รวมเรื่องต้องรู้ก่อนสมัคร “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์”

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบัญชีออมทรัพย์

บัญชีออมทรัพย์คืออะไร ?

บัญชีออมทรัพย์เป็นประเภทบัญชีเงินฝากที่เราสามารถฝากและถอนเงินได้โดยไม่กำหนดระยะเวลา และไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยมากมักใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิต เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถตั้งค่าชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ให้หักบัญชีอัตโนมัติได้อีกด้วย เรียกว่าสะดวกมากๆเลยล่ะครับ

แต่เนื่องจากบัญชีออมทรัพย์เป็นบัญชีที่เปิดใช้งานได้ง่าย ผลตอบแทน หรือ ดอกเบี้ยที่เพื่อนๆจะได้รับจึงค่อนข้างต่ำครับ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสภาพคล่อง เพราะต้องมีการโอนหรือถอนเงินออกเป็นประจำ เช่น เป็นบัญชีที่เปิดไว้ใช้รับโอนเงินเดือน หักค่าสาธารณูปโภค หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันครับ

 

book bank
Getty Images

 

ประโยชน์ของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

ข้อดีสุดๆของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ก็คือ สภาพคล่องและความสะดวกนี่แหละครับ เพราะเพื่อนๆสามารถฝาก หรือถอนกี่ครั้งก็ได้ตามจำนวนเงินสูงสุดที่กำหนดไว้ (เช่น บางคนกำหนดยอดถอนเงินไว้ที่ 20,000 บาทต่อวัน เป็นต้น) โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ยกเว้นเวลาเราไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มต่างธนาคาร หรือธนาคารเดียวกันแต่สาขาต่างจังหวัด ก็อาจเสียค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนดไว้ได้ครับ

 

เปรียบเทียบบัญชีเงินฝากออนไลน์ดีอย่างไร ?

ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์จากธนาคารแต่ละแห่งจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่นอกไปจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว พี่หมียังสนับสนุนให้เพื่อนๆทำการเปรียบเทียบรายละเอียด หรือข้อเสนออื่น ๆ จากธนาคารแต่ละแห่ง เพื่อที่จะได้ทำการเปิดบัญชีออมทรัพย์ให้ตรงกับเงื่อนไขและความต้องการของเพื่อน ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ นอกจากนี้หากทำการเปรียบเทียบผ่านเว็บไซต์โกแบร์แล้วล่ะก็ ยังช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาให้เหนื่อย เมื่อย รถติด ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยล่ะครับ

ประเภทบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account)

ก็คือบัญชีแบบที่พี่หมีได้อธิบายไปในข้างต้นนั่นเองครับ ว่าเป็นบัญชีที่เราสามารถเอาเงินของเราเข้าไปฝากไว้ได้ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา และไม่กำหนดจำนวนครั้งในการฝากถอน บัญชีออมทรัพย์นี้มักกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่สูงนัก บางแห่งเริ่มตั้งแต่ 500 บาทก็สามารถเปิดบัญชีได้แล้วครับ แต่เนื่องจากเป็นบัญชีที่มีสถาพคล่องสูงผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่เราได้รับก็จะไม่สูงมากนักครับ

 

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)​

สำหรับเพื่อนๆที่เปิดร้านค้า หรือ บริษัทเป็นของตัวเอง บัญชีกระแสรายวันก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการช่วยบริหารจัดการด้านการเงินของเพื่อนๆได้นะครับ เพราะนอกจากเราจะสามารถใช้จ่ายเงินในบัญชีไปกับการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆแล้ว ยังสามารถใช้เช็คในการเบิกจ่ายเงินได้ รวมไปถึงการขอวงเงินเบิกเกินบัญชี หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ โอดี (O/D ย่อมาจาก overdraft) ซึ่งในส่วนของโอดีนี้ จะมีประโยชน์มากในการข่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจของเรากรณีเงินขาดบัญชี และช่วยลดปัญหาเช็คเด้งได้ด้วยโดยเราจะต้องเสียดอกเบี้ยในส่วนที่เราเบิกเงินเกินมาตามระยะเวลาที่เบิกเกินบัญชีมานะครับ บัญชีกระแสรายวันนี้ ธนาคารจะใช้วิธีการแจ้งยอดเคลื่อนไหวของบัญชี หรือ สเตทเมนท์ (statement) มาให้แทนการใช้สมุดคู่ฝาก และส่วนใหญ่จะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยให้ครับ

 

money saving account
pixabay

 

บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได (Step-up Account)

บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันไดนี้จะมีการให้ดอกเบี้ยตามชื่อเลยครับ คือ จะกำหนดให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาในการฝากเหมือนกับขั้นบันได เช่น ฝาก 1-4 เดือนแรกได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 เดือนที่ 5-7 ได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 เดือนที่ 8-10 ได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะมีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ และห้ามถอนก่อนกำหนด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ประกาศ กรณีที่เพื่อนๆต้องการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ พี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆดูที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีของทั้งโครงการ ซึ่งทางแบงก์ชาติกำหนดให้ธนาคารต้องแสดงอัตราดอกเบี้ย​​ที่แท้จริงต่อปีให้แก่ผู้ฝากเงินแบบขั้นบันไดทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจในเลือกผลิตภัณฑ์เงินฝากอยู่แล้วครับ

 

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit Account)

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ​ คือ บัญชีที่เงินในบัญชีเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศนั่นเองครับ เหมาะกับผู้ที่มีรายรับเป็นเงินตราต่างประเทศ เช่น รายได้ ค่าบริการ หรือเงินลงทุนที่ได้รับมาจากต่างประเทศ และสามารถทำธุรกรรมได้เลย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศบ่อยๆ โดยเพื่อนๆ สามารถเลือกเปิดได้ทั้ง บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และเงินฝากกระแสรายวัน แต่บัญชีประเภทนี้ค่าบริการในการทำธุรกรรมจะค่อนข้างสูง (อาจจะสูงกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับซะอีกครับ และดอกเบี้ยที่ได้รับก็ต้องเสียภาษีด้วย)

เลือกบัญชีออมทรัพย์อย่างไร ให้เหมาะกับเรา?

จากประเภทบัญชีที่เรากล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้เลยครับว่า บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ประเภทไหนที่เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด หลังจากนั้นทำการศึกษาหาข้อมูลอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของแต่ละธนาคารนำมาเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้รับ และค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายไปครับ

สิ่งที่ต้องรู้เพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนที่จะได้รับ

  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่จะได้รับ (ร้อยละต่อปี)
  • เงื่อนไขการคิดดอกเบี้ยเงินฝาก ตามปกติแล้วการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากนั้น ทางธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากเป็นรายวัน แต่จะจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากปีละ 2 ครั้ง คือ ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม และจะเป็นการคำนวณแบบดอกเบี้ยทบต้น พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเราไม่ถอนดอกเบี้ยออกมาใช้ซะก่อน ดอกเบี้ยที่เราได้รับในแต่ละงวดก็จะถูกนำมารวมเป็นเงินต้นสำหรับคิดดอกเบี้ยในแต่ละวันต่อไปด้วยครับ
สิ่งที่ต้องรู้เพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทน

ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย

  • ค่าธรรมเนียมถอนเงิน หรือถามยอดที่ตู้เอทีเอ็มต่างธนาคารซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีกำหนดไว้ว่า บัญชีออมทรัพย์แบบที่เราเลือกนั้น สามารถกดที่ตู้ต่างธนาคารได้กี่ครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมครับ
  • ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินที่สาขาของธนาคาร ซึ่งบางครั้งแม้จะเป็นธนาคารเดียวกัน แต่เราโอนเงินไปยังอีกบัญชีที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ต้องเสียธรรมเนียมที่หน้าเคาเตอร์ด้วยนะครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เราโอนนั่นเอง นอกจากนี้บางธนาคารก็มีค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มหรือโอนเงินผ่าน อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง กรณีต่างธนาคารต่างสาขาด้วย
  • ค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิต แต่หากเพื่อน ๆ อยากเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อไว้สำหรับการออมเงิน จะไม่เปิดใช้งานบัตรเอทีเอ็มก็ได้ครับ
  • ค่ารักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว กรณีที่เพื่อน ๆ มียอดเงินฝากในบัญชีต่ำหว่าที่ทางธนาคารกำหนด ธนาคารจะส่งจดหมายแจ้งยอดเงินคงเหลือ พร้อมเงื่อนไข และค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีที่จะเรียกเก็บ เตือนให้เราทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเลือกที่จะปิดบัญชี หรือนำเงินไปฝากเพิ่มก็ได้ เพื่อให้บัญชีมีการเคลื่อนไหว จะได้ไม่เสียค่าธรรมเนียมตรงนี้ครับ
  • ค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับอื่น ๆ เช่น การขอรายการเดินบัญชี (statement) ย้อนหลัง การรับฝากเหรียญจำนวนมาก ๆ ดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีกระแสรายวัน (ดอกเบี้ยโอดี)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อนๆ บางคนอาจเข้าใจว่า ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้นจะไม่ถูกหักภาษี แต่จริง ๆ แล้วหากเราได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีออมทรัพย์รวมทุกบัญชี ไม่ว่าจะเป็นจากธนาคารเดียวกันหรือธนาคารหลายแห่งรวมกันก็ตาม เกิน 20,000 บาทในปีภาษีนั้น ก็ต้องเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% เช่นกันครับ โดยมีรายละเอียดตามที่สรรพากรได้แถลงล่าสุดไปในช่วงเดือน เมษายน 2562 สำหรับการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ว่าทางธนาคารจะต้องเป็นผู้นำส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ลูกค้าทุกบัญชี เพื่อประมวลผลว่าผู้ฝากเงินรายใดมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท บ้าง จากนั้นจะส่งข้อมูลกลับไปให้ธนาคารทำการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% ให้แก่กรมสรรพากรต่อไป แต่หากเพื่อน ๆ ไม่ต้องการให้ธนาคารแจ้งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรแล้วล่ะก็ สามารถแจ้งความจำนงกับธนาคารได้ครับ ทั้งนี้หากเราไม่อนุญาตให้ธนาคารแจ้งข้อมูล จะโดนหักภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากที่เกิดขึ้นก่อน ไม่ว่าดอกเบี้ยนั้นจะถึง 20,000 หรือไม่ก็ตาม แล้วสามารถไปขอคืนภาษีภายหลัง ตอนที่ยื่นภาษีเงินได้ประจำปีครับ

 

Gobear Tips: เมื่อเรารู้ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่จะได้รับ และ ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายแล้ว ก็นำมาหักกลบลบกันได้ครับว่า เปิดบัญชีธนาคารไหนจะให้ผลตอบแทนสูงที่สุด สะดวก และเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเปรียบเทียบดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ได้ที่เว็บไซต์ของพี่หมีโกแบร์ได้เช่นกันครับ

 

saving money
Getty Images

 

ขั้นตอนในการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

คุณสมบัติในการเปิดบัญชีเงินฝาก

สำหรับคนไทยที่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถเปิดบัญชีในนามตนเองได้เลยครับ แต่ถ้าหากอายุยังไม่ถึง 15 ปี ต้องมีผู้ปกครองมายืนยันด้วยครับ

 

เอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีเงินฝาก

สำหรับบุคคลธรรมดาใช้ บัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการตัวจริงและเงินฝากขั้นต่ำตามจำนวนที่แต่ละธนาคารกำหนดไว้ในการเปิดบัญชี ครับ แต่บางแห่งอาจมีขอทะเบียนบ้าน ในกรณีที่บัตรประชาชนยังเป็นแบบเก่าอยู่ หรือสูติบัตร สำหรับเด็กที่อายุยังไม่ครบ 7 ปีครับ

เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ สามารถไปที่ธนาคารสาขาที่สะดวกได้เลยครับ โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเราต้องการมาเปิดบัญชีเงินฝาก พร้อมรอรับสมุดคู่ฝากได้เลย

เรื่องที่หลายคนมักมองข้ามเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

เงื่อนไขการคุ้มครองเงินฝาก

ในกรณีที่เพื่อนๆออมเงินในรูปแบบบัญชีเงินฝาก ทั้งเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เงินฝากกระแสรายวัน บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงิน ที่มีสกุลเป็นเงินบาท กับสถาบันการเงินต่างๆ เงินในบัญชีเงินฝากของเพื่อนๆ จะได้รับความคุ้มครองเงินฝาก จากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Ag​ency: DPA) กล่าวคือ เมื่อธนาคาร หรือสถาบันการเงินนั้นต้องปิดกิจการลง เพื่อนๆก็จะได้รับเงินที่ฝากคืนตามจำนวนที่กฎหมายให้การรับรองไว้ ดังนี้ครับ

  1. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 59 - 10 ส.ค. 61 คุ้มครองไม่เกิน 15 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน
  2. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 61 - 10 ส.ค. 62 คุ้มครองไม่เกิน 10 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน
  3. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 62 - 10 ส.ค. 63 คุ้มครองไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน
  4. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 63 เป็นต้นไป คุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน

ถึงตรงนี้ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า หากจำนวนเงินที่เราฝากอยู่ในธนาคารเกินกว่าความคุ้มครองที่จะได้รับ จะต้องทำอย่างไร ก็ขอให้สบายใจได้ครับว่า เพื่อนๆ ยังสามารถขอรับเงินคืนได้อยู่ ทั้งนี้จะได้รับเงินคืนเพิ่มเติมจากขั้นตอนการชำระบัญชีจากสถาบันการเงินที่ปิดกิจการไปนั่นเองครับ

ส่วนของเงินฝากที่ทาง DPA ไม่คุ้มครอง ได้แก่ เงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เงินฝากในสหกรณ์ เงินฝากในบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไทย เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง เช็ค พันธบัตร หุ้นกู้ เงินลงทุนในกองทุนรวม ตั๋วแลกเงิน และตั๋วสัญญาใช้เงินครับ

tip for saving account

การแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่

เมื่อเพื่อนๆเปลี่ยนที่อยู่นั้น จำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ทางธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่ทราบด้วย เพื่อที่ทางธนาคารจะได้ติดต่อข่าวคราวความเคลื่อนไหวของบัญชีให้เราทราบได้ เพราะหากเราขาดการติดต่อไปนาน ธนาคารจะทำการส่งจดหมายลงทะเบียนมาให้ลูกค้าหรือทายาท จากที่อยู่ที่เราใช้ในการสมัครบัญชี เพื่อแจ้งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีครับ

 

โทษตามกฎหมายสำหรับการรับจ้างเปิดบัญชี

เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่า การรับจ้างเปิดบัญชีแทนผู้อื่นนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 60 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทหรือสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้การรับจ้างเปิดบัญชีแทนผู้อื่นนั้น ผู้ที่มาว่าจ้างเราอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ และเงินที่อยู่ในบัญชีภายใต้ชื่อเรานั้น อาจมาจากการกะทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งการพนัน แชร์ลูกโซ่ หรือการค้ายาเสพติดก็เป็นได้ครับ

ในกรณีที่เพื่อนๆได้ทำการรับจ้างเปิดบัญชีและมอบสมุดคู่ฝากหรือบัตรเอทีเอ็มให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว แต่กังวลว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ในภายหลัง สามารถไปแจ้งความ แล้วนำบัตรประชาชนไปขอปิดบัญชีและยกเลิกการใช้บัตรเอทีเอ็ม กับทางธนาคารได้ครับ

Last update on Oct 08, 2019