รวมเรื่องต้องรู้ก่อน เปิดบัญชี เงินฝากออมทรัพย์

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเปิดบัญชีออมทรัพย์ของธนาคาร ฝากออมทรัพย์มีกี่ประเภท ขั้นตอนการเปิดบัญชี เอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีธนาคารให้ลูก เปิดบัญชีชื่อร้าน และประโยชน์ของสมุดบัญชีธนาคาร 

บัญชีออมทรัพย์ บัญชีเผื่อเรียก คืออะไร

บัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเผื่อเรียก เป็นประเภทบัญชีเงินฝากที่เราสามารถฝากและถอนเงินได้โดยไม่กำหนดระยะเวลา และไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยมากมักใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิต เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถตั้งค่าชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ให้หักบัญชีอัตโนมัติได้อีกด้วย เรียกว่าสะดวกมากๆเลยล่ะครับ

แต่เนื่องจากบัญชีออมทรัพย์เป็นบัญชีที่เปิดใช้งานได้ง่าย ผลตอบแทน หรือ ดอกเบี้ยที่เพื่อนๆจะได้รับจึงค่อนข้างต่ำครับ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสภาพคล่อง เพราะต้องมีการโอนหรือถอนเงินออกเป็นประจำ เช่น เป็นบัญชีที่เปิดไว้ใช้รับโอนเงินเดือน หักค่าสาธารณูปโภค หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันครับ

ประโยชน์ของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

ข้อดีสุดๆของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ก็คือ สภาพคล่องและความสะดวกนี่แหละครับ เพราะเพื่อนๆสามารถฝาก หรือถอนกี่ครั้งก็ได้ตามจำนวนเงินสูงสุดที่กำหนดไว้ (เช่น บางคนกำหนดยอดถอนเงินไว้ที่ 20,000 บาทต่อวัน เป็นต้น) โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ยกเว้นเวลาเราไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มต่างธนาคาร หรือธนาคารเดียวกันแต่สาขาต่างจังหวัด ก็อาจเสียค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนดไว้ได้ครับ

เปรียบเทียบบัญชีเงินฝากออนไลน์ดีอย่างไร ?

ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์จากธนาคารแต่ละแห่งจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่นอกไปจากอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ธนาคารแล้ว พี่หมียังสนับสนุนให้เพื่อนๆทำการเปรียบเทียบรายละเอียด หรือข้อเสนออื่น ๆ จากธนาคารแต่ละแห่ง เพื่อที่จะได้ทำการเปิดบัญชีออมทรัพย์ให้ตรงกับเงื่อนไขและความต้องการของเพื่อน ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ นอกจากนี้หากทำการเปรียบเทียบผ่านเว็บไซต์โกแบร์แล้วล่ะก็ ยังช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาให้เหนื่อย เมื่อย รถติด ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยล่ะครับ

ประเภทบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account)

ก็คือบัญชีแบบที่พี่หมีได้อธิบายไปในข้างต้นนั่นเองครับ ว่าเป็นบัญชีที่เราสามารถเอาเงินของเราเข้าไปฝากไว้ได้ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา และไม่กำหนดจำนวนครั้งในการฝากถอน บัญชีออมทรัพย์ นี้มักกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่สูงนัก บางแห่งเริ่มตั้งแต่ 500 บาทก็สามารถเปิดบัญชีได้แล้วครับ แต่เนื่องจากเป็นบัญชีที่มีสถาพคล่องสูงผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่เราได้รับก็จะไม่สูงมากนักครับ

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)​

สำหรับเพื่อนๆที่เปิดร้านค้า หรือ บริษัทเป็นของตัวเอง บัญชีกระแสรายวันก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการช่วยบริหารจัดการด้านการเงินของเพื่อนๆได้นะครับ เพราะนอกจากเราจะสามารถใช้จ่ายเงินในบัญชีไปกับการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆแล้ว ยังสามารถใช้เช็คในการเบิกจ่ายเงินได้ รวมไปถึงการขอวงเงินเบิกเกินบัญชี หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ โอดี (O/D ย่อมาจาก overdraft) ซึ่งในส่วนของโอดีนี้ จะมีประโยชน์มากในการข่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจของเรากรณีเงินขาดบัญชี และช่วยลดปัญหาเช็คเด้งได้ด้วยโดยเราจะต้องเสียดอกเบี้ยในส่วนที่เราเบิกเงินเกินมาตามระยะเวลาที่เบิกเกินบัญชีมานะครับ บัญชีกระแสรายวันนี้ ธนาคารจะใช้วิธีการแจ้งยอดเคลื่อนไหวของบัญชี หรือ สเตทเมนท์ (statement) มาให้แทนการใช้สมุดคู่ฝาก และส่วนใหญ่จะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยให้ครับ

บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได (Step-up Account)

บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันไดนี้จะมีการให้ดอกเบี้ยตามชื่อเลยครับ คือ จะกำหนดให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาในการฝากเหมือนกับขั้นบันได เช่น ฝาก 1-4 เดือนแรกได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 เดือนที่ 5-7 ได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 เดือนที่ 8-10 ได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะมีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ และห้ามถอนก่อนกำหนด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ประกาศ กรณีที่เพื่อนๆต้องการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ พี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆดูที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีของทั้งโครงการ ซึ่งทางแบงก์ชาติกำหนดให้ธนาคารต้องแสดงอัตราดอกเบี้ย​​ที่แท้จริงต่อปีให้แก่ผู้ฝากเงินแบบขั้นบันไดทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจในเลือกผลิตภัณฑ์เงินฝากอยู่แล้วครับ

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit Account)

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ​ คือ บัญชีที่เงินในบัญชีเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศนั่นเองครับ เหมาะกับผู้ที่มีรายรับเป็นเงินตราต่างประเทศ เช่น รายได้ ค่าบริการ หรือเงินลงทุนที่ได้รับมาจากต่างประเทศ และสามารถทำธุรกรรมได้เลย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศบ่อยๆ โดยเพื่อนๆ สามารถเลือกเปิดได้ทั้ง บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และเงินฝากกระแสรายวัน แต่บัญชีประเภทนี้ค่าบริการในการทำธุรกรรมจะค่อนข้างสูง (อาจจะสูงกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับซะอีกครับ และดอกเบี้ยที่ได้รับก็ต้องเสียภาษีด้วย)

การเปิดบัญชีธนาคารให้เหมาะกับเรา

จากประเภทบัญชีที่เรากล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้เลยครับว่า การเปิดบัญชีธนาคาร ประเภทไหนที่เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด หลังจากนั้นทำการศึกษาหาข้อมูลอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของแต่ละธนาคารนำมาเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้รับ และค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายไปครับ

สิ่งที่ต้องรู้เพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนที่จะได้รับ

  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่จะได้รับ(ร้อยละต่อปี)
  • เงื่อนไขการคิดดอกเบี้ยเงินฝาก ตามปกติแล้วการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากนั้น ทางธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากเป็นรายวัน แต่จะจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากปีละ 2 ครั้ง คือ ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม และจะเป็นการคำนวณแบบดอกเบี้ยทบต้น พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเราไม่ถอนดอกเบี้ยออกมาใช้ซะก่อน ดอกเบี้ยที่เราได้รับในแต่ละงวดก็จะถูกนำมารวมเป็นเงินต้นสำหรับคิดดอกเบี้ยในแต่ละวันต่อไปด้วยครับ

ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย

  • ค่าธรรมเนียมถอนเงิน หรือถามยอดที่ตู้เอทีเอ็มต่างธนาคารซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีกำหนดไว้ว่า บัญชีออมทรัพย์แบบที่เราเลือกนั้น สามารถกดที่ตู้ต่างธนาคารได้กี่ครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมครับ
  • ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินที่สาขาของธนาคาร ซึ่งบางครั้งแม้จะเป็นธนาคารเดียวกัน แต่เราโอนเงินไปยังอีกบัญชีที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ต้องเสียธรรมเนียมที่หน้าเคาเตอร์ด้วยนะครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เราโอนนั่นเอง นอกจากนี้บางธนาคารก็มีค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มหรือโอนเงินผ่าน อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง กรณีต่างธนาคารต่างสาขาด้วย
  • ค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิต แต่หากเพื่อน ๆ อยากเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อไว้สำหรับการออมเงิน จะไม่เปิดใช้งานบัตรเอทีเอ็มก็ได้ครับ
  • ค่ารักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวกรณีที่เพื่อน ๆ มียอดเงินฝากในบัญชีต่ำหว่าที่ทางธนาคารกำหนด ธนาคารจะส่งจดหมายแจ้งยอดเงินคงเหลือ พร้อมเงื่อนไข และค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีที่จะเรียกเก็บ เตือนให้เราทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเลือกที่จะปิดบัญชี หรือนำเงินไปฝากเพิ่มก็ได้ เพื่อให้บัญชีมีการเคลื่อนไหว จะได้ไม่เสียค่าธรรมเนียมตรงนี้ครับ
  • ค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับอื่น ๆ เช่น การขอรายการเดินบัญชี (statement) ย้อนหลัง การรับฝากเหรียญจำนวนมาก ๆ ดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีกระแสรายวัน (ดอกเบี้ยโอดี)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อนๆ บางคนอาจเข้าใจว่า ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้นจะไม่ถูกหักภาษี แต่จริง ๆ แล้วหากเราได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีออมทรัพย์รวมทุกบัญชี ไม่ว่าจะเป็นจากธนาคารเดียวกันหรือธนาคารหลายแห่งรวมกันก็ตาม เกิน 20,000 บาทในปีภาษีนั้น ก็ต้องเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% เช่นกันครับ โดยมีรายละเอียดตามที่สรรพากรได้แถลงล่าสุดไปในช่วงเดือน เมษายน 2562 สำหรับการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ว่าทางธนาคารจะต้องเป็นผู้นำส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ลูกค้าทุกบัญชี เพื่อประมวลผลว่าผู้ฝากเงินรายใดมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท บ้าง จากนั้นจะส่งข้อมูลกลับไปให้ธนาคารทำการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% ให้แก่กรมสรรพากรต่อไป แต่หากเพื่อน ๆ ไม่ต้องการให้ธนาคารแจ้งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรแล้วล่ะก็ สามารถแจ้งความจำนงกับธนาคารได้ครับ ทั้งนี้หากเราไม่อนุญาตให้ธนาคารแจ้งข้อมูล จะโดนหักภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากที่เกิดขึ้นก่อน ไม่ว่าดอกเบี้ยนั้นจะถึง 20,000 หรือไม่ก็ตาม แล้วสามารถไปขอคืนภาษีภายหลัง ตอนที่ยื่นภาษีเงินได้ประจำปีครับ

Gobear Tips: เมื่อเรารู้ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่จะได้รับ และ ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายแล้ว ก็นำมาหักกลบลบกันได้ครับว่า เปิดบัญชีธนาคารไหนจะให้ผลตอบแทนสูงที่สุด สะดวก และเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเปรียบเทียบดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารได้ที่เว็บไซต์ของพี่หมีโกแบร์ได้เช่นกันครับ

เปิดบัญชีธนาคารใช้อะไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง

คุณสมบัติในการเปิดบัญชีเงินฝาก

สำหรับคนไทยที่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถ เปิดบัญชี ในนามตนเองได้เลยครับ แต่ถ้าหากอายุยังไม่ถึง 15 ปี ต้องมีผู้ปกครองมายืนยันด้วยครับ

เปิดบัญชีใช้อะไรบ้าง

สำหรับบุคคลธรรมดาใช้ บัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการตัวจริงและเงินฝากขั้นต่ำตามจำนวนที่แต่ละธนาคารกำหนดไว้ในการเปิดบัญชี ครับ แต่บางแห่งอาจมีขอทะเบียนบ้าน ในกรณีที่บัตรประชาชนยังเป็นแบบเก่าอยู่ หรือสูติบัตร สำหรับเด็กที่อายุยังไม่ครบ 7 ปีครับ

เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ สามารถไปที่ธนาคารสาขาที่สะดวกได้เลยครับ โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเราต้องการมาเปิดบัญชีเงินฝาก พร้อมรอรับสมุดคู่ฝากได้เลย

รับจ้างเปิดบัญชี มีโทษอย่างไร

รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารมีความผิดตามกฎหมาย

เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่า การรับจ้างเปิดบัญชีแทนผู้อื่นนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 60 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทหรือสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้การรับจ้างเปิดบัญชีแทนผู้อื่นนั้น ผู้ที่มาว่าจ้างเราอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ และเงินที่อยู่ในบัญชีภายใต้ชื่อเรานั้น อาจมาจากการกะทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งการพนัน แชร์ลูกโซ่ หรือการค้ายาเสพติดก็เป็นได้ครับ

ในกรณีที่เพื่อนๆได้ทำการรับจ้างเปิดบัญชีและมอบสมุดคู่ฝากหรือบัตรเอทีเอ็มให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว แต่กังวลว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ในภายหลัง สามารถไปแจ้งความ แล้วนำบัตรประชาชนไปขอปิดบัญชีและยกเลิกการใช้บัตรเอทีเอ็ม กับทางธนาคารได้ครับ

เปิดบัญชีชื่อร้านค้าใช้เอกสารอะไรบ้าง

  1. ใบสำคัญทะเบียนพาณิชย์ที่ระบุชื่อผู้ขอจดทะเบียน หรือหนังสือสัญญาจัดตั้งห้าง หรือ
  2. บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของห้างร้าน/ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ
  3. ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และ
  4. บัตรประชาชนหรือเอกสารแสดงตนเจ้าของร้านหรือหุ้นส่วนทุกคน

หมายเหตุ

  • เอกสารตาม 1-3 ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอย่างน้อยและต้องมีรายชื่อผู้จัดตั้งอยู่ในเอกสารดังกล่าว
  • ชื่อบัญชีต้องใช้ชื่อตามที่ปรากฎในเอกสาร 1-3 และต่อด้วย "โดย.... (ชื่อผู้มีอำนาจลงนามส่ั่งจ่ายเงินตามที่กำหนดไว้ในเอกสาร

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ร้านค้ายังไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะไม่สามารถเปิดบัญชีได้ครับ

เปิดบัญชีให้ลูกใช้อะไรบ้าง

ในกรณีที่เพื่อนๆ ต้องการเปิดบัญชีสำหรับเด็กให้ลูกที่อายุไม่ถึง7ปีบริบูรณ์ จะมีเงื่อนไขที่สำคัญคือ ผู้ปกครองจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเปิดบัญชีให้กับผู้เยาว์ โดยใช้ชื่อบัญชีว่า ..........(ชื่อผู้เยาว์)...........โดย..........(ชื่อผู้ปกครอง)............. และผู้ปกครองที่มีชื่อระบุจะต้องเป็นผู้ลงนามในการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านบัญชีนี้ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถติดต่อขอเปิดบัญชีที่ธนาคารที่สะดวกโดยใช้เอกสารในการเปิดบัญชีดังนี้ครับ

  1. สูติบัตรของผู้เยาว์และสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้เยาว์
  2. บัตรประจำตัวประชาชน ของบิดาหรือมารดา
  3. สำเนาทะเบียนสมรส

อย่างไรก็ดี ถ้าในกรณีที่ลูกของเพื่อนๆ อายุเกิน 7 ปีแต่ยังไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ แนะนำให้เพื่อนๆ ติดต่อธนาคารพร้อมลูก โดยที่ผู้เยาว์จะยังไม่สามารถสมัครบัตรเดบิต (ATM) และยังไม่สามารถสมัครบริการเสริมอื่นได้ โดยเพื่อนๆ ต้องเตรียมเอกสารประกอบการเปิดบัญชี ดังนี้ครับ

  1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เยาว์ที่มี Chip card หรือ
  2. กรณีเป็นบัตรประจำตัวประชาชนที่เครื่อง Smart card reader ไม่สามารถอ่านได้ ต้องใช้ร่วมกับสำเนาทะเบียนบ้าน และ
  3. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้เยาว์ หรือ สูติบัตรของผู้เยาว์(เพื่อตรวจสอบความเป็นบิดา/มารดาของผู้เยาว์) และ
  4. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาหรือมารดา

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีทั้งบิดาและมารดา แต่อยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ทางธนาคารอาจจะต้องขอเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ เพื่อยืนยันว่า บุคคลที่มาเปิดบัญชีให้กับผู้เยาว์เป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์จริงครับ

  • คำสั่งศาลแต่งตั้งผู้ปกครองของผู้เยาว์ หรือเอกสารรับบุตรบุญธรรม(ถ้ามี)และ
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองของผู้เยาว์ตามคำสั่งศาล

โอนเงินผิดบัญชีทําอย่างไร

กรณีที่เราโอนเงินผิดบัญชี ไม่ต้องตระหนกตกใจไปนะครับ แต่ให้เพื่อนๆ ตั้งสติและรวบรวมหลักฐานการโอนเงินที่เพื่อนๆ มี โดยอาจจะเป็นสลิปการโอนเงิน หรือหน้าจอแสดงการโอนเงิน จากนั้นให้รีบติดต่อธนาคาร เพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น โดยธนาคารจะต้องเป็นผู้ติดต่อไปยังผู้รับโอนให้ยินยอมคืนเงินกลับมา เนื่องจาก ธนาคารเองไม่สามารถดึงเงินจากบัญชีของผู้รับโอนโดยพลการได้ หรือถ้าบัญชีที่โอนผิดอยู่ต่างธนาคาร ก็จะเป็นหน้าที่ของธนาคารของเราติดต่อไปยังธนาคารปลายทางต่อไป และถ้าหากผู้รับโอนยินดีคืนเงินจำนวนดังกล่าว ธนาคารก็จะทำการโอนเงินจำนวนนั้นคืนให้แก่เราทันที อย่างไรก็ดี ถ้าผู้รับโอนไม่ยอมคืนเงิน ผู้โอนจะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับโอนต่อไปครับ

ถ้ามีคนโอนเงินผิดบัญชีมาหาเรา ทําอย่างไร

ถ้ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาจากธนาคารและแจ้งว่า มีการโอนเงินมาผิดบัญชี ให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนครับว่า อีกฝ่ายอาจจะเป็นมิจฉาชีพมาหลอกเราได้ โดยให้สอบถามข้อมูลปลายสายให้ชัดเจนว่า มาจากธนาคารอะไร รวมทั้งถามชื่อ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อกลับได้ นอกจากนั้น ปลายสายยังต้องสามารถระบุวันที่ เวลาที่ทำรายการผิดมาอย่างชัดเจน มากกว่าพยายามสอบถามข้อมูลส่วนตัวของเรา รวมทั้ง แจ้งให้เราตรวจสอบรายการบัญชีก่อน ไม่ใช่มาเร่งให้เรารีบโอนเงินคืน หรือมีมิจฉาชีพแกล้งทำเป็นโอนเงินผิดบัญชี แล้วโทรศัพท์เข้ามาหาเราเพื่อให้โอนเงินคืนไปยังบัญชีนั้น บัญชีนี้ หรือโอนไปจ่ายร้านค้าออนไลน์ที่สั่งสินค้าไว้แทน ห้ามโอนเงินคืนกลับไปโดยเด็ดขาด แต่ควรติดต่อไปยังธนาคารเพื่อให้ธนาคารตรวจสอบก่อน ถ้าหากมีการโอนผิดจริง ธนาคารจะเป็นผู้โอนเงินกลับไปยังบัญชีต้นทางเองครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าพบว่ามีการโอนเงินผิดบัญชีเข้ามาจริงๆ เพื่อนๆ ก็ควรจะติดต่อไปกลับยังธนาคารเพื่อดำเนินการโอนเงินกลับไปให้เจ้าของบัญชี เพราะถ้าเพื่อนๆ หลีกเลี่ยงไม่คืนเงินให้ ก็อาจโดนฟ้องดำเนินคดี เพราะเข้าข่ายข้อหายักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับครับ

สมุดบัญชีทําอะไรได้บ้าง

ในยุคปัจจุบันที่เราสามารถตรวจสอบยอดเงินในบัญชีรวมทั้งทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ATM หรือแม้แต่แอพพลิเคชั่นของธนาคาร เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมครับว่า ธนาคารจะยังออกสมุดบัญชี หรือ บุ๊คแบงค์ (Book Bank) ให้เราทำไม? ออกมาให้ก็เสี่ยงต่อการฉีกขาดสูญหาย เดือดร้อนเจ้าของบัญชีต้องไปติดต่อทำเล่มใหม่เสียเปล่าๆ แต่แท้จริงแล้ว สมุดบัญชีธนาคารไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแสดงยอดเงินหรือทำธุรกรรมต่างๆ หน้าเคาน์เตอร์เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายตามนี้ครับ

เป็นหลักฐานในการเข้าและออกของเงิน

ถึงแม้การทำธุรกรรมออนไลน์จะได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากสะดวกรวดเร็ว และไม่ต้องเดินทางไปธนาคาร แต่การนำสมุดบัญชี ไปปรับยอดที่ธนาคารอย่างสม่ำเสมอด้วยตัวเอง จะทำให้เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบยอดเงินเข้าออก และมั่นใจได้ว่า ธุรกรรมทางการเงินที่ทำไปนั้นถูกต้องครับ

ใช้เป็นบัญชีรับเงินเดือนยามสมัครงาน

เมื่อบริษัทรับพนักงานใหม่เข้าทำงาน สมุดบัญชีเงินฝากเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่พนักงานใหม่จะต้องมีเพื่อใช้รับเงินเดือนแต่ละเดือนครับ อย่างไรก็ตาม แต่ละบริษัทจะมีกฎเกณฑ์การรับสมุดบัญชีธนาคารที่แตกต่างกัน บางบริษัทสามารถใช้บัญชีธนาคารใดก็ได้ แต่บางบริษัทก็ระบุธนาคารเพื่อความสะดวกในการโอนเงินเดือนให้พนักงานในแต่ละเดือนครับ

สมัครเพื่อชำระค่าบริการต่างๆ โดยหักผ่านบัญชีธนาคาร

อย่างการจ่ายค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือชำระหนี้บัตรเครดิตโดยให้หักยอดชำระผ่านบัญชีธนาคาร ผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มการขอตัดเงินผ่านบัญชีกับทางธนาคาร รวมทั้งแนบสำเนาสมุดบัญชีพร้อมเลขที่บัญชีในการสมัครด้วย การดำเนินการจึงยังต้องใช้สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากครับ

จดทะเบียนบริษัท

เมื่อเพื่อนๆ ต้องการเปิดบริษัทหรือทำธุรกิจ การจดทะเบียนพาณิชย์ถือเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำเพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าบริษัทของเพื่อนๆ มีอยู่จริง ไม่ใช่มิจฉาชีพ ซึ่งสมุดบัญชีธนาคารก็เป็นอีกหนึ่งในเอกสารทางการเงินที่ต้องใช้ในการพิจารณายื่นขอจดทะเบียน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการลงทุนในธุรกิจของเพื่อนๆ นั่นเองครับ

ใช้สมัครบัตรเครดิต

สมุดบัญชีเงินฝากจะบอกรายรับของผู้สมัคร ว่ามีจำนวนเงินหรือเงินคงค้างในบัญชีเพียงพอที่จะชำระค่าใช้บริการบัตรเครดิตหรือไม่ คู่ไปกับหลักฐานที่ใช้ในการสมัครบัตรเครดิตอื่นๆ อย่างสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองรายได้ รวมทั้งสามารถใช้เป็น statement หรือรายการเดินบัญชีบัญชีย้อนหลังของเพื่อนๆ นั่นเอง

ใช้ทำเรื่องกู้เงินต่างๆ

ในการขอสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถ รวมถึงสินเชื่อเพื่อทำธุรกิจต่างๆ กับทางธนาคาร หลักฐานทางการเงินอย่างใบรับรองเงินเดือน, ใบจดทะเบียนการค้า, statement หรือรายการเดินบัญชีบัญชีย้อนหลังล้วนเป็นเอกสารสำคัญที่เพื่อนๆ ต้องแสดงต่อธนาคาร เพื่อเป็นหลักค้ำประกันเบื้องต้นว่า เพื่อนๆ สามารถชำระหนี้ได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ธนาคารจะขอดู statement ย้อนหลัง 6-12 เดือนตามวงเงินกู้ที่เพื่อนๆ ขอ ซึ่งสามารถอ้างอิงได้จากสมุดบัญชีธนาคารของเพื่อนๆ นั่นเองครับ

ใช้ขอวีซ่า

สมุดบัญชีธนาคารของเพื่อนๆ เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ใช้ในการขอวีซ่าไปประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรายการเดินบัญชีที่แสดงจะเป็นหลักฐานแสดงรายได้และเงินเดือนของเพื่อนๆ เพื่อประกอบการสัมภาษณ์ขอวีซ่าด้วยครับ

เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

สมุดบัญชีเงินฝาก และ statement ย้อนหลัง 3 เดือนเป็นอีกหนึ่งเอกสารสำคัญที่ใช้ในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เนื่องจากการซื้อขายหุ้นจะต้องมีการโอนเงินลงทุนจากบัญชีเงินฝากไปสู่บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนั้น ผู้ซื้อหุ้นจำเป็นต้องมีเลขบัญชีหรือสำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชี เพื่อเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ รวมทั้งยังใช้รับโอนเงินปันผลเข้าบัญชีเงินฝากในกรณีที่เพื่อนๆ ซื้อหุ้นบางตัวที่มีการจ่ายปันผลด้วยครับ

เลขบัญชีธนาคารดูตรงไหน

โดยปกติแล้ว เลขบัญชีธนาคารจะอยู่ในหน้าแรกของสมุดบัญชี แต่ในกรณีที่เพื่อนๆ ทำสมุดบัญชีหาย ก็สามารถตรวจเช็คหมายเลขบัญชีธนาคารได้จากแอพพลิเคชั่นของธนาคาร หรือติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารเพื่อขอหมายเลขบัญชีธนาคารโดยใช้หมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลยบัตร ATM ยืนยันตัวตนได้เลยครับ

สมุดบัญชีธนาคารหายต้องทําอย่างไร

ในกรณีที่สมุดบัญชีธนาคารของเพื่อนๆ หาย ควรรีบติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารให้เร็วที่สุด ซึ่งเงื่อนไขการขอสมุดบัญชีธนาคารใหม่ของแต่ละธนาคารจะแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่แล้ว เจ้าของบัญชีจะต้องแจ้งความ และนำใบแจ้งความไปยื่นเป็นหลักฐานสมุดบัญชีธนาคารหาย รวมทั้งชำระค่าธรรมเนียมออกสมุดบัญชีใหม่ โดยอาจจะต้องไปติดต่อที่สาขาที่เปิดบัญชีโดยตรง อย่างไรก็ดี หลายๆ ธนาคารในปัจจุบันก็ลดหย่อนเงื่อนไขเหล่านี้ โดยเพื่อนๆ สามารถติดต่อที่สาขาใดของธนาคารก็ได้ หรือแม้กระทั่งขอสมุดบัญชีธนาคารเล่มใหม่ผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารก็ทำได้ด้วยครับ

ปิดบัญชีธนาคาร ใช้อะไรบ้าง

เพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของบัญชีสามารถนำ สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรประชาชนไปติดต่อที่สาขาของธนาคารนั้นๆ และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสาขา รวมทั้งเขียนความจำนงว่าต้องการปิดบัญชี แต่พี่หมีขอเตือนว่า อย่าใช้วิธีถอนเงินให้เหลือ 0 บาทนะครับ เพราะถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วบัญชีจะโดนปิดอัตโนมัติเหมือนกัน แต่เพื่อนๆ ก็จะเสียสิทธิ์ในการได้รับดอกเบี้ยเงินฝากไป เพราะโดยทั่วไปบัญชีเงินฝากออมทรัพย์จะคิดดอกเบี้ยให้ผู้ฝากทุกวัน แต่จะจ่ายดอกเบี้ยเข้าบัญชีปีละ 2 ครั้ง คือ ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆ ถอนเงินออกมาหมด แต่ไม่ได้แจ้งปิดบัญชี ทางธนาคารก็จะไม่ทราบว่า เพื่อนๆ ต้องการปิดบัญชีธนาคาร จึงไม่ได้คำนวณดอกเบี้ยที่คงค้างอยู่ให้ ทำให้เพื่อนๆ เสียโอกาสที่จะได้รับดอกเบี้ยระหว่างที่บัญชียังคงอยู่ได้ครับ

ถ้าทำสมุดบัญชีหาย ปิดบัญชีธนาคารได้ไหม

ปิดได้ครับ แต่เพื่อนๆ ต้องไปดำเนินการแจ้งความก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความ พร้อมบัตรประชาชน ไปติดต่อที่สาขาธนาคารเพื่อปิดบัญชีต่อไปครับ

เรื่องที่ควรรู้ในการเปิดบัญชีธนาคาร

เงื่อนไข พรบ. คุ้มครองเงินฝาก

ในกรณีที่เพื่อนๆออมเงินในรูปแบบบัญชีเงินฝาก ทั้งเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เงินฝากกระแสรายวัน บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงิน ที่มีสกุลเป็นเงินบาท กับสถาบันการเงินต่างๆ เงินในบัญชีเงินฝากของเพื่อนๆ จะได้รับความคุ้มครองเงินฝากจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Ag​ency: DPA) กล่าวคือ เมื่อธนาคาร หรือสถาบันการเงินนั้นต้องปิดกิจการลง เพื่อนๆก็จะได้รับเงินที่ฝากคืนตามจำนวนที่กฎหมายให้การรับรองไว้ ดังนี้ครับ

  1. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 59 - 10 ส.ค. 61 คุ้มครองไม่เกิน 15 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน
  2. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 61 - 10 ส.ค. 62 คุ้มครองไม่เกิน 10 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน
  3. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 62 - 10 ส.ค. 63 คุ้มครองไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน
  4. เงินที่ฝากในช่วงปี 11 ส.ค. 63 เป็นต้นไป คุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน

ถึงตรงนี้ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า หากจำนวนเงินที่เราฝากอยู่ในธนาคารเกินกว่าความคุ้มครองที่จะได้รับ จะต้องทำอย่างไร ก็ขอให้สบายใจได้ครับว่า เพื่อนๆ ยังสามารถขอรับเงินคืนได้อยู่ ทั้งนี้จะได้รับเงินคืนเพิ่มเติมจากขั้นตอนการชำระบัญชีจากสถาบันการเงินที่ปิดกิจการไปนั่นเองครับ

ส่วนของเงินฝากที่ทาง DPA ไม่คุ้มครอง ได้แก่ เงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เงินฝากในสหกรณ์ เงินฝากในบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไทย เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง เช็ค พันธบัตร หุ้นกู้ เงินลงทุนในกองทุนรวม ตั๋วแลกเงิน และตั๋วสัญญาใช้เงินครับ

การแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่

เมื่อเพื่อนๆเปลี่ยนที่อยู่นั้น จำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ทางธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่ทราบด้วย เพื่อที่ทางธนาคารจะได้ติดต่อข่าวคราวความเคลื่อนไหวของบัญชีให้เราทราบได้ เพราะหากเราขาดการติดต่อไปนาน ธนาคารจะทำการส่งจดหมายลงทะเบียนมาให้ลูกค้าหรือทายาท จากที่อยู่ที่เราใช้ในการสมัครบัญชี เพื่อแจ้งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีครับ

Last update on May 14, 2020