยวได้อย่างอุ่นใจ หมดห่วงแล้วล่ะครับ

เที่ยวสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านยอดฮิตที่ขาช้อปชาวไทยไม่พลาดไปกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ว่าระดับการพัฒนาและความทันสมัยนั้นให้เลยเต็มร้อย เพื่อนๆก็สามารถมาสัมผัสความเจริญเช่นนี้ได้เพียงนั่งเครื่องบินมาไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

และไม่ว่าคุณจะ ไปสิงคโปร์เป็นครั้งแรกหรือว่าจะไปแล้วไปอีก พี่หมีโกแบร์ก็มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์มาฝากกันครับ ไปดูกันเลย

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวสิงคโปร์ เมอร์ไลอ้อน

 

บัตรเครดิต: สิงคโปร์ถือได้ว่าเป็นผู้นำด้านศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย ทำให้การจับจ่ายใช้สอยต่างๆเป็นไปได้โดยสะดวกและเพื่อนๆไม่ต้องเป็นห่วงเมื่ออยู่สิงคโปร์เลยนะครับ สามารถช้อปได้สบายใจตามใจอยาก เพราะว่าอยู่ที่นี่เพื่อนๆสามารถใช้บัตรเครดิตได้แทบทุกร้าน ยกเว้นว่าจะเป็นร้านค้าท้องถิ่นเล็กๆ อย่างเช่นศูนย์อาหารต่างๆ (Hawker Centres) และมีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่ร้านค้าจะชาร์จเงินเพิ่มประมาณ 2-3% สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตครับ

โดยบัตรเครดิตที่ร้านค้าส่วนใหญ่รับได้ก็มีทั้ง Visa, Mastercard และ American Express ซึ่งก็หลากหลายพอให้เพื่อนๆสามารถพกบัตรเครดิตไปช็อปที่สิงคโปร์ได้สบายๆครับ

 

บริการทางการแพทย์: สิงคโปร์มีการพัฒนาทางด้านบริการทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยมมากๆติดอันดับโลก อย่างไรก็ดี บริการทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยมนี้ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงลิบ ทำให้การทำประกันเดินทางติดเอาไว้ทุกครั้งก่อนไปสิงคโปร์จะทำให้เพื่อนๆอุ่นใจได้ ว่าถ้าหากเจ็บป่วยใดๆก็ตาม เพื่อนๆจะมีประกัน ที่คอยช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้ได้ และไม่ว่าเพื่อนๆจะอยู่ที่ไหนในสิงคโปร์ ก็สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างง่ายดาย โดยมีทั้งสถานพยาบาล โรงพยาบาล คลินิก และห้องฉุกเฉินต่างๆกระจายอยู่ทั่วตัวเมืองสิงคโปร์ครับ และเพื่อนๆสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับทางคุณหมอได้เลย อย่างไรก็ดี ถ้าหากเพื่อนๆมีปัญหาเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษ ก็สามารถขอให้เจ้าหน้าที่โรงแรมช่วยพูดคุยหรือจัดหาล่ามให้ก็ได้ครับ

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: โชคดีที่ประเทศสิงคโปร์มักมีจุดเปิด Wi-fi ฟรีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งตามห้างร้านใหญ่ๆและศูนย์ราชการต่างๆ ทำให้เพื่อนๆสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แต่ถ้าหากเพื่อนๆอยากอุ่นใจ ก็สามารถซื้อซิมโรมมิ่งจากเมืองไทยในราคาที่ไม่แพงนัก โดยในปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 400 บาทสำหรับ 8 วันเท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี หากเพื่อนๆมาติดต่อธุรกิจแล้วต้องใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อโทรกลับประเทศไทยหรือโทรภายในสิงคโปร์ เพื่อนๆก็สามารถซื้อซิมของสิงคโปร์ที่มีให้เลือกจากหลากหลายผู้ให้บริการ โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 300-400 บาท ต่อ 5 วันเท่านั้น เพื่อนๆสามารถโทรกลับไทย ได้ประมาณ 30 นาทีและโทรในสิงคโปร์ได้อีกประมาณ 500 นาที รวมถึงสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้ตามความเร็วที่กำหนดครับ ซิมเช่นนี้เพื่อนๆสามารถหาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์สนามบินชางอี (Changi Airport)  เลยครับ

 

วีซ่า และพาสปอร์ต: ถือเป็นโชคดีของคนไทยอีกเช่นกัน ที่เราสามารถไปเที่ยวสิงคโปร์ได้เรื่อยๆแบบไม่ต้องคิดมาก เพราะว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนเช่นเดียวกันกับสิงคโปร์ ทำให้ได้สิทธิพิเศษสามารถเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่จะต้องอยู่ไม่เกิน 30 วันครับ และถ้าหากเพื่อนๆต้องการจะอยู่ต่อเกิน 30 วัน ก็สามารถติดต่อขอทำวีซ่าได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจําประเทศไทยได้เลยครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: แม้สิงคโปร์จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกรวมไปถึงกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่ครบครัน ทำให้ไม่ว่าเพื่อนๆจะเป็นนักท่องเที่ยวสายไหน ก็มีกิจกรรมที่ชอบให้ทำในสิงคโปร์รอเพื่อนๆอยู่เสมอ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวสิงคโปร์ กล้วยไม้

 

สิ่งแรกที่คนไทยมักคิดถึงเวลาไปเที่ยวสิงคโปร์ก็คือการไปช้อปปิ้ง ด้วยสินค้าบางอย่างที่มีราคาถูกกว่าในเมืองไทย มีสินค้าที่ไม่ได้มีจำหน่ายในเมืองไทย รวมถึงหลากหลายห้างมักจัดช่วงเซลล์ลดกระหน่ำ ทำให้สิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางที่ดีของขาช้อปสินค้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางค์ ขนมและของฝากต่างๆ

นอกจากนี้ สิงคโปร์ก็ยังมีแหล่งบันเทิงที่ให้เพื่อนๆสามารถกินดื่มได้หนำใจ และมีร้านอาหารแบบแฟรนไชส์ชื่อดังที่ยังไม่ได้มาเปิดในเมืองไทยอยู่มาก เพื่อนๆอาจจะลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งดริ้งชิวๆในกรุงเทพฯ มาเป็นการ ไปดื่มบนบาร์สุดหรู ชมวิวเกาะสิงคโปร์ หรือนั่งจิบเบียร์ริมท่าเรือที่ Clarke Quay ก็เก๋ไก๋ไม่แพ้กันครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวสิงคโปร์ สวน

 

ถ้าหากเพื่อนๆ เป็นคนที่สนใจธรรมชาติ สิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวมากมายรายล้อมเกาะเอาไว้ โดย landmark สีเขียวที่เพื่อนๆต้องไม่พลาดไปนั่นก็คือ Gardens by the Bay ที่ประกอบไปด้วยพืชนานาพรรณ เปรียบเสมือนปอดของสิงคโปร์ กินเนื้อที่ใหญ่กว่า 101 เฮคตาร์ นอกจากนี้ก็ยังมีสวนสาธารณะอีกมากที่เพื่อนๆสามารถไปเดินเล่นได้ เช่น Fort Canning Park, East Coast Park และ MacRitchie Reservoir ครับ และอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทยที่ไปเที่ยวสิงคโปร์ก็คือ การไปเที่ยวสวนสนุก Universal Studios บนเกาะ Sentosa ที่ทำให้เพื่อนๆได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเครื่องเล่นที่อิงเรื่องราวมาจากภาพยนตร์ดังหลายเรื่องของค่าย Universal โดยก่อนที่เพื่อนๆจะไปเข้าชม ก็ควรจะซื้อตั๋วออนไลน์ไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องมาต่อคิวยาวเพื่อซื้อตั๋วในภายหลังนะครับ

 

สถานที่ท่องเที่ยว: สิงคโปร์มี landmark มากมายให้เพื่อนๆ ได้ไปเยี่ยมชม ด้วยสถาปัตยกรรมที่ดูทันสมัยและมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอด ทั้งรูปปั้นเมอร์ไลออนสุดคลาสสิค สะพาน Helix Bridge ที่เป็นทางเดินทอดยาว มีโครงเหล็กพันเกี่ยวอยู่โดยรอบเหมือนเกลียวเส้น DNA ตึก Marina Bay Sand ที่เป็นตึก 3 ตึกต่อกันโดยมีหลังคารูปเรือเป็นตัวเชื่อม ตึก Esplanade ที่เป็นรูปทรงโดม มีหนามแหลมออกมาเหมือนกับทุเรียน ข้างในเป็นโรงละครและสถานที่จะแสดงดนตรีและวัฒนธรรม เป็นต้น

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวสิงคโปร์ สวย

 

อาหาร: สิงคโปร์มีอาหารหลากหลายรูปแบบให้เพื่อนๆลองทาน ทั้งร้านอาหารสไตล์ตะวันตก สไตล์ญี่ปุ่น สไตล์จีน รวมไปถึงอาหารท้องถิ่นในรูปแบบผสมผสาน เช่น ก๋วยเตี๋ยว หมี่ฮกเกี้ยน กระเพาะปลา และข้าวมันไก่ครับ

โดยเพื่อนๆสามารถหาอาหารท้องถิ่นทานได้จากศูนย์อาหารต่างๆที่เรียกว่า Hawker Centres และร้านอาหารเช้าในสไตล์โกปิเตี๊ยม

นอกจากนี้ เพื่อนๆก็สามารถลองทานอาหารอินเดียนและมาเลย์ ได้ตามแหล่งชุมชนเชื้อชาตินั้นๆ เช่น โรตี, Nasi Lemak, และ Laksa ครับ

 

เวลา: เวลาที่สิงคโปร์จะเร็วกว่าที่ไทย 1 ชั่วโมง โดยมี Time Zone อยู่ที่ UTC+8 เช่นเดียวกันกับประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไนครับ ทำให้เพื่อนๆสามารถไปเที่ยวได้แบบสบายๆ เหมือนไปต่างจังหวัด ไม่มีเจ็ตแลคแน่นอน

 

ภูมิอากาศ: ภูมิอากาศของประเทศสิงคโปร์จะคล้ายๆกับประเทศไทยตรงที่เป็นประเทศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดทั้งปี อย่างไรก็ดี อุณหภูมิโดยรวมของสิงคโปร์จะเย็นกว่าประเทศไทยเล็กน้อย โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 23-33 องศาเซลเซียสครับ ทำให้เวลาเพื่อนๆเตรียมตัวจัดกระเป๋าก็ไม่ต้องคิดมาก สามารถจัดกระเป๋าเหมือนเวลาเราไปเที่ยวต่างจังหวัดได้เลยครับ

 

ประกันเดินทาง: แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่ปลอดภัยมากๆ แถมยังสะอาดและถูกอนามัยแทบทุกตารางนิ้ว แต่ก็ใช่ว่าเพื่อนๆไปเที่ยวแล้วจะไม่สามารถเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เลยนะครับ ประเทศสิงคโปร์ยังอยู่ในประเทศแถบเมืองร้อนที่มีโอกาสเกิดโรคอย่างเช่นไข้เลือดออก รวมถึงเพื่อนๆอาจพบอุปสรรคในการเดินทาง ทั้งเรื่องเที่ยวบินล่าช้าถูกยกเลิก หรือกระเป๋าและสัมภาระสูญหาย ทำให้การทำประกันเดินทางติดเอาไว้จะสามารถคุ้มครองเพื่อนๆจากกรณีไม่คาดฝันเหล่านี้ได้

โดยถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็ให้เพื่อนๆรีบรวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในสิงคโปร์โดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่สนามบิน หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล แล้วรีบติดต่อบริษัทประกันให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้สามารถทำการขอเคลมประกันหรือให้ประกันช่วยดีลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆให้ได้ทันท่วงทีครับ

เที่ยวไต้หวัน

ไต้หวันก็เป็นอีกเกาะหนึ่ง ที่เพื่อนๆพลาดไปเที่ยวไม่ได้เลยนะครับ แม้ว่าที่นี่จะใช้ภาษาจีนคล้ายคลึงกับ ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ว่าสภาพวัฒนธรรมต่างๆ กลับแตกต่างอย่างมาก จะมีความชิลมากกว่า รวมไปถึงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากมายให้ได้ค้นพบ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความทันสมัย เที่ยวได้ไม่ลำบาก

สิ่งที่เพื่อนๆควรรู้เกี่ยวกับไต้หวันมีดังนี้ครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวไต้หวัน

 

บัตรเครดิต: ร้านค้าของไต้หวันโดยส่วนมากรับบัตรเครดิตนะครับ เว้นแต่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กๆหรือร้านค้าท้องถิ่น โดยให้เพื่อนๆ ลองเปรียบเทียบและตรวจสอบบัตรเครดิตให้ดีว่าในการใช้จ่ายที่ไต้หวัน จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงอย่าลืมพกเงินสดติดตัวไปด้วยในกรณีที่เพื่อนๆอยากจะเข้าร้านค้าท้องถิ่นหรือซื้อของข้างทางครับ

โดยบัตรเครดิตที่เป็นที่นิยมในไต้หวันก็คือ Mastercard และ Visa ส่วน American Express ก็มีความนิยมน้อยลงมาอีกครับ

 

บริการทางการแพทย์: ไต้หวันถือว่ามีความก้าวหน้าทางการแพทย์อยู่ในระดับยอดเยี่ยมและเป็นสากลนะครับ และหากเพื่อนๆเจ็บป่วยในไต้หวันก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าคุณหมอที่นี่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพูดภาษาอังกฤษได้ ค่าหาหมอแต่ละครั้งก็จะตกอยู่ราวๆ NT$400 หรือก็ประมาณ 400 บาทไทยเท่านั้น จึงเรียกได้ว่าค่ารักษาพยาบาลของที่นี่ไม่ได้แพงมากนัก แต่ว่าดีมากๆเลยล่ะครับ

อย่างไรก็ดี บริการทางการแพทย์ที่ดีๆส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่แค่ในตัวเมืองใหญ่นะครับ หากเพื่อนๆไปเที่ยว ที่เมืองรอบนอกหรือเมืองชนบท ก็อาจจะไม่ได้มีบริการที่ดีมากนัก รวมถึงถ้าหากเพื่อนๆมียาประจำตัว ก็ควรพกติดไปด้วยนะครับ เนื่องจากว่าในไต้หวัน ยาตัวใหม่ๆจะยังไม่ค่อยเข้ามาในประเทศ และก่อนเดินทางก็อย่าลืมเช็คด้วยว่ายาที่ไต้หวันสั่งห้ามนำเข้าประเทศมีอะไรบ้างด้วยนะครับ

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: ใครที่ไปเที่ยวไต้หวันก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่มีอินเตอร์เน็ตเล่นเลยนะครับ พี่หมีขอบอกเลยว่า ให้เพื่อนๆไปซื้อซิมที่ไต้หวัน เช่นซิมจาก Chunghwa Telecom ที่หาซื้อได้ตรงทางออกสนามบิน ก็มีราคาถูกเอามากๆ โดยมีให้เลือกหลากหลายแบบ ตั้งแต่แบบ 3 วันไปจนถึง 15 วัน ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 300-700 บาทเท่านั้น เพื่อนๆสามารถใช้เน็ตได้ไม่จำกัด เน็ตแรงเน็ตไว ยังไงก็คุ้มครับ

 

วีซ่า และพาสปอร์ต: คนไทยจะสามารถเที่ยวไต้หวันได้แบบไม่ต้องทำวีซ่าไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมปี 2562 เท่านั้นนะครับ หลังจากนั้น ทางการไต้หวันจะต้องทำการพิจารณาปีต่อปีว่าจะยังคงนโยบายฟรีวีซ่าให้กับชาวไทยหรือไม่ โดยจะต้องดูสถานการณ์การเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งโดยปกติแล้วคนไทยจะสามารถเข้าไต้หวันและพำนักได้ไม่เกิน 14 วันต่อครั้งครับ

ดังนั้น ถ้าหากเพื่อนๆจะไปเที่ยวไต้หวัน ก็ขอให้ตรวจสอบนโยบายจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยให้ดีๆ ว่าในปัจจุบันจำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนออกเดินทางด้วยหรือไม่นะครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: ไต้หวันถือเป็นเกาะที่ใหญ่ ทำให้มีกิจกรรมมากมายหลากหลายที่เพื่อนๆสามารถทำได้ โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวในแบบธรรมชาติที่ทำให้เพื่อนๆสามารถสัมผัสต้นไม้ ภูเขา สายลม และทะเลได้อย่างจุใจ เหมาะสำหรับใครที่ชอบเที่ยวในสไตล์สปอร์ตและ adventure เช่นการปั่นจักรยาน ที่ก็มีบริการให้เช่าจักรยานอยู่หลายร้อยแห่งที่เรียกว่า YouBike หรือจะไปเที่ยวเดินป่า ปีนเขาเป็นลูกๆ เช่นที่ภูเขา Xiangshan เป็นต้น หรือจะไปทำกิจกรรมแบบผ่อนคลาย เช่นการ ไปไร่ดื่มชาจากแหล่งชาแท้ๆ โดยเฉพาะชาอู่หลงอันขึ้นชื่อของไต้หวัน ไปแช่บ่อน้ำพุร้อนที่แหล่งน้ำพุเป่ยโถวในช่วงฤดูหนาว หรือแค่นอนชมวิวสีเขียวรอบๆก็เพียงพอแล้ว หรือใครที่เป็นขาช้อป ไปไหนก็ต้องชอบทุกประเทศ ที่ไต้หวันก็มีหแล่งชอบให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อของกันอย่างจุใจเช่นกัน โดยที่พลาดไม่ได้ก็คือตลาดกลางคืนที่มีอยู่มากมายในทุกเมือง ได้ช้อปของฝากและของท้องถิ่นกลับบ้านกัน หรือจะไปในย่านใจกลางเมือง อย่างเช่นที่ Ximending ที่มีทั้งของแบรนด์เนม ห้างใหญ่ๆ ไปจนถึงร้านค้าเล็กๆ ใครอยากเลือกซื้ออะไรก็ซื้อได้หมดเลยครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวไต้หวัน ตลาดนัดกลางคืน

 

สถานที่ท่องเที่ยว: landmark สำคัญหากใครคิดจะไปเที่ยวไต้หวัน ก็อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง ที่มีศิลปะและของโบราณแบบวัฒนธรรมจีนรวบรวมเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยสิ่งของภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีอายุมากกว่า 8,000 ปี และอยู่ต่อเนื่องมาหลากหลายราชวงศ์แล้ว

หากชอบสถาปัตยกรรมทันสมัย ตึกไทเป 101 ก็เป็นอีกหนึ่ง landmark ที่เพื่อนๆห้ามพลาด ด้วยดีไซน์เอกลักษณ์เป็นรูปปล้องไม้ไผ่ มีความสูงถึง 106 ชั้น ทำให้ถ้าหากเพื่อนๆมาเที่ยวไต้หวัน ก็อย่าพลาดมาถ่ายรูปคู่กับตึกนี้หรือขึ้นไปชมวิวได้ที่ชั้น 89 เลยนะครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวไต้หวัน ไทเป

และอย่าลืมไปนั่งกระเช้าลอยฟ้า Maokong Gondola ที่สูงจากพื้นเกือบ 300 เมตร แถมในกระเช้าพื้นยังเป็นกระจกใส ทำให้เพื่อนๆสามารถมองเห็นวิวเบื้องล่างและโดยรอบได้เกือบ 360 องศา และเพื่อนๆยังสามารถหยุดแวะได้ที่สวนสัตว์ไทเป รวมถึงวัดจื่อหนาน (Zhinan Temple) เพื่อสักการะวัดแห่งนี้ แล้วแวะไปนั่งจิบชาชิลๆอีกสักหน่อย ก็น่าจะฟินกำลังดีเลยละครับ

 

อาหาร: ไต้หวันถือเป็นอีกหนึ่งที่ที่เหมาะแก่การไปทัวร์กินอย่างมากเลยละครับ เพราะวัฒนธรรมอาหารการกินที่มีหลากหลายรูปแบบและมีรสชาติอร่อยถูกปากชาวเอเชียอย่างพวกเรา จึงควรต้องไปลองให้ได้สักครั้ง และแน่นอนว่าสถานที่ที่เหมาะจะไปลิ้มชิมรสอาหารที่ดีที่สุดก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล แต่ก็คือพวกอาหารข้างทางแบบ street food นั่นเอง

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวไต้หวัน ชานม

 

และแหล่งรวมอาหารแนวสตรีทฟู้ดในไต้หวันที่ดีที่สุดก็คือตลาดกลางคืนนั่นเองครับ ที่เพื่อนๆสามารถ พบเจอได้ในแทบทุกเมืองในไต้หวันแม้แต่ในเมืองที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่ก็ตาม อาหารไต้หวันข้างทางที่น่าลองก็อย่างเช่น ขนมจีบติ่มซำ เต้าหู้ทอด เต้าหู้ยี้ทอด (chòu dòufu) ชานมไข่มุกไต้หวัน ซุปเนื้อ ซุปถั่วหวาน ไข่กระทะไต้หวัน สเต็กเนื้อและไก่ราดซอสช็อคโกแลต ถ้าให้ร่ายยาวถึงอาหารไต้หวันทั้งวันก็คงพูดไม่จบ บินไปลองชิมด้วยตัวเองกันเลยดีกว่าครับ

 

เวลา: เวลาในไต้หวันเร็วกว่าในเมืองไทยเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นนะครับ โดยอยู่ในโซน GMT+8 ครับ

 

ภูมิอากาศ: โดยทั่วไปแล้วอากาศในไต้หวันก็จะอบอุ่นตลอดทั้งปี ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป โดยถ้าไปเที่ยวไต้หวันทางตอนเหนือก็จะมีอากาศเย็นสบายกำลังดี แต่ถ้าเป็นไต้หวันตอนใต้ก็จะมีอากาศค่อนข้างร้อนชื้น โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ 12-17 องศาเซลเซียสครับ โดยในหน้าหนาว ไต้หวันจะมีอากาศเย็นสบาย แต่ในหน้าร้อนก็จะมีอากาศร้อนชื้นแถมยังมีไต้ฝุ่นและพายุฝน ทำให้ถ้าใครไปเที่ยวไต้หวันในช่วงหน้าร้อน ก็ควรจะเช็คสภาพอากาศให้ดีนะครับว่าช่วงนั้นจะมีไต้ฝุ่นเข้าหรือไม่ และให้เตรียมร่มรวมถึงเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วยเสมอ

 

ประกันเดินทาง: นับเป็นโชคดีที่ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่ไต้หวันไม่ได้แพงมากมายขนาดนั้น แต่ก็ดีกว่านะครับถ้าหากเพื่อนๆจะทำประกันเดินทางเอาไว้ เพื่อที่ว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆ อย่างเช่นกระเป๋าหาย เครื่องบินดีเลย์จากพายุฝน หรือมีทรัพย์สินสูญหาย ประกันจะได้ช่วยคุ้มครองได้ครับ เพื่อนๆสามารถรวบรวมเอาเอกสารหลักฐานต่างๆจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่สนามบิน ตำรวจ และจากที่โรงแรม รวมถึงบิลค่าใช้จ่ายต่างๆยื่นให้กับบริษัทประกันโดยเร็วที่สุดเพื่อทำการเคลมประกัน เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็สามารถไปเที่ยวไต้หวันได้อย่างอุ่นใจคลายกังวลแล้วล่ะครับ

เที่ยวเวียดนาม

เวียดนามเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางใกล้บ้านที่เพื่อนๆควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิตนะครับ ด้วยความที่เดินทางสะดวกสบาย แต่วัฒนธรรมและความเป็นอยู่กลับโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ได้กลิ่นอายความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิด ๆ ปนอิทธิพลวัฒนธรรมจีนแบบดั้งเดิมหน่อยๆ ทำให้ใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวเวียดนามก็ต้องตกหลุมรัก ก่อนจะไปเวียดนาม มีสิ่งที่เพื่อน ๆ ควรรู้ดังนี้ครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเวียดนาม

 

บัตรเครดิต: โดยทั่วไปแล้ว ถ้าหากเพื่อนๆไปเที่ยวตามเมืองใหญ่ ๆ ก็สามารถใช้บัตรเครดิตได้ตามศูนย์การค้าทั่วไปและร้านค้าในห้าง แต่ด้วยบรรยากาศการท่องเที่ยวในเวียดนามที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นรวมไปถึงการไปทานอาหารท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งร้านรวงเล็ก ๆ เหล่านี้ก็มักจะไม่ได้รับบัตรเครดิตเป็นส่วนใหญ่นะครับ จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อนๆจะเตรียมเงินสดสกุลเงินเวียดนามดองติดไปให้พอ โดยบัตรเครดิตที่ใช้ได้ ก็คือบัตร Visa และ MasterCard และในบางครั้งก็จะมีการชาร์จค่าธรรมเนียม 3% ครับ

 

บริการทางการแพทย์: บริการทางการแพทย์ในเวียดนามจะคล้ายคลึงกับในไทย คือจะมีความสะดวกสบายและมาตรฐานการแพทย์ที่ดีแค่ในเมืองใหญ่ๆ เช่นในฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ และดานังเท่านั้น หากเพื่อน ๆ เกิดเจ็บป่วยในพื้นที่ชนบท ก็ยากที่จะหาสถานพยาบาลดี ๆ เพื่อรักษาได้

ดังนั้น หากเพื่อนๆเกิดเจ็บป่วย ก็ให้หาหมอตามคลินิคและโรงพยาบาลเอกชนในหัวเมืองใหญ่จะดีที่สุด เพราะจะมีมาตรฐานของเครื่องมือแพทย์ที่เป็นสากลกว่า หากเพื่อนๆเลือกเข้าโรงพยาบาลรัฐ ก็จะมีคิวยาว รวมไปถึงคุณหมอที่จะสามารถรักษาชาวต่างชาติได้ก็จะต้องได้ใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งมีไม่มาก

แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ เจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย ก็ให้เตรียมเอายาสามัญประจำบ้านหรือยาประจำตัวติดตัวเอาไว้ด้วย เพราะว่าในเวียดนามมีกรณีซื้อขายยาปลอมให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ จึงดีกว่าถ้าเพื่อนๆพกยามาเองจากประเทศไทยครับ

ด้วยสภาพบริการทางการแพทย์ที่เป็นเช่นนี้ หากเพื่อน ๆ เจ็บป่วยร้ายแรงขึ้นมา จึงดีกว่าถ้าเพื่อนๆจะมีประกันเดินทางติดตัวเอาไว้ ที่สามารถคุ้มครองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ การรักษาพยาบาล รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศไทยครับ

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: ที่เวียดนาม เพื่อนๆสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในเครือข่ายระบบ 4G ได้เลยนะครับ ประโยชน์สำคัญก็คือเอาไว้เปิดแผนที่ Google Map เพื่อนำทางทั้งในเมืองและเมื่อออกเที่ยวในต่างจังหวัด และใช้ในการติดต่อสื่อสารกับแท็กซี่ว่าอยากจะไปที่ไหน รวมถึงใช้ส่งข้อความหากัน หากให้เลือกระหว่างการซื้อซิมโรมมิ่งจากเมืองไทยกับการไปซื้อซิมที่เวียดนามเลย พี่มีแนะนำให้เพื่อนๆซื้อซิมที่เวียดนามเลยจะถูกกว่ามากๆนะครับ โดยจะมีแพ็คเกจ Unlimited Internet ราคาเพียงประมาณ 200-300 บาท สามารถใช้ได้ถึง 7 วัน เครือข่ายที่เป็นที่นิยมก็อย่างเช่น Viettel หรือ Vinaphone โดยเพื่อน ๆ สามารถหาซื้อซิมเหล่านี้ได้ที่สนามบินเลยนะครับ และแนะนำว่าควรซื้อซิมภายในสนามบินเท่านั้น หากไปหาซื้อซิมจากภายนอกสนามบิน จะค่อนข้างมีกระบวนการยุ่งยากที่เพื่อน ๆ จะต้องทำการลงทะเบียนซิมด้วยตัวเอง โดยมีขั้นตอนเป็นภาษาเวียดนามทั้งหมด

 

วีซ่า และพาสปอร์ต: สำหรับประเทศเวียดนามที่เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนเช่นเดียวกับไทย ชาวไทยจึงได้สิทธิพิเศษ ไม่ต้องขอวีซ่าในการพำนักในเวียดนามเพื่ออยู่เที่ยวได้ไม่เกิน 30 วันครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: ประเทศเวียดนามถือได้ว่าเหมาะสำหรับใครที่อยากไปสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่แบบท้องถิ่นดั้งเดิม ไปสัมผัสประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงเหมาะกับใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติ เข้าป่าขึ้นดอย ขี่มอเตอร์ไซค์กลางทุ่งนา หรือนอนชิวริมทะเลก็สามารถทำได้เช่นกัน อีกไฮไลท์หนึ่งก็คือการทัวร์กินอาหารเวียดนาม ที่ในแต่ละภูมิภาคจะมีสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน และมีร้านค้าท้องถิ่นมากมายที่ทำอาหารเวียดนามออกมาได้อร่อยถูกปาก ร้านไหนก็อร่อย

 

สถานที่ท่องเที่ยว: เนื่องจากประเทศเวียดนามเป็นประเทศค่อนข้างยาว ในแต่ละภูมิภาคจึงมีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันไป โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆที่เพื่อนๆควรไปดังนี้ครับ

Ha Long Bay: ฮาลองเบย์เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเพื่อน ๆ อยู่ที่ริมท่าเรือแบบจีนโบราณที่รายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่กลางทะเล ในปัจจุบันจะมีท่องเที่ยวไปเที่ยวค่อนข้างมากหน้าหลายตา แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่า ควรไปสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิตครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเวียดนาม ฮาลองเบย์

 

Sapa: เมืองซาปาถึงเป็นเมืองในหุบเขาที่ติดกับชายแดนประเทศจีน ที่เพื่อนๆจะได้เห็นนาขั้นบันไดรายล้อมที่สวยงาม รวมไปถึงตัวเมืองที่มีความท้องถิ่นดั้งเดิมเป็นอย่างมาก เพื่อน ๆสามารถไปปีนเขา Fansipan เพื่อชมทะเลหมอก และไปค้างโฮมสเตย์ในบ้านพักของชนกลุ่มน้อยบริเวณนั้นได้เลยครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเวียดนาม ซาปา

 

Mui Ne: ใครที่อยากได้รูปถ่ายติดกับเนินทรายสวยๆ ประหนึ่งว่าเพื่อนๆกำลังอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ก็ไม่ต้องไปที่ไหนไกล สามารถมาที่เมืองมุยเน่ได้เลย ภูเขาทรายทั้งสองแห่งอยู่ฝั่งจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 6 กิโลเมตร และ 26 กิโลเมตรเท่านั้น

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเวียดนาม มุยเน่

 

Hoi An: ฮอยอันก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่งดงามอย่างมาก โดยมีสภาพบ้านเมืองแบบโบราณที่ทาสีเหลืองอร่ามอยู่ทั่ว มีแม่น้ำตัดกลางเมืองอย่างงดงาม อาหารที่นี่ก็อร่อยมาก ยิ่งในช่วงกลางคืนที่มีการเปิดไฟระยิบระยับ ทำให้นึกถึงบรรยากาศงานลอยกระทงของไทยมากๆเลยละครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวเวียดนาม ฮอยอันฉันรักเธอ

 

Hanoi: ฮานอยถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่มีความเก่าแก่และมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอยู่มาก หากเปรียบก็คงจะเหมือนกับเมืองเก่าฝั่งพระนครของกรุงเทพ ใครที่อยากจะมาสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิม ก็ให้มาที่นี่ได้เลยครับ โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ ที่กลางเมืองฮานอยจะมีการปิดถนนเพื่อทำเป็น Walking Street ให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างรื่นรมย์ มีอาหารและขนมมากมายขายอยู่โดยทั่ว เหมาะไปลองดูมากเลยนะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลากหลายเมืองและหลากหลายสถานที่ในเวียดนามที่เพื่อนๆควรลองไปสัมผัสดูนะครับ ทำให้ไม่ว่าจะไปเวียดนามมากี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ เพราะแต่ละที่ก็มีความหลากหลายและแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รู้แบบนี้แล้ว ต้องไปลอง

GoBear Tip: หากเพื่อน ๆ ต้องการหารถโดยสารเดินทางในเมืองใหญ่เพื่อเที่ยว พี่หมีข้อแนะนำให้เพื่อนๆใช้ระบบเรียกรถอย่างเช่น GrabCar หรือ GrabBike จะทำให้เพื่อน ๆ สามารถโดยสารภายในเมืองไปยังจุดหมายด้วยราคาตามจริงและไม่โดนโกงนะครับ

อาหาร: อาหารเวียดนามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกได้ว่าไม่เหมือนที่ไหนเลยนะครับ โดยจะมีรสค่อนข้างกลมกล่อมและมีส่วนประกอบของผักอยู่มาก ทำให้อาหารเวียดนามดูเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แถมยังมีหลากหลายให้เลือกชิมได้ทั้งวันก็ไม่หมด

อาหารที่พี่หมีอยากแนะนำให้ไปลองก็อย่างเช่น เฝอ (Pho) หรือก๋วยเตี๋ยวสไตล์เวียดนามที่เส้นจะใหญ่กว่าเส้นเล็กของบ้านเรานิดนึง และเนื้อสัตว์ในนั้นก็จะลวกแบบเร็วๆ น้ำซุปมีรสเค็ม แต่สดชื่นมากๆ, บั๋ญหมี่ (Banh Mi) หรือแซนด์วิชสไตล์เวียดนามที่เอาขนมปังฝรั่งเศสมาใส่ไส้เนื้อสัตว์ต่างๆ, บุ๋นบ่อ (Bun Bo) ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่เนื้อ ที่ประกอบด้วยเนื้อผัดซอสน้ำพริก หน้าตาคล้ายๆกับก๋วยเตี๋ยวน้ำตกบ้านเรา รสชาติโดดเด่นอร่อยมากๆเลยนะครับ, บุ๋นฉา (Bun Cha) จะคล้ายๆกับก๋วยเตี๋ยวแต่จะเป็นการแยกเครื่องทุกอย่างเอาไว้ โดยจะมีเส้นหมี่ เนื้อย่าง และน้ำซุปใส กินกับผักกระด้งใหญ่ๆ อร่อยมากเลยละครับ, และที่เด็ดสุดๆสำหรับคอกาแฟก็คือ ก่าเฟจึ๋ง (Ca phe trung) หรือกาแฟร้อนเวียดนามสูตรใส่ไข่แบบฉบับฮานอยที่มีรสหวานเจี๊ยบ ได้กลิ่นไข่หอมพร้อมทั้งกลิ่นกะทิอ่อนๆ หาได้เฉพาะในฮานอย และยังมีอาหารเวียดนามอีกมากมายหลายชนิดให้เพื่อนๆไปลอง แถมยังมีราคาถูกมากๆ กินเท่าไหร่เงินก็แทบไม่พร่องลงไปเลยครับ

 

เวลา: ไทยและเวียดนามจะอยู่ใน time zone GMT+7 เหมือนกัน จึงมีเวลาที่ตรงกันครับ

 

ภูมิอากาศ: สภาพอากาศในเวียดนามโดยทั่วไปจะคล้ายกับของไทย แต่ด้วยประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่ยาว ทำให้ในแต่ละที่อาจจะมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วเวียดนามจะมีอากาศร้อนชื้น หากเป็นเวียดนามในตอนเหนือ ช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาวจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยหน้าหนาวจะมีอุณหภูมิที่ประมาณ 17-22 องศาเซลเซียสตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนเมษายน ส่วนหน้าร้อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมจะร้อนชื้นเหมือนประเทศไทย มีฝนตกหนักในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อน ๆ เลือกไปเที่ยวเวียดนามตอนเหนือในช่วงหน้าหนาวนะครับ หากไปเวียดนามช่วงตอนกลาง ก็จะมีอากาศร้อนและแห้งตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม และมีฝนตกในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน และอาจมีไต้ฝุ่นเข้าได้ด้วย แต่ถ้าหากเป็นเวียดนามตอนใต้ อากาศก็จะร้อนชื้นแทบตลอดทั้งปีครับ มีเพียงแค่หน้าร้อนและหน้าแล้ง เรียกง่ายๆก็คือร้อนมันทั้งปีครับ

 

ประกันเดินทาง: เนื่องจากประเทศเวียดนามยังไม่ใช่ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านบริการทางการแพทย์มากขนาดนั้น รวมถึงยังมีอาชญากรรม มิจฉาชีพ ขโมย เอกสารสูญหาย และข้อควรระวังเมื่อไปเที่ยวเวียดนาม อื่น ๆ อยู่ค่อนข้างมาก จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อนๆทำประกันเดินทางติดเอาไว้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินใด ๆในเวียดนาม ประกันจะได้คุ้มครองนะครับ โดยให้เลือกประกันการเดินทางที่ครอบคลุมถึงเรื่องทรัพย์สินสูญหายและเหตุการณ์อาชญากรรมต่างๆ รวมไปถึงความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาล การถูกยกเลิกเที่ยวบิน และกระเป๋าหายครับ

เที่ยวจีน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยเลยก็ว่าได้นะครับ ด้วยความที่จีนมีความทันสมัยมากขึ้น กอปรกับวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ดั้งเดิม แถมยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ดูยิ่งใหญ่ เป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยเชื้อสายจีนที่อยากกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดบรรพบุรุษ หรือแม้กระทั่งคนรุ่นใหม่ที่อยากลองไปเปิดประสบการณ์ที่เที่ยวใหม่ ๆ ดูบ้าง รวมไปถึงนักธุรกิจมากหน้าหลายตาที่มองจีนเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีเยี่ยม จะไปเที่ยวจีนทั้งทีต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ไปดูกันเลยครับ

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวจีน

 

บัตรเครดิต: แม้ว่าประเทศจีนจะเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก แต่ภายในจีนเองการใช้เงินสดในการจับจ่ายก็ยังเป็นที่นิยมมากกว่าการใช้เครดิตบัตรเครดิตนะครับ แต่ถ้าหากเพื่อนๆไปเที่ยวตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ก็สามารถใช้บัตรเครดิตได้ในบางที่ เหตุผลที่คนจีนไม่ค่อยใช้บัตรเครดิต นั่นก็เป็นเพราะค่านิยมที่มองการเป็นหนี้ว่าไม่ดี เพราะฉะนั้น จึงดีกว่าถ้าหากเพื่อนๆจะพกเงินสดติดตัวเอาไว้ให้พอ

นอกจากนี้ ถ้าหากเพื่อนๆใช้บัตรเครดิตที่ประเทศจีน ก็มักจะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 3% ในการรูดบัตรนะครับ และบัตรเครดิตที่สามารถใช้ได้ก็มีทั้ง Union Pay, Visa, Mastercard, American Express, Discover, JCB, Diners Club, Federal และ Million cards

GoBear Tip: แม้ว่าบัตรเครดิตอาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมมากในประเทศจีน แต่มีวิธีการจ่ายเงินอีกแบบหนึ่งที่ล้ำและทันสมัยมากๆ แถมเป็นที่นิยมแพร่หลายในเมืองจีน ก็คือการจ่ายเงินแบบ Mobile Payment ผ่านระบบอย่าง Alipay และ WeChat โดยแม้เพื่อนๆ อาจจะไม่สามารถใช้บัตรเครดิตจากเมืองไทยในการเติมเงิน ลงไปในระบบเหล่านี้ได้ แต่เพื่อนๆก็สามารถให้ทางเอเจนซี่ท่องเที่ยวช่วยสมัครบัญชี WeChat แล้วเติมเงินให้ ซึ่งจะทำให้เพื่อน ๆ สามารถจับจ่ายใช้สอยในประเทศจีนได้อย่างง่ายดายเพียงแค่สแกน QR code เท่านั้นครับ

 

บริการทางการแพทย์: หากเพื่อนเกิดเจ็บป่วยในประเทศจีน ก็สามารถไปหาคุณหมอแพทย์แผนปัจจุบัน ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ตามคลินิกเอกชนต่างๆในเมืองใหญ่ซึ่งจะมีราคาแพงกว่าสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลท้องถิ่น โดยจะมีค่าปรึกษาแพทย์อยู่ที่ประมาณ 500 หยวน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า

นอกจากนี้ประเทศจีนก็มีแพทย์แผนจีน ที่ช่วยวิเคราะห์อาการเจ็บป่วยของเพื่อนๆทั้งเรื่องของลมปราณ ต่างๆ ซึ่งเพื่อนๆก็สามารถเข้าทำการรักษาได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี การแพทย์แผนจีนที่ใช้ยาจากธรรมชาติก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยเสมอไป ถ้าหากเพื่อนๆใช้ยาแผนจีนร่วมกับยาแผนปัจจุบันอาจจะมีการตีกันของตัวยาต่างๆได้ จึงดีกว่าว่าถ้าหากเพื่อนๆอยากจะพบแพทย์ทั้ง 2 แขนง ก็ต้องแจ้งแพทย์ทั้ง 2 ว่า แพทย์อีกคนสั่งยาอะไรให้อยู่ด้วยครับ

 

ระบบการสื่อสาร/โทรคมนาคม: ในประเทศจีนสามารถใช้งานระบบสื่อสารแบบ 4G ได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี การใช้โซเชียลมีเดียภายในประเทศจีนยังถูกจำกัดอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้น หากใครที่ กำลังจะไปเที่ยวจีนแล้วเน้นว่าจะเล่นอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก พี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆซื้อซิมโรมมิ่งจากเมืองไทยไป ที่จะเป็นการเหมาวันและใช้ data ได้ไม่จำกัด ส่วนใครที่เล่นเน็ตบ้างแต่ไม่ตลอดเวลา ก็สามารถรอไปใช้สัญญาณ Wi-fi ฟรีตอนที่กลับมาที่โรงแรมหรือตามร้านอาหารก็ได้ ส่วนใครที่ต้องใช้ทั้งโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา โดยเฉพาะเพื่อนๆที่มาติดต่อธุรกิจในจีนหรือยังต้องโทรกลับไทย พี่หมีแนะนำให้เปิดโรมมิ่งกับค่ายที่ใช้บริการไปเลย เพราะสัญญาณและความเสถียรจะดีกว่านั้นเอง และถ้าใครอยากจะเล่นแอพ Social Media ต่าง ๆ อย่างเช่น Facebook, Line, Google, Instagram ก็อย่าลืมโหลดโปรแกรม VPN ลงในอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม เพื่อที่จะได้สามารถเล่นโซเชียลมีเดียได้อย่างสบายใจครับ

 

วีซ่า และพาสปอร์ต: หากชาวไทยต้องการจะไปเที่ยวที่ประเทศจีนก็จำเป็นจะต้องขอวีซ่านะครับ ยกเว้นใครที่จะไปเที่ยวเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มาเก๊า และไห่หนาน ก็สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าครับ โดยเพื่อน ๆ สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนได้ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าจีน (Chinese Visa Application Service Center หรือ CVASC) เอกสารที่ต้องเตรียมมาก่อนล่วงหน้าก็จะมีใบยืนยันการจองตั๋วเครื่องบินและใบยืนยันการจองโรงแรมที่พักในประเทศจีน นอกนั้นก็จะเป็นเอกสารยืนยันตัวตนทั่วไป ทั้งหนังสือเดินทางและรูปถ่าย โดยจะต้องยื่นคำร้องก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1 เดือน แต่ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือนครับ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ: ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่มากๆ จึงมีความหลากหลายของวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมในแต่ละที่แตกต่างกันไปอย่างมาก ทำให้ไม่ว่าเพื่อน ๆ อยากจะมาเที่ยวแบบไหน ก็สามารถหากิจกรรมทำได้เสมอ เช่นถ้าหากเพื่อน ๆ ไปตามหัวเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกวางโจวว ก็สามารถเที่ยวชมความทันสมัยของเมืองและดูวิถีชีวิตของผู้คน รวมทั้งได้ช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นต่างๆมากมาย แต่ถ้าหากชอบธรรมชาติ เพื่อนๆก็สามารถไปจีนได้อีกเป็นหลายสิบรอบเลยครับ ซึ่งในแต่ละมณฑลก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวในธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เช่น ที่ยูนนาน คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง เสฉวน เฉิงตู ฉงชิ่ง เป็นต้น

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวจีน ช้อปปิ้ง

 

หรือถ้าหากอยากท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อน ๆ อาจจะยึดฐานที่มั่นเที่ยวอยู่แค่ที่ปักกิ่งเพื่อดูวัฒนธรรมของเมืองหลวงและพระราชวังต้องห้ามไปก่อนก็ได้ หรือจะไปสัมผัสวัฒนธรรมในมณฑลอื่นๆที่จะมีทั้งเมืองโบราณและวัดวาอารามให้เพื่อนๆได้ลองเข้าไปศึกษา

 

สถานที่ท่องเที่ยว: สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในจีน ที่เป็นที่เที่ยวยอดฮิตควรไปให้ได้สักครั้ง ก็มีทั้งกำแพงเมืองจีน ที่เพื่อน ๆ จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของชาวจีนในสมัยโบราณที่ก่อสร้างกำแพงสูงเพื่อเป็นป้อมปราการการศัตรูจากทางเหนือ, ไปดูพระราชวังต้องห้าม ที่ทำให้เพื่อนๆได้เห็นกับวัฒนธรรมเก่าแก่ของราชวงศ์จีนโบราณ, ไปที่เมืองซีอาน เพื่อไปดูหุ่นรูปปั้นทหารของจักรพรรดิจิ๋นซี, ไปที่กุ้ยหลิน เพื่อไปดูการก่อตัวของถ้ำหินปูนตามธรรมชาติ, ไปเซี่ยงไฮ้เพื่อไปเล่นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และไปที่ฮาร์บินเพื่อไปสัมผัสหิมะและอากาศหนาว 

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวจีน พระราชวัง

 

ตัวอย่างที่พี่หมียกมาทั้งหมดนี้ ยังเรียกได้ว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของการไปเที่ยวเมืองจีนนะครับ เมืองจีนยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหาและน่าไปอีกมาก ทำให้การไปเที่ยวเมืองจีนไปครั้งเดียวไม่เคยพอแน่นอนครับ

 

อาหาร: ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารจีน ก็คงจะถูกปากหลาย ๆ คน แต่เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่มาก ทำให้รสชาติและประเภทของอาหารอาจจะแตกต่างกันสิ้นเชิงหากอยู่กันคนละสถานที่ ตัวอย่างอาหารจีนตามภูมิภาคที่น่าจะมีรสชาติถูกปากคนไทยก็อย่างเช่น อาหารเสฉวน ที่จะมีรสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ และอาหารกวางตุ้ง โดยเมนูท้องถิ่นที่แนะนำว่าควรไปลองกิน และสามารถทานได้ในเกือบทุกภูมิภาค ก็มีทั้งเต้าหู้ผัดซอสเสฉวน ไก่ผัดเปรี้ยวหวานกับพริกแห้งและถั่วลิสง ยำแตงกวา ข้าวผัดหยางโจว ซุปไข่ เป็นต้น

 

เวลา: แม้ประเทศจีนจะมีขนาดที่ใหญ่มากและโดยตามสภาพภูมิศาสตร์แล้วควรจะมีหลากหลาย time zone แต่ว่าทั้งประเทศก็กำหนด time zone ใช้ร่วมกันเพียงเวลาเดียวนั่นก็คือ GMT+8 ซึ่งจะเร็วกว่าที่ประเทศไทยเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ

 

ภูมิอากาศ: ประเทศจีนมีอาณาเขตที่ใหญ่มาก ทำให้ในแต่ละพื้นที่และมณฑลจะมีภูมิอากาศที่แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ โดยด้านตะวันออกและด้านใต้ของจีนจะได้อิทธิพลจากพายุมรสุม จึงมีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนชื้น นอกนั้นภูมิภาคส่วนใหญ่ก็จะมีภูมิอากาศที่หนาวเย็นและแห้ง โดยในช่วงหน้าหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นและฝนตกในช่วงหน้าร้อน

 

ทวีปเอเชีย เที่ยวจีน ทิวทัศน์

 

ด้วยความหลากหลายทางภูมิอากาศเช่นนี้ เพื่อนๆจึงควรศึกษาให้ดีก่อนว่า จุดหมายปลายทางในจีนที่เราจะไปนั้นคือที่ไหนและมีภูมิอากาศเป็นอย่างไร จึงจะสามารถเตรียมตัวและจัดกระเป๋าได้ถูกครับ

 

ประกันเดินทาง: ปัญหาที่มักพบบ่อยในการเดินทางไปประเทศจีนก็คือเรื่องของเที่ยวบินถูกยกเลิก เพื่อนๆจึงควรทำประกันการเดินทางที่ครอบคลุมเรื่องนี้เอาไว้เป็นหลัก รวมถึงหาประกันที่ครอบคลุมเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆเช่นเรื่องการรักษาพยาบาล กระเป๋าหาย สินทรัพย์สูญหาย และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นต้น โดยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็ขอให้เพื่อนๆรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นๆ รวมถึงบิลค่าใช้จ่ายเท่าที่มีส่งให้บริษัทประกันให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รับการคุ้มครองได้อย่างทันท่วงทีครับ

เปรียบเทียบประกันเดินทาง

Last update on Feb 26, 2020