รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการทำประกันชีวิต

ประกันชีวิต คืออะไร ข้อดีของประกันชีวิต ทำไมต้องทำประกันชีวิต เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันชีวิตต่างๆ

ประกันชีวิตคืออะไร

ประกันชีวิต หมายถึง ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และช่วยเฉลี่ยความเสียหายให้เรา เวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอนต่างๆ ขึ้นมาในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเกิดเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพกะทันหัน ทำให้เราไม่สามารถหารายได้ให้กับครอบครัวเหมือนที่เคยเป็นมา ซึ่งนอกจากรายได้ที่ขาดหายไปแล้ว ยังมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีทางศาสนา ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ และการศึกษาของบุตรอีกด้วย ในทางกลับกันหากเรามีอายุยืนยาว แต่ไม่มีลูกหลานคอยดูแล และเงินออมที่เหลืออยู่นั้นไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในแต่วัน ก็จะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมายเช่นกัน

ความหมายของประกันชีวิตจึงเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกิดมาเพื่อช่วยเราลดความเสี่ยงในชีวิตอย่างการ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนหนีไม่พ้นนั่นเองครับ

โดยการที่ตัวเราในฐานะ ผู้เอาประกัน มีหน้าที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันชีวิต แล้วเมื่อเราเกิดเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือไม่เป็นอะไรเลยแต่อยู่จนครบระยะเวลาตามที่ได้ตกลงกันไว้กับทางบริษัท บริษัทประกันชีวิต ก็มีหน้าที่ต้องจ่ายผลตอบแทน ที่เรียกว่า ทุนประกันชีวิต ให้กับเรา หรือคนในครอบครัวของเราตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ และหนังสือสัญญาการทำประกันชีวิตระหว่างเรากับบริษัทนี้ เรียกว่า กรมธรรม์ประกันชีวิต ครับ

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

ข้อดีของประกันชีวิต ดีอย่างไร

จริงๆแล้ว ประกันชีวิตนั้นเป็นได้ทั้งการลงทุนและการออม เพื่อช่วยเรากระจายความเสี่ยงในการรับมือความไม่แน่นอนของชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและค่าใช้จ่าย เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิตและครอบครัวเราในวันข้างหน้า ใช่มั้ยล่ะครับ แต่อย่างน้อยหากเรามีประกันชีวิตเผื่อไว้ เราก็จะอุ่นใจขึ้นบ้างจากสิทธิประโยชน์ ดังต่อไปนี้ครับ

  1. เป็นหลักประกันของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราเป็นเสาหลักของบ้าน
  2. เป็นเงินออมเพื่อการศึกษาของบุตร สำหรับคนที่มีลูก
  3. เป็นเงินบำนาญตลอดชีพ หรือเป็นแหล่งเงินออมเพื่อไว้ใช้หลังวัยเกษียณอายุของตนเอง
  4. ใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ โดยเราสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้เป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับประกันชีวิตแบบทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับการทำประกันชีวิตแบบบำนาญ ครับ
  5. ช่วยออกค่าใช้จ่ายเมื่อเราประสบอุบัติเหตุ และสุขภาพ
  6. ทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีทุพพลภาพถาวร
  7. ช่วยในการออมเงิน สำหรับประกันแบบสะสมทรัพย์พร้อมรับผลตอบแทนทางการเงินโดยมีความเสี่ยงที่ต่ำมาก
  8. คุ้มครองวงเงินสินเชื่อ OD / หนี้สินระยะสั้น / หนี้สินระยะยาว
  9. สร้างสวัสดิการด้านค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมให้กับตนเองและสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว
  10. เป็นทุนสำรองสำหรับการรักษาโรคร้ายแรงต่อเนื่อง ซึ่งหากเราเกิดป่วยเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนเงินที่สูงมากทีเดียวครับ

 

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ผลตอบแทนสูง

ทำไมต้องทำประกันชีวิต

แม้ตอนนี้หลายคนอาจรู้สึกว่าเรายังอายุน้อยอยู่ เพิ่งเริ่มทำงาน ยังไม่จำเป็นต้องทำประกันชีวิตก็ได้ แต่อย่างที่พี่หมีได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ที่ทุกคนจะต้องเจอเหมือนกันแน่ ๆ คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ใช่ไหมครับ หากเพื่อน ๆ เป็นเสาหลักของครอบครัว หรือเพิ่งเริ่มต้นทำงาน การทำประกันชีวิตไว้ ไม่ว่าจะให้ตนเอง หรือให้คุณพ่อคุณแม่ ก็ถือเป็นการตอบแทนพระคุณของท่าน ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการต้องเสียเงินก้อนโต หากเราเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ ด้วย มาดูกันเลยดีกว่า ว่าข้อดีของการทำประกันชีวิตนั้นมีอะไรบ้าง

  • เป็นหลักประกันทางการเงินของคนในบ้าน

    โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว มีคุณพ่อคุณแม่ที่อายุมากแล้ว หรือมีลูกน้อยและภรรยาที่ต้องดูแล หากเราเป็นอะไรขึ้นมา คงต้องกระทบกับฐานะทางการเงินของคนในบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงไหมครับ ไหนจะค่ารักษา ค่ากินอยู่ ค่าเทอมของลูก ในบางรายอาจมีค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้านที่ยังเหลืออยู่อีกด้วย แต่ถ้าเราทำประกันชีวิตไว้ บริษัทประกันก็จะเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวของเราตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ครับ

  • ลดหย่อนภาษี

    ตรงนี้สำหรับพื่อน ๆ ที่ทำงานมาแล้วสักระยะ และฐานเงินเดือนถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี ก็สามารถเลือกแบบประกันตามที่กรมสรรพากรกำหนด เพื่อประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีแต่ละปีของเพื่อน ๆ เองได้ครับ

  • ฝึกวินัยการออมเงิน

    ข้อนี้สำคัญมาก สำหรับเพื่อน ๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ มีเท่าไหร่ใช้หมด เพราะการทำประกันชีวิต เราจะต้องจ่ายเงินเท่าๆ กันทุกปี ตามระยะเวลาที่เราได้ตกลงไว้กับบริษัทประกัน และไม่สามารถถอนออกมาใช้จ่ายได้ เป็นการฝึกให้เรามีวินัยด้านการออมและการใช้เงินอีกรูปแบบหนึ่ง แต่หากจำเป็นต้องใช้เงินที่เราทำประกันชีวิตนี้ไว้จริง ๆ เราสามารถขอรับเงินบางส่วนคืน โดยวิธีที่เรียกว่า เวนคืนกรมธรรม์ ได้ครับ ซึ่งจำนวนเงินที่จะได้คืนนั้นก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เราถือครองกรมธรรม์มานานมากหรือน้อย ถ้ายิ่งถือครองนานเท่าไหร่ก็มีโอกาสได้รับเงินคืนเป็นจำนวนที่มากขึ้นเท่านั้น แต่จะได้ไม่ครบ 100% นะครับ ได้คืนบางส่วนตามที่ระบุไว้ในส่วนตารางมูลค่าเงินสด ในกรมธรรม์ของเราครับ

  • ได้รับผลตอบแทน

    ที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จากธนาคาร ในยุคที่เราต่างก็รู้ๆกันอยู่ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน ครั้นจะไปลงทุนหุ้นก็รับความเสี่ยงที่เงินต้นหายไม่ค่อยจะได้ การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จึงเปรียบเสมือนการออมเงินในรูปแบบหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการเงินคืนทุกปี และรับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก ทั้งยังได้รับเงินต้นทั้งหมดคืนเมือเราอยู่จนครบกำหนดตามสัญญาครับ

  • การชดเชยรายได้เมื่อยามเกษียณอายุ

    พนักงานเงินเดือนที่เกษียณอายุหลายคนไม่มีรายได้เสริมและไม่ได้รับรายได้จากรัฐบาล แต่หากคุณทำประกันชีวิตไว้มาก่อนแล้ว คุณก็จะได้รับเงินส่วนต่างสำหรับการเกษียณแต่ละเดือนตามที่ระบุไว้ในสัญญา

 

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี

ศัพท์ประกันชีวิตและความหมายที่ควรรู้

กรมธรรม์ประกันชีวิต

คือสัญญาจาก 2 ฝ่าย ระหว่างตัวเราและบริษัทประกันภัยที่ได้ตกลงเงื่อนไขกัน โดยมีผู้รับเงินที่เป็นตัวเราหรือผู้อื่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย (เรียกว่าผู้รับผลประโยชน์) ซึ่งการจ่ายเงินประกันชีวิตนั้นจะจ่ายในขณะที่มีชีวิตหรือเสียชีวิตไปแล้วก็ได้ ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน

ผู้รับผลประโยชน์

คือ บุคคลผู้ที่จะได้รับเงิน หรือ สินไหมทดแทน ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประโยชน์จะเป็นบุคคลคนเดียวกันก็ได้ครับ

มูลค่าเงินสด

หากเราส่งเบี้ยประกันติดต่อกันเกิน 2 ปีขึ้นไป กรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นจะมีมูลค่า ขึ้นมา กรณีที่เราอยากจะยกเลิกไม่ส่งเบี้ยประกันต่อแล้ว เราก็สามารถขอเป็นเงินสดคืนกลับไปได้ ซึ่งจำนวนเงินสดที่เราจะได้คืน กรณีไม่ส่งเบี้ยประกันต่อนี้เอง ที่เรียกว่า มูลค่าเงินสด ครับ

การกู้เงินจากประกันชีวิต

เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่า เราสามารถขอกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ในกรณีฉุกเฉิน โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่จะขอกู้ได้จะต้องมีมูลค่าเงินสด และยังไม่เคยใช้สิทธิ์กรมธรรม์เงินสำเร็จหรือขยายเวลา โดยผู้เอาประกันสามารถกู้เงินได้สูงสุดไม่เกินมูลค่าเงินสดที่มีอยู่หักด้วยหนี้สินใดๆ (ถ้ามี) ซึ่งบริษัทประกันจะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับดอกเบี้ยที่ใช้คำนวณเบี้ยประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ + 2% แต่ถ้าเราไม่ได้ชำระเงินกู้คืนจนทำให้มูลค่าเงินกู้และดอกเบี้ยค้างจ่ายสูงกว่ามูลค่าเงินสดที่เหลืออยู่ในขณะนั้น กรมธรรม์ประกันชีวิตของเราก็จะถูกปิดลงทันทีครับ

การเวนคืนประกันชีวิต

คือการที่เราหยุดจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย และยุติความคุ้มครองที่ได้รับจากบริษัทประกัน แล้วได้รับเงินสดคืนตามมูลค่าเงินสด ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะได้เงินคืนน้อยกว่าค่าเบี้ยที่เราจ่ายไป แต่ยิ่งเราถือครองกรมธรรม์มาเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ ก็จะได้รับเงินคืนตามมูลค่าเงินสดที่มากขึ้นเท่านั้นครับ

การใช้เงินสำเร็จ

กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ (Reduced Paid-Up Insurance Option) คือ เราในฐานะผู้เอาประกัน ไม่ต้องการจะชำระเบี้ยประกันต่อไป แต่ขอใช้สิทธิ์ให้กรมธรรม์ยังคงมีผลคุ้มครองต่อจนกว่าสัญญาจะครบกำหนด ไม่ได้ยกเลิก หรือขอเงินคืน ทุนประกันเราจะลดลง แต่ได้ระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม เช่น เดิมทุนประกัน 1,000,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี เมื่อเราขอยุติการจ่ายเบี้ยด้วยวิธีกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ ระยะเวลาคุ้มครองยังคงเป็น 20 ปีเท่าเดิม แต่ทุนประกันเหลือ 500,000 บาท เป็นต้น

การขยายระยะเวลา

กรมธรรม์ขยายเวลา (Extended Term Option) จะมีความหมายตรงข้ามกับที่พี่หมีได้ยกตัวอย่างไปในข้อที่แล้วครับ คือ เราเลือกที่จะไม่ส่งเบี้ยประกันแล้ว ทุนประกันเท่าเดิม แต่ความคุ้มครองยังคงอยู่อีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง ที่น้อยลงกว่าเดิม เช่น เดิมทุนประกัน 1,000,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี แต่เราเลือกที่จะยุติการจ่ายเบี้ย และได้รับทุนประกันเท่าเดิมคือ 1,000,000 บาท แต่ระยะเวลาคุ้มครองลดลงเหลือเพียง 10 ปี เป็นต้น

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ผลตอบแทนสูง

ประกันชีวิตมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

โดยทั่วไป ประกันชีวิตแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้ครับ

  • ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance) คือ เป็นการให้ความคุ้มครองชีวิตสำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง ซึ่งรายได้ที่ว่านี้มักมีตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากทุนประกันประเภทสามัญนี้ค่อนข้างสูงครับ
  • ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance) คือ ประกันชีวิตประเภทนี้จะไม่มีการตรวจสุขภาพเนื่องจากเป็นประกันภัยที่มีทุนประกันค่อนข้างต่ำ ดังนั้นทางบริษัทประกันจึงมักพิจารณาจากข้อมูลใบคำขอเอาประกันของเรา เพื่อพิสูจน์สุขภาพผู้เอาประกันภัย
  • ประเภทกลุ่ม (Group of Insurance) คือ ประกันแบบกลุ่ม สำหรับคนที่ทำงานประจำแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นประกันที่บริษัททำให้เราในฐานะพนักงานของบริษัทร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน ซึ่งทุกคนจะได้รับอัตราเบี้ยประกันตลอดจนทุนประกันในอัตราเดียวกันทั้งหมด

ประกันชีวิตมีกี่แบบ อะไรบ้าง

เมื่อสักครู่เราได้เรียนรู้ประเภทของประกันชีวิตกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูรูปแบบของประกันชีวิตกันบ้างนะครับ ซึ่งตามปกติแล้วประกันชีวิตแบ่งออกได้เป็น 5 รูปแบบและมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

  1. ประกันแบบออมทรัพย์

    ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์หรือสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) เป็นประกันชีวิตที่เพื่อนๆ จะได้รับเงินคืนหลังจากที่เราเสียชีวิตหรือ มีชีวิตอยู่จนครบสัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมทรัพย์ระยะยาวประมาณ 10 ปีขึ้นไป

    ข้อดี: เป็นประกันรูปแบบเงินออม เงินต้นไม่หาย เหมาะกับคนที่หาตัวช่วยในการออมเงิน แบบไม่มีความเสี่ยงมากนัก ต้องการสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษี และได้รับผลประโยชน์จากเงินคืนซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร

    ข้อเสีย: เนื่องจากทุนประกันสำหรับการทำประกันในรูปแบบนี้จะไม่สูงมากนัก จึงไม่เหมาะกับการทำเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง

  2. ประกันแบบชั่วระยะเวลา

    ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน ต้องการความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเรื่องหนี้สิน ระยะเวลาที่กำหนดก็จะมีตั้งแต่ 1 ปี, 5 ปี, 10 ปี และ 15 ปี เป็นต้น

    ข้อดี: สามารถเลือกเวลาคุ้มครองได้ตามต้องการ และค่าเบี้ยไม่แพง โดยเฉพาะถ้าเลือกแบบ 1/1 ก็จะเป็นความคุ้มครองแบบปีต่อปี

    ข้อเสีย: ไม่มีเงินคืนระหว่างปี และไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้หากระยะเวลาคุ้มครองไม่ถึง 10 ปี

  3. ประกันแบบตลอดชีพ

    ประกันแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) นี้ก็มีตั้งแต่การคุ้มครองเพียงช่วงเวลาหนึ่งหรือเป็นการเลือกคุ้มครองตลอดชีพไปจนถึงอายุ 99 ปี (ได้รับเงินคืนเมื่ออายุครบ 99 ปี เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ที่ต้องการใช้สิทธิ์ซื้อประกันสุขภาพบางตัวที่จำเป็นต้องคู่กับการทำประกันชีวิต)

    ข้อดี: ค่าเบี้ยประกันต่อปีไม่แพง จ่ายเบี้ยจนถึงระยะเวลาหนึ่งแต่คุ้มครองได้นานไปจนถึงอายุ 99 ปี

    ข้อเสีย: ไม่มีเงินคืน แต่หากต้องการคืนก็ต้องปิดกรมธรรม์ไป

  4. ประกันแบบบำนาญ

    ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance) เป็นรูปแบบประกันสำหรับผู้ที่ต้องการรับรายได้เมื่อเกษียณอายุ เน้นการออมเงินคล้ายๆ กับแบบสะสมทรัพย์ แต่แบบบำนาญจะเป็นการออมเงินเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ เพราะต้องออมอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุ 55, 60 หรือ 65 ปี แล้วแต่กรมธรรม์ หลังจากที่เราอายุครบตามกำหนดแล้ว บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินเป็นรายงวดให้เราจนกว่าเราจะอายุครบ 90 ปีหรือเสียชีวิต

    ข้อดี: เป็นการออมไว้ใช้สำหรับยามเกษียณ

    ข้อเสีย: เราจะเริ่มได้รับเงินตอบแทนก็ต่อเมื่ออายุครบเกณฑ์เกษียณ ตามที่ระบุเท่านั้น

  5. ประกันแบบควบการลงทุน

    ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน (Unit Link) คือ ประกันชีวิตที่นำเบี้ยประกันส่วนหนึ่งที่เราจ่ายไป ไปลงทุนในกองทุนรวมอีกทีหนึ่ง โดยเราสามารถเลือกกองทุนและจัดพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตัวเอง และค่าเบี้ยประกันอีกส่วน จะถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองชีวิต

    ข้อดี: มีความยืดหยุ่นสูง สามารถกำหนดเบี้ยจ่าย, ทุนประกัน, ระยะเวลาจ่ายเบี้ย และระยะเวลาคุ้มครองเองได้ ไปจนถึงเลือกกองทุนและจัดพอร์ตได้เอง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบประกันทุกรูปแบบ (เพราะแบ่งเอาเงินไปลงทุนด้วย)

    ข้อเสีย: มักมีจำนวนเบี้ยประกันขั้นต่ำที่สูง เช่น 50,000 บาทขึ้นไป และเกิดความไม่แน่นอนของผลตอบแทน เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการลงทุนเพิ่มเข้ามา

 

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

เงื่อนไขและข้อยกเว้นประกันชีวิต

บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้เราในกรณีใดบ้าง

  1. จ่ายเงินผลตอบแทนให้กับเรา ในฐานะผู้เอาประกันภัย ระหว่างอายุสัญญาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในกรมธรรม์ ซึ่งการจ่ายเงินแบบนี้มักเป็นในรูปแบบผลตอบแทนเฉลี่ยคืนเป็นรายปี จากการทำประกันสะสมทรัพย์ หรือ ประกันรูปแบบบำนาญ
  2. จ่ายเงินเอาประกันภัยและผลประโยชน์ให้กับเรา ในฐานะผู้เอาประกันภัย เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่จนครบตามสัญญาที่กำหนด
  3. จ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับผู้รับผลประโยชน์ที่เราได้ระบุรายชื่อเอาไว้ เมื่อเราเสียชีวิต ระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตมีผลบังคับอยู่

แล้วข้อยกเว้นประกันชีวิตที่บริษัทประกันจะไม่จ่ายเงินตามกรมธรรม์มีกรณีใดบ้าง

  1. เมื่อผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาประกันชีวิต
  2. ผู้รับประโยชน์ เป็นคนฆ่าผู้เอาประกันภัยตายโดยเจตนา
  3. มีการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยทุจริต

การยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต

อยากยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต ต้องทำอย่างไร

ถ้าเราจ่ายเบี้ยประกันต่อไม่ไหว อยากยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต เราจะทำยังไงได้บ้าง? สำหรับคนที่ซื้อประกันชีวิตและจ่ายค่าเบี้ยมาระยะหนึ่งแล้ว แต่มีเหตุจำเป็นให้ไม่สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อไปได้แล้ว เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งตกใจแล้วเลือกที่จะไม่จ่ายไปเลยนะครับ เพราะมันมีอยู่หลายวิธีที่เราจะสามารถทำได้ โดยที่ได้รับเงินคืนหรือได้รับความคุ้มครองต่อ ดังต่อไปนี้ครับ

  • กรณีที่เราจ่ายต่อไม่ไหว และต้องการเงินก้อนทันที ไม่ต้องการรับความคุ้มครองต่อ ให้เพื่อน ๆ เลือก สิทธิ์เวนคืนเงินสด เพื่อให้ได้รับเงินสดคืนมาตามมูลค่าเงินสดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ครับ แต่เพื่อน ๆ ต้องทำใจก่อนนะครับว่า เงินสดที่เราจะได้รับมานั้นไม่เท่ากับเงินค่าเบี้ยประกันที่เราได้จ่ายไป ทั้งนี้ก็เพราะว่าเงินของเราส่วนหนึ่งนั้นถูกใช้ไปในการดำเนินงานและความคุ้มครองต่าง ๆ ที่เราได้รับมาแล้ว และยิ่งเราถือครองกรมธรรม์ไว้นานเท่าไหร่ มูลค่าเงินสดทีเราจะได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นด้วย
  • ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยต่อแล้ว แต่ยังต้องการได้รับความคุ้มครองอยู่ ถ้าเป็นกรณีนี้ เพื่อน ๆ ควรใช้กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ จะดีที่สุด เพราะยังได้ความคุ้มครองจนครบสัญญาเหมือนเดิม หรือเลือกแบบขยายเวลา เพราะถึงแม้จะได้รับระยะเวลาคุ้มครองที่สั้นลงกว่าเดิม แต่จำนวนวงเงินยังคงเท่าเดิมครับ

แล้วถ้ารายได้ไม่เยอะ ทำประกันชีวิตแบบไหนดี

หากเพิ่งเริ่มทำงานมีรายได้ยังไม่มาก พี่หมีแนะว่า ควรทำประกันชีวิตให้กับตัวเองก่อน โดยเลือกเป็นแบบ term life ซึ่งเป็นแบบประกันที่มีเบี้ยประกันต่ำ เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ยังไม่มากและเริ่มต้นเก็บออมด้วยการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีความคุ้มครองระยะยาว 10 ปีขึ้นไป เพื่อใช้เก็บเงินสะสมไว้ใช้ในอนาคตและสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี เพราะในช่วงเริ่มต้นทำงาน อายุเรายังน้อยอยู่ ค่าเบี้ยประกันก็จะไม่สูงมาก ทั้งยังเป็นการสร้างวินัยการออมในอนาคต เพื่อที่ในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะได้นำเงินก้อนนี้มาใช้ตอบสนองความต้องการต่างๆ ตามช่วงอายุไม่ว่าจะเป็น แต่งงาน ซื้อรถ ดาวน์บ้าน พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิตระหว่างที่ทำประกัน

หากทำงานมาสักระยะแล้วมีงบประมาณเหลือ พี่หมีแนะนำให้พิจารณาทำประกันสุขภาพควบคู่ไปด้วย โดยอย่าลืมพิจารณาจากประกันสังคม และประกันสุขภาพในส่วนของสวัสดิการพนักงานที่ทางบริษัทมีให้ก่อน แล้วค่อยทำในส่วนที่เพิ่มขึ้น หากผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ก็ให้ทำประกันรถยนต์และอัคคีภัยเพิ่มเติม และเมื่อมีหลักประกันมั่นคงเพียงพอแล้วก็อย่าลืมทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพให้ครอบครัวและคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นการตอบแทนพระคุณของท่านแล้ว เบี้ยประกันสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่นั้นเรายังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติมด้วยครับ

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

ประกันชีวิตต่างกับการประกันวินาศภัย อย่างไร

  • การประกันชีวิต ทางบริษัทประกันจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตเมื่อเราเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือยังมีชีวิตอยู่ครบตามระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้
  • การประกันวินาศภัย คือ การประกันภัยทุกประเภทที่นอกเหนือจาก การประกันชีวิต โดยทางบริษัทประกันจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับเราในฐานะผู้เอาประกันภัยหากทรัพย์สินที่เราทําประกันภัยเอาไว้เกิดความสูญเสีย หรือเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งความเสียหายนั้นสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ และมักจ่ายตามค่าเสียหานที่แท้จริงโดยไม่เกินวงเงินประกันที่ทำไว้

จะเห็นว่าประกันชีวิตเป็นการลงทุนที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะอนาคตนั้นไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราเป็นเสาหลักครอบครัว หรือ ต้องการความมั่นคงในชีวิต การทำประกันชีวิตที่เหมาะกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง จะช่วยกระจายความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนได้อย่างคุ้มค่า เกิดผลประโชย์สูงสุด ซึ่งพี่หมีโกแบร์ก็ได้อธิบายถึง ความหมายของประกันชีวิต ข้อดีข้อเสียของประกันชีวิตแต่ละแบบ พร้อมทั้งความรู้อีกมากมายไว้ในบทความนี้แล้ว สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจ อยากเลือกลงทุนให้กับตัวเองและคนที่รัก สามารถเปรียบเทียบประกันชีวิตรูปแบบต่างๆ ที่พี่หมีเลือกสรรมาให้แล้ว ในเว็บไซต์โกแบร์ได้เลยนะครับ

เปรียบเทียบประกันชีวิต

Last update on Dec 03, 2020