รวมเรื่องต้องรู้ก่อนสมัคร “สินเชื่อส่วนบุคคล”

สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร

couple in computer
Getty Images

 

สินเชื่อส่วนบุคคล คือ “เงินกู้” ที่ผู้ขอสินเชื่อทำการสมัครและได้รับจากธนาคาร หรือสถาบันการเงิน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือให้บุคคลใดมาช่วยค้ำประกัน ซึ่งจะต่างจากการกู้บ้าน ที่ต้องมีหลักทรัพย์ก็คือตัวบ้านเป็นสิ่งที่ใช้ค้ำประกัน นั่นเองครับ โดย ทางธนาคารจะพิจารณาอนุมัติให้กับบุคคลที่มีรายได้มั่นคง ทั้งพนักงานประจำ ที่มีเงินเดือน 5,000 บาทขึ้นไป ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการ ที่มีประวัติทางการเงินที่ดี และมีความสามารถในการจ่ายเงินคืน หลังจากนั้นต้องทำการชำระหนี้เงินกู้พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้สินเชื่อส่วนบุคคล จะแบ่งเป็นหลากหลายประเภทครับ แต่สำหรับบนเว็บไซต์ GoBear นั้น เรามีให้เพื่อนๆ เลือกเพื่อเปรียบเทียบ 2 ประเภทคือ สินเชื่อเงินสด และ บัตรกดเงินสด ครับ

ประโยชน์ของสินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเงินสด หรือบัตรกดเงินสด ต่างก็เป็นทางเลือกที่ดีให้เพื่อนๆ ที่ต้องการใช้เงินสดแบบเร่งด่วน สามารถหาเงินมาจับจ่ายใช้สอยได้ เช่น จ่ายค่ารักษาพยาบาล จ่ายค่าเทอมลูก หรือเจ้าของร้านขนาดเล็กที่ต้องการขยายกิจการ โดยไม่ต้องลำบากในการหาหลักทรัพย์หรือบุคคลใด ๆ มาค้ำประกัน ยิ่งสมัยนี้ การอนุมัติค่อนข้างรวดเร็วตามแต่นโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน เพียงแค่ไม่กี่วันทำการเท่านั้นเอง และนอกจากจะช่วยในยามที่เพื่อน ๆ ต้องการใช้เงินแบบฉุกเฉินแล้ว สินเชื่อส่วนบุคคล ยังมีประโยชน์ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้อีกด้วยครับ

1. ช่วยให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายได้ ในเวลาที่สั้นลง

กรณีนี้เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเงินเก็บอยู่บางส่วนแล้ว และมีเป้าหมายในการเก็บเงินที่แน่นอน เช่น ต้องการเก็บเงินสำหรับจัดงานแต่งงาน เป็นทุนการศึกษา ไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งหากมีโปรโมชั่นสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยต่ำ ทางเลือกนี้ก็น่าสนใจครับ เพราะช่วยให้เพื่อน ๆ สามรถไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น (สำหรับคนที่ยังเก็บเงินได้ไม่พอ ขาดอยู่บางส่วน) หรือเมื่อกู้ไปแล้วก็ยังคงมีเงินเก็บสำรองอยู่บ้าง เผื่อไว้สถานการณ์ฉุกเฉินครับ

2. นำไปสร้างหรือต่อยอดธุรกิจ

กรณีนี้เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากเริ่มต้นด้วยกิจการขนาดเล็ก มีฝัน มีไฟ มีแผนการดำเนินงานหรือแผนธุรกิจที่ชัดเจน แต่ยังไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อสำหรับ SME หรือวงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) ได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งก่อตั้ง ไม่มีสินทรัพย์มาค้ำประกัน หรือรายได้ยังไม่ชัดเจนแน่นอน สามารถใช้เครดิตส่วนตัวของเราไปกู้สินเชื่อส่วนบุคคลได้ครับ แต่ทั้งนี้ต้องมั่นใจในความชอบ และความรู้ความสามารถที่เรามีต่อธุรกิจนั้นจริงๆนะครับ เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องของการชำระหนี้ตามมาในภายหลังครับ

3.ใช้ปิดหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้นอกระบบ

ทั้งหนี้บัตรเครดิต และหนี้นอกระบบนั้นต่างก็มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก แถมบางคนจ่ายไปต้นก็แทบจะไม่ลดลงเลย เพราะเป็นการเอาไปจ่ายดอกทั้งนั้น การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อไปจ่ายหนี้นอกระบบ แล้วค่อยผ่อนชำระคืน จึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ของเพื่อน ๆ ได้ครับ

4.ยืดระยะเวลาผ่อนสินค้าด้วยบัตรกดเงินสด

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทบัตรกดเงินสดนั้น พกไว้ก็ถือว่ามีประโยชน์เผื่อในกรณีฉุกเฉิน หากเราต้องการเงินด่วนก็สามารถกดจากตู้เอทีเอ็มได้เลย โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% เหมือนบัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยก็เป็นแบบลดต้นลดดอก ที่สำคัญบัตรกดเงินสดบางธนาคารยังให้ระยะเวลาในการผ่อนสินค้าที่นานกว่าบัตรเครดิตอีกด้วย เช่น ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ในขณะที่บัตรเครดิตผ่อนได้สูงสุด 0% 10 เดือน เป็นต้น

สินเชื่อ VS หนี้นอกระบบ ต่างกันอย่างไร

หลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับข่าวที่ออกมาอยู่บ่อยครั้ง เกี่ยวกับปัญหาการกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมากๆถูกไหมครับ เพราะคนไทยเป็นจำนวนมากต้องการกู้ยืมเงินสดแบบเร่งด่วน ในบางครั้งก็เพื่อเอาไปหมุนธุรกิจของตนให้ดำเนินต่อไปได้ ซึ่งหากเลือกช่องทางการกู้หนี้นอกระบบ ก็เตรียมรับดอกเบี้ยที่สูงทะลุเพดานมากกว่า 20% ได้เลย เพราะถ้าหากเปรียบเทียบกับเรทของธนาคารก็อยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ หลายๆคนก็มักจำสับสนว่าการกู้หนี้นอกระบบกับการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน แม้การกู้หนี้นอกระบบก็ดูจะไม่ซับซ้อนเท่า แต่ก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจกู้หนี้นอกระบบนั้น ก็ให้หันมามองผลเสียร้ายแรงที่อาจตามมา และพี่หมีก็จะแนะนำว่าให้เพื่อนๆสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจะปลอดภัยและมั่นใจได้มากกว่าครับ วันนี้พี่หมีจึงมีข้อเปรียบเทียบระหว่างการกู้หนี้นอกระบบและการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลมาให้ดูกันจะจะ ว่ามีข้อแตกต่างใดที่ทำให้เพื่อนๆควรเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า ไปดูกันเลยครับ

 

girl on phone holding a box
Getty Images

 

 
สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้นอกระบบ
  ผู้ให้กู้คือธนาคารหรือสถาบันที่อยู่ในระบบ ตามกฎหมายและข้อบังคับของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหนี้ที่ผู้ให้กู้ไม่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจให้กู้เงินตามกฎหมาย (ผิดกฎหมาย) โดยมักจะคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 15 สำหรับบุคคลธรรมดา)
 อัตราดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก เมื่อจ่ายชำระหนี้ไป ดอกเบี้ยจะลดลงด้วย และมีการแสดงอัตราดอกเบี้ยให้เห็นชัดเจนโดยระบุหน่วยเป็นร้อยละต่อปี

 อัตราดอกเบี้ยของเงินกู้นอกระบบจะเป็นแบบคงที่ และมักจะเป็นตัวเลขน้อย ๆ แต่ไม่ระบุว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อวัน ต่อเดือน หรือต่อปี ส่วนใหญ่จะบอกเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนต่อวันแทน ซึ่งดูเหมือนน้อย แต่จริงๆแล้วแพงมากครับ

 สัญญามีความเป็นธรรม ระบุรายละเอียดชัดเจน ทั้งจำนวนเงินที่ขอกู้ ระยะเวลาในการผ่อนชำระ จำนวนเงินที่ต้องจ่ายต่องวด สามารถเลือกผ่อนขั้นต่ำต่อเดือนได้ (ในกรณีที่เป็นบัตรกดเงินสด)  ผู้ขอกู้มีความเสี่ยงที่จะถูกเอาเปรียบตั้งแต่เริ่มทำสัญญา เช่น ใส่ตัวเลขมากกว่าเงินที่ต้องการกู้จริง หรือให้ลูกหนี้ไปผ่อนสินค้า แล้วเอาสินค้านั้นมาขายต่อผู้ให้กู้ในราคาต่ำกว่าทุน เช่น ลูกหนี้ไปผ่อนของราคา 10,000 บาท แต่ผู้ให้กู้รับซื้อคืนในราคา 7,000 บาท ลูกหนี้ได้เงินสด 7,000 บาทไปใช้ แต่ต้องผ่อนของต่อในราคาเท่ากับที่ซื้อมา
 หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ การติดตามทวงถามหนี้จะอยู่ในขั้นตอนกระบวนการตามกฎหมาย  หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ อาจโดนวิธีทวงหนี้แปลก ๆ เช่น การข่มขู่ ประจาน หรือแม้แต่การทำร้ายร่างกาย

 

 

 

เลือกสินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์บนโกแบร์ดีอย่างไร

  • มีรายละเอียดจุดเด่นของแต่ละบัตร
  • ระบบทำการคัดกรองบัตร หรือสินเชื่อที่เหมาะกับรายได้ของเพื่อน ๆ ให้อัตโนมัติ
  • ไม่เพียงแสดงอัตราดอกเบี้ย และจำนวนเงินชั้นต่ำที่ต้องผ่อนชำระเท่านั้น เรายังช่วยคำนวณเงินที่ต้องผ่อนเฉลี่ยต่อเดือนโดยคิดจากจำนวนเงินที่ต้องการกู้ ทำให้เพื่อนๆ สามารถเห็นยอดที่เพื่อนๆ จะต้องผ่อนชำระได้เลยครับ
  • ตีแผ่ทุกค่าธรรมเนียมของแต่ละสินเชื่อ

ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเปรียบเทียบ เลือก และสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ที่เหมาะกับคุณที่สุดได้ง่ายๆ เพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้นเองครับ

ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคล

จากที่พี่หมีได้กล่าวข้างต้นนะครับ ประเภทสินเชื่อมีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่หลักๆ แล้วจะแบ่งใหญ่ๆ ออกเป็นสินเชื่อที่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งบนเว็บไซต์ของ GoBear นั้น เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช้สินทรัพย์ค้ำประกันครับ โดยมี 2 ประเภทให้เพื่อนๆ เลือกดังนี้ครับ
 

ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคล
  1. สินเชื่อเงินสด

    สินเชื่อเงินสด คือ สัญญาเงินกู้ ที่เป็นในลักษณะเงินกู้ก้อนใหญ่ก้อนเดียว อนุมัติวงเงินให้สูงสุดประมาณ 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน หรือไม่เกิน 40% ของรายได้ครับ หลังจากนั้นผู้กู้จะต้องทยอยชำระหนี้เป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ตามระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ยที่สัญญากำหนด ดอกเบี้ยมีตั้งแต่ 9-28% ต่อปี ขึ้นอยู่กับรายได้ของเพื่อน ๆ จำนวนเงินกู้ ระยะเวลาที่เลือกผ่อน และโปรโมชั่นของธนาคาร ณ เวลานั้นครับ โดยระยะเวลาในการชำระหนี้สินเชื่อเงินสดนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น

 

  1. บัตรกดเงินสด

    ส่วนบัตรกดเงินสดนั้น จะแตกต่างออกไปจากสินเชื่อเงินสดครับ เพราะบัตรกดเงินสด จะเป็นบัตรที่ใช้กดเงินสดจากตู้ ATMs หากเจ้าของบัตรไม่กดเงินสด ก็ยังไม่เป็นหนี้ (ซึ่งไม่นับค่าธรรมเนียมการถือครองบัตรรายปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดนะครับ) แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ถือบัตรกดเงินสด กดเงินสดจากตู้ ATMs ผู้กดเงินสดจะถูกคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรกนั่นเองครับ ส่วนวงเงินที่ผู้สมัครจะได้รับนั้น จะอยู่ที่ราว 2-5 เท่าของเงินเดือนครับ

สินเชื่อเงินสด เงินก้อนใหญ่ ครั้งเดียว ผ่อนระยะยาว

สินเชื่อเงินสด คือ อะไร?

สินเชื่อเงินสด คือ สินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ต้องมีสินทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยสินเชื่อบุคคลในลักษณะนี้ จะเป็นในลักษณะของการกู้เงินก้อนใหญ่ ก้อนเดียว ครั้งเดียว และผู้กู้เงินจะต้องทะยอยชำระหนี้เป็นงวดๆ เท่าๆ กันเป็นระยะเวลายาว พร้อมกับอัตราดอกเบี้ยตามที่ธนาคาร หรือสถาบันการเงินผู้ให้กู้เป็นผู้กำหนด โดยตัวอย่างของระยะเวลาในการผ่อนชำระเงินกู้นั้น มักเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น โดยธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้กับผู้สมัครสูงสุดอยู่ที่ 5 เท่าของรายได้หรือเงินเดือนประจำต่อเดือนนั่นเองครับ

 

ควรเลือกและเปรียบเทียบ สินเชื่อเงินสด อย่างไร?

ในข้อนี้สำคัญมากๆ นะครับ ถ้าเพื่อนๆ กำลังต้องการสินเชื่อเงินสด และนี่คือสิ่งที่เว็บไซต์โกแบร์มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง เราช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกสินเชื่อที่ดีและเหมาะกับคุณมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่โกแบร์ต่างจากที่อื่นนั้นก็คือ เราคำนวนจำนวนเงินที่เพื่อนๆ ต้องผ่อนเฉลี่ยต่อเดือนตลอดอายุสัญญาเงินกู้มาให้เลยครับ ซึ่งในที่นี้จะรวมดอกเบี้ยทั้งช่วงแรกที่อาจจะต่ำ และอาจมีการเพิ่มขึ้นในภายหลังตามสัญญาเงินกู้ ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ เปรียบเทียบได้อย่างง่ายดายเลยว่า ดอกเบี้ยที่ไหนถูกแพงกว่ากัน ต่อเดือนเฉลี่ยแล้วเพื่อนๆ ต้องจ่ายเท่าไหร่ และดอกเบี้ยที่แท้จริง เป็นยอดเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเงินต้นนั่นเองครับ ต้องการ สินเชื่อเงินสด ต้องใช้เอกสารในการสมัครอะไรบ้าง? โดยส่วนมากแล้ว เอกสารที่จำเป็นต้องใช้มีดังนี้ครับ สำเนาบัตรประชาชน,​ สำเนาทะเบียนบ้าน, สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้, สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน, สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (ในกรณีเจ้าของธุรกิจ) และ สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ 6 เดือน (ในกรณีเจ้าของธุรกิจ)

 

ยังผ่อน สินเชื่อเงินสด อีกธนาคารยังไม่หมด สมัครเพิ่มอีกธนาคารได้หรือไม่?

สำหรับในสายตาของธนาคารหรือสถาบันผู้ให้บริการเงินกู้นั้น การคำนวนว่าคนคนหนึ่งจะสามารถกู้สินเชื่อเงินสดได้หรือไม่นั้น จะดูจากภาระหนี้และรายได้ของบุคคลนั้นๆ ครับ ถ้ารายได้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของสินเชื่อ แต่มีภาระหนี้มากกว่า 40-50% (ตามแต่ละธนาคารจะกำหนด) ก็จะไม่สามารถกู้เพิ่มได้ครับ ดังนั้น คำถามนี้ จะตอบได้ ต้องดูว่า หนี้ก้อนเก่าของบุคคลนั้น คิดเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่ต่อรายได้ต่อเดือนนั่นเอง

บัตรกดเงินสด เงินหมุนเวียน ผ่อนต่อเดือนน้อย คิดดอกเบี้ยเมื่อกด

บัตรกดเงินสด คือ อะไร?

บัตรกดเงินสด คือ สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งต่างจากการใช้บัตรเครดิต โดยจะเป็นการกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ไม่สามารถรูดซื้อสินค้นได้ ซึ่งส่วนมากนั้นธนาคารจะให้วงเงินบัตรกดเงินสดราว 2-5 เท่าของเงินเดือนหรือรายได้ต่อเดือน ซึ่งข้อดีคือ หากยังไม่กดเงินสดมาใช้ เจ้าของบัตรก็ยังไม่เป็นหนี้ (ไม่นับค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรซึ่งส่วนมากจะฟรี ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) จนกว่าจะมีการกดเงินสดออกจากบัตรนั่นเอง แต่เมื่อกดเงินสดแล้ว จะถูกคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรกเลยครับ

 

บัตรกดเงินสดคิดดอกเบี้ยอย่างไร?

ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ย อาทิ เช่น คุณกดเงินเป็นจำนวน 5,000 บาท จากบัตรกดเงินสด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 และใช้คืนธนาคารเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 รวมจำนวนวันทั้งสิ้น 31 วัน สมมติว่าบัตรกดเงินสดของคุณคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 28 ต่อปี ให้เอา 5,000 คูณ 28% หาร 365 วัน คิดเป็นดอกเบี้ยที่ต้องเสียรายวัน และคูณจำนวนวัน 31 วัน จะเท่ากับดอกเบี้ยทั้งสิ้น 118.90 บาท เพราะฉะนั้น จำนวนเงินที่คุณต้องคืนทั้งหมดธนาคารเท่ากับ เงินต้น 5,000 บาท รวมดอกเบี้ยเป็น 5118.90 บาทนั่นเอง

 

บัตรกดเงินสดต่างจากการใช้บัตรเครดิตอย่างไร? และเมื่อไหร่ที่ควรใช้บัตรกดเงินสด

ความต่างหลักๆ ประการแรกก็คือ บัตรเครดิตจะมีคะแนนสะสม ส่วนลด เครดิตเงินคืน และการสะสมไมล์จากการรูดใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า แต่บัตรกดเงินสดไม่มี จะเป็นการกดเงินสดจากตู้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีคะแนนสะสมหรือผลตอบแทนอื่นๆ ประกอบครับ ประการที่สองคือ ทันทีที่มีการรูดบัตรเครดิต คุณจะยังไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในทันที เพราะคุณจะยังอยู่ในระยะปลอดดอกเบี้ยนานถึง 45 วัน หมายความว่า คุณรูดบัตรซื้อของ 1,000 บาทวันนี้ ถ้าคุณจ่ายคืนภายในระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ก็จะชำระคืนแค่ 1,000 บาทนั่นเอง ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารครับ แต่บัตรกดเงินสด คิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรก อย่างไรก็ตาม ในกรณีของบัตรเครดิตนั้น ถ้าคุณนำบัตรเครดิตไปกดเงินสดออกจากตู้ จะมีการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทันทีที่กดเงินเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น การใช้บัตรกดเงินสด ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นฉุกเฉินในการใช้เงินเท่านั้นนะครับ

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลมีอัตราอะไรบ้าง

ก่อนที่เพื่อนๆ จะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นอีกข้อที่เพื่อนๆ ควรตระหนักก็คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครับ โดยอัตราดอกเบี้ยหลักๆ มีสองรูปแบบก็คือ

  1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคาร หรือสถาบันการเงินกำหนด และคงที่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ครับ
  2. อัตราดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา โดยอ้างอิงตามธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารจะประกาศอยู่เรื่อยๆ ในเว็บไซต์ของธนาคารนั่นเองครับ

ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่แล้วสินเชื่อส่วนบุคคลจะมีการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก แสดงให้เห็นอัตราดอกเบี้ยเป็นรายปี และค่างวดผ่อนชำระที่ชัดเจน ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะผ่อนชำระเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ เช่น หากเพื่อน ๆ กู้สินเชื่อส่วนบุคคลมา 100,000 บาท และธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 24% เพื่อน ๆ เลือกจ่ายในระยะเวลา 36 เดือน จะต้องจ่ายเดือนละ 3,924 บาท เป็นต้น หากเพื่อน ๆ มองแค่ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยก็จะรู้สึกว่ามันแพงมากใช่ไหมครับ ก่อนอื่นพี่หมีขอทำความเข้าใจสักนิดว่า อัตราดอกเบี้ยที่เราเห็นนั้นจะเป็นแบบลดต้น ลดดอก (Effective Rate) เมื่อเราจ่ายเงินไปมากก็จะไปลดเงินต้น ทำให้ดอกเบี้ยที่เราต้องเสียลดลงตามไปด้วยครับ

ซึ่งมีสูตรในการคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ดังนี้

ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม = (จำนวนเงินที่เบิกถอน x อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ต่อปี x จำนวนวันที่เบิกถอน**) / จำนวนวันใน 1 ปี​

**นับจากวันที่ผู้ถือบัตรกดเงินสดถอนเงินเป็นวันแรก

 

 

credit score
Getty Images

กู้สินเชื่อมาปลดหนี้ ดีหรือไม่?

สำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็นหนี้นอกระบบซึ่งดอกเบี้ยมหาโหดนั้น พี่หมีขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ทำการรวมยอดหนี้ทั้งหมดว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แล้วไปขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่ง มาปิดหนี้ก้อนนั้นแทน ทีนี้แทนที่เพื่อน ๆ จะต้องชำระหนี้หลายแห่ง หรือจ่ายไปก็จ่ายแต่ดอกเบี้ยเงินต้นไม่ลดลงเลย เราก็จะสบายขึ้น เพราะชำระหนี้กับสถาบันการเงินในระบบเพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นการจ่ายแบบลดต้นลดดอก เงินที่เราจ่ายไปก็จะถูกนำไปลดเงินต้น ทำให้ดอกเบี้ยลดลง หนี้หมดไวขึ้น แถมภาระผ่อนต่อเดือนยังน้อยลง ความเครียดลดลงไปมากเลยทีเดียวล่ะครับ เมื่อรู้แล้วว่าเพื่อนๆสามารถกู้สินเชื่อไปปิดหนี้นอกระบบได้ แต่ก็จะต้องทำด้วยความระมัดระวังนะครับ พี่หมีจึงมีเคล็ดลับมาฝากกันว่า จะกู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบอย่างไรให้ปลอดภัยและเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆมากที่สุดครับ

  1. ความเสี่ยงต่ำ

    การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ไม่จำเป็นต้องมีการค้ำประกันใดๆนั่นหมายความว่า หากอยากปลดหนี้ด้วยวิธีการนี้ เพื่อนๆจะมีเพียงความเสี่ยงเดียวที่หลงเหลืออยู่ นั่นก็คือเรื่องคะแนนเครดิตนั่นเองครับ ถ้าหากเพื่อนๆ จ่ายเงินคืนไม่ตรงตามกำหนดหรือไม่ครบถ้วน เพื่อนๆก็เพียงแค่จะเสียคะแนนเครดิตไป จึงทำให้กระบวนการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นง่ายแสนง่ายและสะดวกมากๆเลยละครับ

  1. ไม่โดนยึดบ้านแน่นอน

    เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นแตกต่างจากสินเชื่อค้ำประกัน เพราะเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องเอาสินทรัพย์หรือบ้าน มาค้ำประกันเงินกู้เมื่ออยากปลดหนี้ ทำให้เพื่อนๆไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกยึดสินทรัพย์หรือยึดบ้านอันเป็นที่รักของตัวเองไป จะได้ไม่ต้องคอยมาพะว้าพะวังให้เครียดยิ่งไปกว่าเดิมยังไงล่ะครับ

  1. ได้เงินสะดวกฉับไว

    ใครที่อยากปลดหนี้ไวๆวิธีนี้ถือว่าดีสุดๆเลยล่ะครับ เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ได้มีกระบวนการการตรวจสอบอะไรมากมายเช่นสินเชื่อแบบค้ำประกัน ทำให้เพื่อนๆได้เงินเร็ว สบายใจหายห่วง ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องเอกสารให้มากความครับ

 

กู้สินเชื่อมาปลดหนี้ดีหรือไม่

 

อยากสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลมา “ปิดหนี้นอกระบบ” มีเคล็ดลับอะไรบ้าง?

เพื่อนๆสามารถกู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบได้ แต่ก็จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง พี่หมีจึงมีเคล็ดลับมาฝากกันว่า จะกู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบอย่างไรให้ปลอดภัยและเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆมากที่สุดครับ

  1. เช็คคะแนนเครดิตของคุณ

    ก่อนที่เพื่อนๆจะสามารถกู้สินเชื่อใดๆก็ตาม เงื่อนไขต่างๆรวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยก็จะขึ้นกับคะแนนเครดิตของคุณว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือไม่ ถ้าหากคะแนนเครดิตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีก็หมดห่วงได้เลยครับ เพราะเพื่อนๆจะสามารถกู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำแน่นอน

  1. พิจารณาตัวเลือกอื่นๆ

    ก่อนที่เพื่อนๆจะสมัครสินเชื่อปิดหนี้นอกระบบนั้น จะเป็นการดีถ้าลองพิจารณาตัวเลือกต่างๆดูก่อนนะครับ ถ้าเพื่อนๆไม่ได้ร้อนเงินมากมายและยังอยากประหยัดเงินไว้ ให้ลองจัดลำดับหนี้ของเพื่อนๆแล้วจ่ายหนี้ที่สำคัญที่สุดออกไปให้เร็วก่อนดีกว่านะครับ ให้เพื่อนๆลองรีวิวหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่แล้วดูว่ามีตัวไหนมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุด ก็ให้รีบหาทางจ่ายหนี้ตัวนี้ออกไปให้เร็วที่สุดก่อนในขณะที่ก็ทยอยจ่ายหนี้ตัวอื่นๆไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้ เพื่อนๆก็สามารถติดต่อกลับไปยังบริษัทบัตรเครดิตเพื่อขอเจรจาลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ หรือเข้าหาที่ปรึกษาด้านเครดิตที่จะช่วยให้เพื่อนๆ จัดการหนี้และจัดเตรียมงบประมาณต่างๆ ด้วยค่าคำปรึกษาที่ถูกมากหรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลยครับ

  1. แยกแยะวิธีการจัดการหนี้ให้เป็น

    มีธุรกิจออนไลน์หลากหลายธุรกิจเลยนะครับที่อ้างว่า พวกเขาสามารถปลดหนี้ให้เพื่อนๆได้อย่างรวดเร็วด้วยการให้กู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบ แต่อย่างไรก็ดี พวกเขาก็ใช้วิธีการหลากหลายวิธีเข้ามาจัดการ เช่น การผ่อนผันหนี้ การเข้ามาจัดการหนี้ หรือแม้แต่การยื่นฟ้องล้มละลาย ดังนั้น เพื่อนๆจะต้องแยกแยะให้ออกว่าวิธีการเหล่านี้แตกต่างกันอย่างไร อย่างที่รู้กันก็คือสินเชื่อปิดหนี้นอกระบบนั้น เป็นสินเชื่อที่เมื่อเพื่อนๆกู้เงินมาก้อนหนึ่งเพื่อจะเอาไปจ่ายหนี้ในก้อนอื่นๆ อีกวิธีการหนึ่งก็จะมีที่ปรึกษาด้านเครดิตหรือบริษัทจัดการหนี้เข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างเพื่อนๆกับเจ้าหนี้ และทำการเจรจาลดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมหนี้นั้นๆในแต่ละเดือน เพื่อนๆก็จะต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้ เสร็จแล้วบริษัทก็จะแจกจ่ายเงินไปยังเจ้าหนี้ต่างๆ และวิธีสุดท้ายก็คือ การเจรจาหนี้ซึ่งเพื่อนๆจะทำการขอผ่อนผันหนี้ให้ลดลงจากที่กู้ไว้ ในกรณีนี้ เพื่อนๆก็ยังจะต้องจ่ายหนี้ในบางส่วนกับเจ้าหนี้ แต่ก็สามารถปลดหนี้ได้โดยใช้หนี้ลดลงครับ

  1. ปลดหนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

    สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบจะทําให้เพื่อนๆจ่ายเงินในแต่ละเดือนได้น้อยลง นั่นเป็นเพราะวิธีการนี้ก็เหมือนการล้างไพ่ที่ทำให้ระยะเวลาการจ่ายเงินของหนี้ทุกอย่างถูกรีเซ็ตเป็นวันเดียวกันและเลื่อนออกไป แต่เมื่อระยะเวลาการจ่ายหนี้เลื่อนออกไปอีก นั่นก็หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่จะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้เพื่อนๆควรจะรีบปลดหนี้ภายหลังจากการกู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบให้เร็วที่สุดครับ

 

family looking at finances
Getty Images

 

  1. เลือกสินเชื่อที่ใช่

    เพื่อนๆสามารถเลือกสินเชื่อได้หลายแบบ ถ้าเป็นสินเชื่อค้ำประกันก็จะถูกการันตีด้วยสินทรัพย์ที่นำมาจำนอง อีกประเภทหนึ่งก็คือสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เรียกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อค้ำประกันโดยปกติแล้ว มักจะนำสินทรัพย์มาค้ำประกันเช่นบ้านหรือสินทรัพย์อื่นๆ โดยที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะสินเชื่อประเภทนี้มีความเสี่ยงน้อยกว่าต่อเจ้าหนี้นั่นเอง ถ้าหากเพื่อนๆเบี้ยวไม่จ่ายหนี้ เจ้าหนี้ก็สามารถนำหลักทรัพย์ที่จำนองไว้ไปขายเอาเงินมาแทนได้ นอกจากนี้ การที่เพื่อนๆกูสินเชื่อโดยนำบ้านไปจำนองก็จะช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ดี ก็ให้ระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไว้ แล้วก็อย่าลืม เช็คเงื่อนไขให้ดีๆว่าไม่ได้มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงอื่นๆพ่วงมาด้วย ตัวเลือกที่น่าจะปลอดภัยกว่าก็คือการกู้สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะเพื่อนๆไม่ต้องเสี่ยงนำบ้านหรือสินทรัพย์อื่นไปจำนอง แต่ว่าเพื่อนๆก็จะต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงขึ้น และอย่าลืมว่า เพื่อนๆจะต้องมีคะแนนเครดิตที่ดีด้วยนะครับ

  1. เปรียบเทียบบริษัทสินเชื่อ

    อย่าเพิ่งตกลงกู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบทันทีกับผู้ปล่อยกู้เจ้าแรกที่เพื่อนๆดีลด้วย ให้เพื่อนๆลองขอใบเสนอราคาจากหลายๆบริษัทดูก่อน แล้วเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยรวมถึงเงื่อนไขต่างๆอย่างระมัดระวัง โดยส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นผู้ให้กู้ในรูปแบบสหกรณ์หรือธนาคาร ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลนะครับแล้วก็อย่าลืมขอใบเสนอราคาเหล่านี้แบบเป็นลายลักษณ์อักษร จะได้สามารถเปรียบเทียบเงื่อนไขต่างๆ แบบเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นนะครับ

  1. อ่านสัญญากู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบให้ดีๆ

    ก่อนที่เพื่อนๆจะเซ็นสัญญากู้สินเชื่อปิดหนี้นอกระบบนั้น ก็อย่าลืมอ่านรายละเอียดในทุกตัวอักษรให้ดีๆและอ่านทวนซ้ำ ถ้าหากเพื่อนๆมีคำถามใดๆก็ให้ถามเจ้าหน้าที่ทันที และถามย้ำจนกว่าจะเข้าใจคำตอบ หรือถ้าเป็นไปได้ก็จ้างทนายหรือที่ปรึกษาเข้ามาช่วยตรวจสัญญาให้คุณเลยครับ เพราะอาจมีข้อความบางอย่างที่ดูไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่อาจทำให้เพื่อนๆต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก หรือแม้แต่เสียบ้านของเพื่อนๆเอง เพราะฉะนั้น เพื่อนๆต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนเซ็นอะไรไปนะครับ

การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล

คุณสมบัติในการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล

  • มีรายได้ประจำต่อเดือนแน่นอน
  • อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 60 ปี (ตามแต่สถาบันการเงินกำหนด)
  • มีสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง เพื่อตรวจสอบสถานะการเงิน
  • มีบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน เพื่อรับรองตัวบุคคล

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครอย่างละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อนๆ สามารถอ่านได้ในข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละสินเชื่อส่วนบุคคลได้เลยครับ ส่วนเกณฑ์การพิจารณาของแต่ละธนาคารนั้น โดยหลักๆ แล้ว จะคำนึงถึงความสามารถของแต่ละผู้สมัครในการชำระหนี้ได้ในอนาคตครับ

 

lady applying for personal loan
Getty Images

 

เอกสารที่ใช้ในการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล

สำหรับเอกสารที่จะใช้ในการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล โดยทั่วไปมีดังนี้ครับ

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สลิปเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองรายได้ (สำหรับบุคคลทั่วไป)
  • สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ (เพิ่มเติมกรณีเจ้าของกิจการ)
  • สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เพิ่มเติมกรณีเจ้าของกิจการ)
  • สำเนาผู้ถือหุ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน (เพิ่มเติมกรณีเจ้าของกิจการ)

 

เปรียบเทียบ-บัตรกดเงินสด

Last update on Oct 08, 2019