รวมเรื่องต้องรู้ก่อนซื้อประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพ คือ อะไร ทำประกันสุขภาพต้องเปรียบเทียบอะไรบ้างนอกจากเบี้ยประกัน ประเภทของประกันสุขภาพมีอะไรบ้าง

ประกันสุขภาพคืออะไร

ประกันสุขภาพ ก็คือ การประกันภัยที่ทางบริษัทประกันตกลงจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัยก็ตาม

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ 2563

 

เบี้ยประกันสุขภาพขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

  • สุขภาพ ได้แก่ ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล รวมทั้งสภาพร่างกายของผู้ที่ต้องการทำประกันภัย
  • อายุ เบี้ยประกันสุขภาพสำหรับเด็กที่อายุ 1 เดือนจนถึง 5 ปี และประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุก็จะสูงกว่าประกันสุขภาพสำหรับคนหนุ่มสาวทั่ว ๆ ไปเพราะภูมิต้านทานโรคต่ำ เมื่อเราอายุมากขึ้นเบี้ยประกันเราจึงสูงขึ้น เพราะก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ได้มากขึ้น และถ้าได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยแล้ว มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบรุนแรง หรือต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่าคนที่อายุน้อยกว่า
  • เพศ ปกติแล้วเพศหญิงจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บทางร่ายกายนานกว่าเพศชาย จึงอาจมีเบี้ยประกันสุขภาพที่ต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าไม่มากเท่าไหร่เพราะในปัจจุบันนี้ ความเสี่ยงภัยของเพศหญิงและเพศชายไม่ต่างกันมากนัก
  • จำนวนเงินความคุ้มครองที่ต้องการ ถ้าเราต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม จำนวนเงินเอาประกันภัยสูง เบี้ยประกันก็ต้องสูงตามครับ
  • อาชีพ และ พฤติกรรมการดำเนินชีวิตซึ่งน่าจะมีผลต่อสุขภาพ หรือส่งผลต่อโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันไป เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นกีฬาหรือประกอบอาชีพที่ต้องเสี่ยงอันตราย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าเพื่อน ๆ ไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพรายปีที่เป็นเงินก้อนใหญ่ไหว ก็สามารถเลือกแบ่งจ่ายได้หลายรูปแบบทั้งประกันสุขภาพรายเดือน ราย 3 เดือน และราย 6 เดือน หรือจะผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตก็สามารเลือกได้ตามความสะดวกของเพื่อน ๆ แล้วครับ

เปรียบเทียบประกันโรคร้ายแรง

 

ประกันสุขภาพดีอย่างไร

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ข้อนี้เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินกันมาบ้างใช่ไหมครับ ซึ่งเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า โรคภัยไข้เจ็บ แม้ประทั่งการเกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ และสิ่งที่จะตามมาเมื่อเราไม่สบายก็มีทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่ายา หากเป็นหนักมาก ๆ ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการนอนพักรักษาตัว และยังมีค่าเสียโอกาสที่เราไม่สามารถออกไปทำงาน หรือหารายได้จากการที่เราต้องนอนโรงพยาบาล อีกด้วย ซึ่งหากเราทำประกันสุขภาพไว้แล้วล่ะก็ ประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองเราในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่เราเลือกไปนั่นเองครับ

แบบประกันสุขภาพ จะมีสิ่งที่เรียกว่าความคุ้มครองหลัก ซึ่งก็คือความคุ้มครองที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะซื้อประกันของที่ใดก็ตามจะได้รับความคุ้มครองเรื่องหลัก ๆ ที่เหมือนกัน และ ความคุ้มครองย่อยที่แตกต่างกันไปตามรายละเอียดของประกันสุขภาพแต่ละตัว

สำหรับความคุ้มครองหลักนั้น มีรายละเอียดดังนี้:

2.1 การรักษาตัวในโรงพยาบาล

เช่น ค่าห้องพัก ค่าอาหาร ถ้าวงเงินค่าห้องสูงมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถเลือกพักห้องที่ดีมากขึ้นเท่านั้น (เช่น ห้องเดี่ยวแบบ VIP เพื่อสะดวกสำหรับการที่มีญาติมานอนเฝ้าด้วย เป็นต้น)

2.2 ค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด

รวมถึงค่ารักษาในการปรึกษาเเพทย์

2.3 ค่าใช้จ่ายจากการประสบอุบัติเหตุ

กรณีที่เราได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ การมองเห็น การรับฟัง และการออกเสียง ซึ่งบางแห่งจะไม่ครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงสูงครับ

2.4 ค่าใช้จ่ายจากการรักษาที่คลินิกหรือ OPD ของโรงพยาบาล

ได้แก่ ค่าเข้ารับการปรึกษา/ค่าพบแพทย์เฉพาะทาง ค่าตรวจวินิจฉัย ค่าเอกซ์เรย์ ฯลฯ ตรงนี้รวมถึงค่ายา ด้วยนะครับ

2.5 ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร

รวมถึงการนอนที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมคลอด ไม่ว่าจะเป็นการคลอดแบบปกติหรือการผ่าตัด

2.6 ค่าใช้จ่ายในการทำฟัน

เช่น ถอนฟันขูดหินปูน ผ่าฟันคุด  รักษาเหงือก เป็นต้น

2.7 การชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษ

โดยจะต้องเป็นไปตามคำสั่งของเเพทย์ด้วยนะครับ

2.8. การให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน

หรือค่าเรียกรถพยาบาล (Emergency Ambulance) มารับหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น

เปรียบเทียบประกันอุบัติเหตุ

 

เปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์ดีอย่างไร

ถ้าเป็นเมื่อก่อน การจะซื้อประกันใด ๆ ก็ตาม จะต้องซื้อผ่านตัวแทนเท่านั้น ไม่ว่าจะผ่านทางธนาคารหรือตัวแทนบุคคลทั่วไป แต่ปัจจุบันนี้เราสามารถเปรียบเทียบและ ทำประกันสุขภาพออนไลน์ ด้วยตนเองได้แล้ว นับว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับเราในฐานะผู้ซื้อได้เป็นอย่างดีครับ 
 
สำหรับบางคนที่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในการซื้อประกันสุขภาพผ่านตัวแทน น่าจะรู้สึกดีมากขึ้นกับการเปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์ โดยเฉพาะคนที่เคยชินกับการซื้อของหรือช้อปปิ้งทางอินเตอร์เน็ต เพราะประกันสุขภาพก็เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างหนึ่งที่ใคร ๆ ก็ซื้อกัน ยิ่งถ้าเราสามารถค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเองได้แล้ว เราสามารถศึกษารายละเอียดของประกันให้เข้าใจ พร้อมทั้งเลือกเปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์หลาย ๆ กรมธรรม์จากหลากหลายบริษัทได้ในคราวเดียว เพื่อน ๆ ก็จะสามารถค้นหาได้ว่า ประกันสุขภาพที่ไหนดี เคลมง่าย ราคาถูกโดนใจเพื่อน ๆ ครับ
 
ที่เว็บไซต์โกแบร์ ก็มีให้เพื่อน ๆ เลือกเปรียบเทียบและเลือกซื้อประกันสุขภาพได้อย่างง่ายดาย แค่คลิกเดียวภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพราะพี่หมีคัดสรรประกันสุขภาพดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ แล้วยังไงล่ะครับ

ประเภทของประกันสุขภาพ

แบบเบิกค่ารักษาพยาบาล (OPD / IPD)

ประโยชน์อันดับหนึ่งของการทำประกันสุขภาพก็คือ การที่มีคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เราเวลาที่เราป่วยไข้ไม่สบาย หรือประสบอุบัติเหตุ ซึ่งค่ารักษาพยาบาลนี้ก็แบ่งเป็น 2 แบบด้วยกัน ได้แก่

ผู้ป่วยนอก (Out Patient Department หรือ OPD) คือ ผู้ที่มาหาหมอ เข้ารับการรักษา และอยู่ที่โรงพยาบาลน้อยกว่า 6 ชั่วโมง ไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาล รักษาเสร็จแล้วกลับบ้านเลย อาจมียาด้วยหรือไม่มีก็ได้

ประกันสุขภาพแบบผู้ป่วยนอก หรือ OPD ก็จะคุ้มครองค่ารักษาทั้งค่าตรวจ ค่าพบแพทย์/ค่าปรึกษา ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา ได้ตามจำนวนครั้งในวงเงินที่กำหนดไว้ เป็นประกันสุขภาพแบบหนึ่งที่คนทั่วไปนิยมทำกันมาก เพราะตามปกติแล้วเรามีโอกาสที่จะป่วยจากโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ มากกว่าโรคร้ายแรง และถ้าเรายากไปหาหมอแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถทำได้เลย ส่วนใหญ่แล้วค่ารักษายังอยู่ในวงเงินประกัน ไม่ต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มสำหรับโรคที่ไม่ร้ายแรงมากนักครับ

ผู้ป่วยใน (In Patient Department หรือ IPD) คือ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา หรือต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เช่น นอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัดหรือนอนพักฟื้นหลังจากผ่าตัด ฯลฯ และยังรวมถึงการที่ทางโรงพยาบาลรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยในแล้วแต่เสียชีวิตก่อนจะครบ 6 ชั่วโมงด้วย

การคุ้มครองจาการทำประกันสุขภาพประเภท IPD นี้ ก็มีตั้งแต่ ค่าเอ็กซเรย์ ค่าตรวจทางชีวเคมี ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงพยาบาล ค่าบริการใช้ห้องผ่าตัด ค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด ค่าปรึกษาแพทย์พิเศษ ค่าสินไหมทดแทนในการรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นต้น

ซึ่งไม่ว่าเราจะซื้อประกันสุขภาพ OPD หรือ IPD ก็จำเป็นต้องศึกษาดี ๆ และอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ครบถ้วน เนื่องจากบางบริษัทมีกฎว่าต้องทำประกันสุขภาพแบบ IPD ก่อน จะเลือกทำแค่ OPD ไม่ได้ ในขณะที่บางบริษัทก็สามารถเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ดังนั้นการหาข้อมูลและเปรียบเทียบประกันภัยออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่เราควรทำอย่างยิ่ง เพื่อให้เราสามารถซื้อประกันสุขภาพได้เหมาะสมตรงตามที่เราต้องการมากที่สุดครับ อย่างไรก็ตามการมีประกันทั้งสองแบบนี้ไว้ ก็จะช่วยให้เราอุ่นใจและกล้าที่จะมาเข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างแน่นอน

 

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ 2563

 

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพนั้นมีทั้งแบบกำหนดวงเงินความคุ้มครองแต่ละหมวดหมู่ และแบบเหมาจ่าย ซึ่งประกันสุขภาพเหมาจ่ายนั้นก็คือ ประกันสุขภาพที่ไม่กำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลในแต่ละหมวดหมู่ แต่จะจ่ายให้ตามจริงโดยไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันสูงสุด

ข้อดีของประกันสุขภาพเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายมีความยืดหยุ่นมากกว่า ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย ที่กำหนดวงเงินความคุ้มครองแต่ละหมวดหมู่ไว้ตายตัวอย่างชัดเจน

เพื่อน ๆ ลองนึกภาพตามดูนะครับว่า หากเราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา แล้วค่ารักษาพยาบาลของเราเกินวงเงินตามที่กำหนดไว้ สุดท้ายแล้วเราเองนี่แหล่ะที่จะต้องรับภาระควักเงินจ่ายส่วนที่เกินเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้เวลาเจ็บป่วยทีไร ค่ารักษาพยาบาลที่ทางโรงพยาบาลต่าง ๆ คิด ก็แพงขึ้นเรื่อย ๆ (โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราทบต้น 7-8% ต่อปี) ด้วยเหตุนี้ประกันสุขภาพเหมาจ่าย จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมขึ้นเป็นอย่างมาก

ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรง ประกันมะเร็ง

โรคร้ายแรง เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทย ทั้งโรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, โรคปอด, โรคไต และโรคปอด และเมื่อป่วยเป็นโรคร้ายแรงแล้วเราจะต้องใช้เวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง คงไม่สามารถหายได้ภายในเวลาไม่กี่วันแน่นอน ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็จะตามมา ซึ่งประกันสุขภาพปกติที่เรามีอยู่อาจไม่ครอบคลุมเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ จึงได้มีการออก “ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง” มาสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มขึ้นครับ

มีประกันสุขภาพแล้ว ต้องทำประกันโรคร้ายแรงเพิ่มมั้ย?

อย่างที่พี่หมีได้บอกไปแล้วว่า ประกันสุขภาพแต่ละกรมธรรม์นั้นจะมีความคุ้มครองครอบคลุมไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเป็นหลัก ดังนั้นอาจมีบางรายการที่ไม่ครอบคลุมสำหรับการรักษาโรคร้ายแรงเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินที่สูง และ ยังต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง หากเรามีประกันโรคร้ายแรงคุ้มครองไว้เพิ่มเติม ก็จะได้รับเงินก้อนเพื่อมาช่วยดูแลค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ รวมถึงเงินชดเชย กรณีที่เราต้องต้องหยุดงานขาดรายได้ด้วยเช่นกัน

ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง คุ้มครองโรคอะไรบ้าง ตั้งแต่ระยะไหน

แต่ละแบบประกัน จะมีระบุความคุ้มครองโรคและระยะอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ประกันมะเร็ง จะมีระบุว่า จ่ายเมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งอะไรบ้าง และจะได้รับเงินก้อนเท่าไหร่เมื่อตรวจเจอมะเร็งในแต่ละระยะ หรือ จ่ายเมื่อเป็นมะเร็งระยะที่ 2 ขึ้นไป (บางกรมธรรม์ไม่ครอบคลุมมะเร็งผิวหนัง บางกรมธรรม์ก็รวมมะเร็งผิวหนังด้วยแต่จ่ายน้อยกว่ามะเร็งอื่น ๆ เป็นต้น)

 

เปรียบเทียบประกันโรคร้ายแรง

 

ทั้งนี้เพื่อน ๆ ลองพิจารณาความเสี่ยงเบื้องต้นของตัวเองดูก่อนครับว่า คุณพ่อ คุณแม่ หรือญาติพี่น้องคนใดในตระกูลมีใครที่ป่วยหรือเสียชีวิตจากการเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ หากมี พี่หมีแนะนำให้ทำประกันมะเร็งคุ้มครองไว้จะดีกว่าครับ แบบที่จ่ายเงินเมื่อตรวจเจอมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอาจต้องเสียค่าเบี้ยแพงกว่าหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้ม และนอกจากมะเร็งแล้ว ยังมีประกันสุขภาพโรคร้ายแรงอื่น ๆ ให้เลือกทำตามความเสี่ยงอีกด้วย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ไตวาย ตับวาย เป็นต้น บางกรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง 50-70 โรคร้ายเลยทีเดียว เพื่อน ๆ สามารถเลือกทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรง ได้ตามความสะดวกเลยครับ

ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

ก่อนอื่นเลย ความต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ จะทำได้เมื่ออยู่ในช่วงอายุ 50 ปี - 70 ปี ถ้าไม่ใช่ช่วงเวลานี้เเสดงว่าเป็นประกันประเภทอื่นนะครับ ซึ่งเงื่อนไขสำคัญที่เราต้องดูสำหรับการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะทำให้ตนเอง หรือทำให้ผู้สูงอายุในบ้าน ก็คือ

  • ทำได้ช่วงอายุระหว่าง 50-70 ปี
  • ไม่ต้องตรวจและตอบคำถามสุขภาพ

เป้าหมายในการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะจำเเนกตามเป้าหมายได้ดังนี้

  1. เเบบเน้นความคุ้มครอง

    หมายถึงว่า เราจะได้รับเงินชดเชยจากทางบริษัทประกัน ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซึ่งจะมีรายละเอียดการจ่ายเงินอยู่ 2 แบบ

    1.1 จ่ายเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น ถ้าเสียชีวิตภายใน 2 ปี ตั้งแต่วันที่อนุมัติในกรมธรรม์ จะจ่ายเนื่องจาก 2 สาเหตุดังนี้

    • ผู้สูงอายุเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เงินที่จะได้รับคือเงินประกันเต็มจำนวน+เบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมด +เงินอีก 2 - 5% ของเบี้ยที่จ่ายไป
    • เสียชีวิตจากโรค เงินที่จะได้รับคือ เบี้ยที่จ่ายไปทั้งหมด + เงินอีก 2 - 5% (ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่เลือกทำ)

    ถ้าเสียชีวิตหลัง 2 ปี ตั้งแต่วันที่กรมธรรม์เริ่ม บริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันให้เต็มจำนวน ในทุกกรณี

    1.2 ได้เป็นเงินค่ารักษาเมื่อผู้สูงอายุเข้าโรงพยาบาล ซึ่งกรณีนี้เกิดจากซื้อประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุเป็นสัญญาเพิ่มเติมจากสัญญาประกันชีวิตที่ทำไว้

  2. แบบสะสมทรัพย์

    ประกันสุขภาพผู้สูงอายุแบบสะสมทรัพย์ คือประกันที่คืนเงินให้ตามกำหนดเมื่อครบสัญญา เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี ถึงแม้ผู้สูงอายุจะยังแข็งแรงดีอยู่ โดยไม่เกี่ยวกับว่า ผู้สูงอายุจะเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตแต่อย่างใดครับ

ข้อดีของประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

  1. เตรียมความพร้อมทางด้านค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
  2. เป็นอีกวิธีสำหรับการออมเงินสำหรับผู้สูงอายุ
  3. มีเงินก้อนเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานต่อ

ไม่เพียงเเค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ทำ ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ได้ เราเองในฐานะบุตรหลานก็สามารถซื้อให้ท่านได้เช่นกัน และยังสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่ของเราเอง (พ่อแม่ต้องอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน ) หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ของคู่สมรส มาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง (คู่สมรสต้องเป็นลูกแท้ ๆ ของพ่อแม่ที่นำมาใช้ลดหย่อนเท่านั้น เป็นลูกบุญธรรมไม่ได้นะครับ) โดยรวมค่าเบี้ยประกันที่จ่ายให้ทุกคนไปสามารถนำมาใช้ลดหย่อนได้สูงสุดปีละไม่เกิน 15,000 บาทครับ

เปรียบเทียบประกันอุบัติเหตุ

 

ประกันสุขภาพเด็ก ประกันสุขภาพลูกน้อย

มีประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไปแล้ว ประกันสุขภาพสำหรับเด็กก็ต้องมีเช่นกันครับ สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่แล้ว หากลูกไม่สบายขึ้นมาก็อดที่จะไม่สบายใจไปด้วยไม่ได้ อยากจะขอป่วยแทน หรือ แทบน้ำตาไหลตามกันเลยทีเดียว

เป้าหมายในการทำประกันสุขภาพลูกน้อย

ตามค่าสถิติสำหรับเด็กที่อายุ 1 เดือนจนถึง 5 ปี ถือเป็นช่วงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูง ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่างจากไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งมักพบในเด็กเล็ก โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือเท้าเปื่อย เป็นต้น  ดังนั้นการทำประกันสุขภาพสำหรับเด็กหลัก ๆ เลย ก็เพื่อเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายไว้ก่อน เมื่อยามลูกน้อยของเราเกิดเหตุเจ็บป้วยขึ้นมา เพราะค่าเบี้ยประกันสุขภาพเรายังรู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่

ข้อดีของการทำประกันสุขภาพเด็ก

  • ข้อดีในการทำประกันสุขภาพให้ลูกตั้งแต่ยังอายุน้อย ๆ และยังไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยอะไรมาก่อนก็คือ ความคุ้มครองที่ลูกของเราจะได้รับนั่นเอง เพราะอย่างที่พี่หมีได้บอกไปแล้วว่า ส่วนใหญ่แล้วประกันจะไม่รับคุ้มครองโรคที่เราเคยป่วย หรือมีประวัติมาก่อน หรือหากคุ้มครองก็จะต้องเสียค่าเบี้ยที่แพงขึ้น ทำให้ลูกของเรามีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองได้ทุกโรค
  • เมื่อเกิดเจ็บป่วยหลังจากทำประกันขึ้นมาแล้ว เราสามารถพาลูกไปรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของค่าใช้จ่าย เพราะเด็กเล็กมีความต้านทานโรคไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ การพาไปรักษาอย่างทันท่วงทีย่อมดีกว่าแน่นอน
  • สามารถให้ลูกได้นอนในห้องเดี่ยว หรือห้องพิเศษได้อีกด้วย หากทำประกันที่คุ้มครองในส่วนของค่าใช้จ่ายในการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลไว้ครับ

 

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ 2563

 

ประกันสังคมกับประกันสุขภาพ ต่างกันอย่างไร

สำหรับใครที่เป็นพนักงานประจำ จะได้รับสิทธิการรักษาจากประกันสังคมอยู่แล้ว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นการใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างด้วยกัน หากเรามีประกันสุขภาพไว้ด้วยเพิ่มเติมแล้วล่ะก็ เวลาเจ็บป่วยก็สามารถเลือกได้ว่าจะไปที่โรงพยาบาลไหน หรือเข้ารับการรักษาด้วยวิธีใด ซึ่งพี่หมีโกแบร์ก็ได้จัดทำตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างประกันสังคมกับประกันสุขภาพ เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพชัดเจนขึ้นไว้แล้วตามนี้ครับ

 

สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลประกันสังคมกับประกันสุขภาพ

สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล

ประกันสุขภาพ

ประกันสังคม

โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา

เลือกได้เอง รักษาได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน

ต้องใช้สิทธิโรงพยาบาลตามที่ระบุไว้ในบัตรประกันสังคมเท่านั้น

การเลือกแพทย์ผู้รักษา

เลือกแพทย์เฉพาะทางได้

ตามที่ทางโรงพยาบาลจัดให้

ค่ายา

ครอบคลุมค่ายาไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกรายชื่อบัญชียาหลัก

ครอบคลุมเฉพาะยาที่มีรายชื่อในบัญชียาหลักเท่านั้น หากใช้ยานอกบัญชีต้องจ่ายเอง

ห้องพัก

สามารถเลือกประเภทห้องพักและอาหารได้

พักห้องรวมตามสิทธิ์

กรณีเสียชีวิต

ได้รับเงินตามทุนประกันที่เลือกไว้

ได้รับเงิน 40,000 บาท

ญาติที่มาเฝ้าไข้

ญาติสามารถพักผ่อนหรืออยู่เฝ้าไข้ได้ตามสะดวก

อาจไม่มีพื้นที่รองรับเพียงพอ สำหรับญาติที่จะอยู่เฝ้าให้

การจ้างพยาบาลพิเศษ

ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษ ที่เป็นไปตามคำสั่งแพทย์

ไม่ครอบคลุม

 

เปรียบเทียบประกันโรคร้ายแรง

 

ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ต่างกันอย่างไร

ประกันสุขภาพนั้น มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่จ่ายชดเชยกรณีอุบัติเหตุโดยเฉพาะ (คือกลุ่มที่มีชื่อย่อว่า AI, ADD หรือ ADB) ซึ่งก็จะมีส่วนที่เหมือนกับ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือ Personal Accident (PA) คือจ่ายเงินชดเชยกรณีที่เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ค่ารักษาพยาบาล เหมือนกัน แต่จะแตกต่างจาก PA ตรงที่ว่า ถ้าเราเลือกทำประกันสุขภาพแบบ IPD ไว้อย่างเดียว แต่เกิดเจ็บป่วยเล็กน้อยจากอุบัติเหตุ เช่น มีดบาด หกล้ม หัวแตก ฯลฯ ซึ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องนอนโรงพยาบาล ก็จะไม่สามารถใช้ประกันสุขภาพที่มีอยู่ได้ แต่หากมีประกัน PA ที่จ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลไว้ด้วยก็สามารถใช้ PA เบิกชดเชยค่ารักษาตัวนี้ได้ครับ
 
เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูด้วยว่าประกันสุขภาพของเรานั้น มีอนุสัญญาอุบัติเหตุระบุไว้ด้วยหรือไม่ รายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง

ข้อแตกต่าง

อนุสัญญาอุบัติเหตุ(ภายใต้ประกันสุขภาพ)

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

เลือกวงเงินทุนประกันกรณีเสียชีวิต

เลือกได้อย่างอิสระ

เลือกไม่ได้ ต้องตามแพ็กเกจที่บริษัทจัดให้

การจ่ายเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ หรือ สูญเสียอวัยวะ ตามระดับของอาการ

จ่ายเงินให้ตามระดับของอาการ ถ้าเป็นหนักก็จะจ่ายมากกว่าเป็นน้อย แบ่งเป็น

  • สูญเสียบางส่วนของอวัยวะ

  • สูญเสียอวัยวะ2 ส่วนเต็มๆขึ้นไป

  • ทุพพลภาพบางส่วนชั่วคราว

  • ทุพพลภาพทั้งหมดถาวร

ส่วนมากจะจ่ายเงินชดเชยเฉพาะกรณีเป็นหนัก (เช่น ต้องสูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน หรือต้องทุพพลภาพทั้งหมดถาวร ถึงจะจ่าย)

การจ่ายเงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาล

  • อนุสัญญาอุบัติเหตุ ประเภท AI จะจ่ายเงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาลเป็นรายสัปดาห์

  • จ่ายค่ารักษาพยาบาลเฉพาะกรณีค่าผ่าตัด ซึ่งต้องนอนโรงพยาบาลเท่านั้น

  • จ่ายชดเชยเป็นรายวัน สูงสุด 365 วัน

  • จ่ายค่ารักษาพยาบาล แม้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องผ่าตัด นอนโรงพยาบาล ก็เบิกได้

จากที่พี่หมีเปรียบเทียบให้ดูทั้งหมดจะเห็นได้ว่าประกันแต่ละตัว ก็มีข้อดี-ข้อด้อย แตกต่างกัน หากจะเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมดู หรือถ้าจ่ายเบี้ยไหว และต้องการความคุ้มครองทีครอบคลุมในหลาย ๆ กรณี จะเลือกทำประกันเพิ่มตามที่เราสะดวกก็ได้ครับ และสำหรับใครที่อยากศึกษาข้อมูลรวมถึงเปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์แล้วล่ะก็ คลิกที่เว็บไซต์ของพี่หมีได้เลยครับ

 

เปรียบเทียบประกันอุบัติเหตุ

 

ประกันชีวิตต่างกับประกันสุขภาพอย่างไร

สำหรับประกันชีวิตนั้น มีวัตถุประสงค์หลักตรงที่ว่า หากเราเสียชีวิต บริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อนหนึ่งให้ลูกหลานเราที่ระบุไว้ว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์ หรือหากเรายังมีชีวิตอยู่จนถึงอายุหนึ่งตามที่ระบุไว้กรมธรรม์ เราก็จะได้รับเงินทุนประกันคืนเต็มจำนวน

ส่วนประกันสุขภาพ บริษัทประกันจะจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กรณีเราล้มป่วย ทุพพลภาพ ได้รับอุบัติเหตุถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล หรือจ่ายค่าชดเชยให้กรณีที่เราไม่สามารถทำงานได้ต้องนอนอยู่โรงพยาบาล แต่เราจะไม่ได้รับเงินค่าเบี้ยคืนแม้จะครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ (ส่วนใหญ่จะเป็นปีต่อปี)

ความแตกต่างระหว่างประกันสุขภาพและประกันชีวิต

ข้อแตกต่าง

ประกันสุขภาพ

ประกันชีวิต

การจ่ายเงิน

บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้เราสำหรับค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชย กรณีเราไม่สามารถทำงานได้ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเมื่อเราเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ ในระดับที่ต้องไปโรงพยาบาล

บริษัทจะจ่ายเงินให้ กรณีเราเสียชีวิต (หรือรอดชีวิตมาได้ถึงอายุจุดหนึ่ง)

ค่าเบี้ยประกัน

ไม่สูงมาก ขึ้นอยู่กับประเภทประกันสุขภาพที่เราเริ่มทำ อาจอยู่ที่หลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น

เบี้ยประกันชีวิตโดยเฉลี่ยส่วนมากจะสูงกว่าเบี้ยประกันสุขภาพ ประมาณหลักหมื่นต่อปี อาจอยู่ที่ระดับหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลายหมื่น หรือหลักแสนก็ได้

ได้รับเบี้ยคืน

ไม่ได้รับเงินค่าเบี้ยคืนแม้จะครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ (จ่ายเป็นปีต่อปี)

สามารถขอเงินค่าเบี้ยคืนได้ เรียกว่า การเวนคืนกรมธรรม์ ระยะเวลายิ่งนานก็จะยิ่งมีมูลค่าเงินคืนสูงขึ้น

ผู้ได้รับผลประโยชน์

เงินประกันจะจ่ายให้กับผู้เอาประกัน เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยรายได้

จ่ายให้กับเรา คู่สมรส ทายาท บิดา มารดา หรือผู้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุในสัญญา

หากต้องการหักลดหย่อนภาษี

ลดหย่อนได้ทั้งประกันสุขภาพของตนเอง และที่ซื้อให้บิดามารดา (ไม่เกิน 25,000 บาท) และเมื่อรวมกับการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิต แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ต้องซื้อแบบแผนประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

ต้องจ่ายเบี้ยประกันนานแค่ไหน

ส่วนใหญ่เป็นแบบปีต่อปี ถ้าปีต่อไปจะไม่ต่อสัญญาก็ได้

ต้องจ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น 7/15 คือ จ่ายเงินต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 7 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองไปจนถึง 15 ปี

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ

Last update on Dec 03, 2020