Credit Cards 101: เรื่องพื้นฐานบัตรเครดิตที่ทุกคนต้องรู้

CC-101.jpg

สวัสดีครับเพื่อนๆ มาพบกับพี่หมีโกแบร์ครั้งกับสาระดีๆเกี่ยวกับเรื่องการเงินและการลงทุน รวมไปถึงการใช้บัตรเครดิตนะครับ แน่นอนว่าในปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก Credit Cards กันแล้ว เพราะบัตรเครดิตคือหนึ่งในผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย อันเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ในตลาด ถ้าเพื่อนๆลองไปถามคนอื่นรอบตัวดู แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ต้องเคยใช้เครดิตการ์ดกันชัวร์ๆ ในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมไปถึงอีกหลายๆคน ที่ก็จะคอยบอกว่า Credit Cards เปรียบเสมือนเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและผู้นำทางความคิดต่างๆ ก็ค่อนข้างมีหลากหลายนะครับ บางคนก็ถึงขั้นไม่ยอมให้ลูกค้าของตัวเองซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต แถมยังคอยบอกว่าเครดิตการ์ดมีพลังทำลายล้างสูงเพียงใดและการไม่มีหนี้มันประเสริฐแค่ไหน

อันที่จริงแล้ว บัตรเครดิตก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ไม่ว่าผลที่ได้รับจากเครดิตการ์ดจะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ ก็ขึ้นอยู่กับทักษะและความรู้ในการใช้ของผู้ใช้เอง โดยผู้ใช้จะมีอำนาจเลือกว่าจะใช้มันอย่างไร ดังนั้นแล้ว วันนี้พี่หมีจึงนำเอาความรู้ทุกอย่างที่เพื่อนๆจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ Credit Cards มาฝากกัน เพื่อที่ว่าเพื่อนๆ จะได้รู้ว่าบัตรเครดิตใช้ยังไง และจะนำมันมาทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นสูงที่สุดในฐานะเครื่องมือทางการเงินของเพื่อนๆได้อย่างไร โดยที่ไม่ตกหลุมพรางและเป็นเหยื่อของบัตรเครดิตครับ

Credit Cards มันไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน มันก็เป็นเหมือนมีดนั่นล่ะครับ ที่เมื่อตกไปอยู่ในมือคนผิดก็อาจเป็นอันตราย โดยที่ถ้าหากเพื่อนๆเป็นผู้ที่มีนิสัยและแนวโน้มว่าจะควบคุมตนเองไม่อยู่ ถ้าเพื่อนๆอยู่ในช่วงระหว่างการฟื้นฟูสภาพทางการเงินของตนเอง หรือถ้าเพื่อนๆยังไม่พร้อมจะมีความรับผิดชอบส่วนบุคคล ก็อย่าใช้บัตรเครดิตเลยครับจนกว่าเพื่อนๆจะพร้อมทั้งกายและใจ

Compare-Credit-Cards-in-Seconds.png


บัตรเครดิตคืออะไร?

ในทางกายภาพแล้ว บัตรเครดิต หมายถึงแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมชิ้นหนึ่งอันทำจากแร่แกรไฟต์ หรือเหล็กอัลลอย ที่จะบอกเลขบัญชีอยู่บนบัตร โดยที่บัตรก็จะมีแถบแม่เหล็กอยู่ข้างหลัง และบางบัตรก็จะมีชิป RFID ติดอยู่ นอกจากนี้ หมายเลขบัญชีรวมไปถึงชื่อผู้ถือบัตรกว่าจะถูก print อยู่บนหน้าบัตรด้วย

แต่ในเบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว บัตรเครดิตคือสิ่งที่แสดงชนิดของบัญชีทางการเงินแบบหนึ่ง โดยเมื่อลูกค้าใช้บัตรเครดิต นั่นหมายความว่าลูกค้าไม่ได้ใช้เงินตนเอง แต่นำเอาเงินจากธนาคารมาจ่ายในสินค้าและบริการที่ตนต้องการ และเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะต้องจ่ายเงินคืนให้กับธนาคาร และแน่นอนว่าในการใช้บริการใช้เงินคนอื่นไปก่อนนั้น ลูกค้าก็จำเป็นจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ด้วย ซึ่งตัวดอกเบี้ยนี่แหละครับ ที่ก่อให้เกิดปัญหากับหลายๆคน นั่นเป็นเพราะว่าในการที่เพื่อนๆใช้เงินคนอื่นไปก่อนนั้น มันก็น่าเย้ายวนใจกว่าเพื่อนๆใช้เงินตัวเองอยู่แล้ว เพราะนั่นทำให้เพื่อนๆสามารถเก็บเงินของตัวเองไว้สำหรับใช้ในกรณีอื่นอีกได้ แต่ถ้าหากเพื่อนๆซื้อของบางอย่าง แต่ไม่สามารถจะจ่ายคืนบัตรเครดิตได้ ก็จะส่งผลที่ทำลายชีวิตทางการเงินในอนาคตของเพื่อนๆได้เลยครับ

Credit Cards ก็คงเป็นเหมือนเครื่องอัดวีดีโอสำหรับเงิน นั่นเป็นเพราะมันยอมให้ผู้ใช้ข้ามเวลาไปจ่ายเงินในเวลาอื่นได้แต่ได้ของก่อน เพื่อความสะดวกว่า ณ เวลานั้นเพื่อนๆยังไม่สะดวกจ่ายเงิน ก็ไปเลือกจ่ายเงินในเวลาที่เพื่อนๆต้องการแทน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินณขณะนั้นนั่นเองครับ


Credit Cards ทำงานยังไง?

เมื่อเพื่อนๆเลือกจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตและส่งบัตรให้กับพนักงานคิดเงิน หรือใส่หมายเลขบัตรลงไปเวลาซื้อของออนไลน์ คู่ค้าที่เพื่อนๆทำรายการอยู่ด้วยนั้น ก็จะตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี ว่าธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตนั้นยินยอมให้จ่ายเงินผ่านบัตรนี้ได้หรือไม่ ถ้าทุกอย่างดูโอเค เพื่อนๆก็สามารถใช้จ่ายได้ผ่าน บัญชีบัตรเครดิต ทุกครั้งที่คุณเพื่อนๆรูดบัตร ก็จะมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้อยู่ไม่น้อย และมีการแลกเปลี่ยนเงินกันระหว่างบริษัทเหล่านี้ ทุกครั้งที่เครดิตการ์ดถูกใช้ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ผู้ค้าก็จะเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อรับบัตรเครดิต และธนาคารผู้ออกบัตรก็จะได้รับรายได้ตรงนี้ไป

และทุกๆเดือน ธนาคารก็จะทำการรวบรวมยอดใช้จ่ายทั้งหมดของคุณแล้วส่งบิลเรียกเก็บเงินมาให้ หนทางที่ดีที่สุดและเป็นหนทางเดียวที่พี่หมีจะแนะนำ ก็คือว่าเพื่อนๆควรจะต้องจ่ายบิลนั้นเป็นจำนวนเต็มภายในวันที่กำหนด ถ้าเพื่อนๆทำไม่ได้ เพื่อนๆก็อาจจะจ่ายเป็นจำนวนขั้นต่ำตามที่แบงค์บอกไปก่อนก็ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมครับ

และแม้ว่าเพื่อนๆจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมด้วยวิธีการนี้ เพื่อนๆก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารอยู่ดีในเดือนถัดไป โดยที่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนี้จะทบขึ้นไปอย่างรวดเร็ว มันอาจทำให้การที่เพื่อนๆซื้อของ 100 บาทบานปลายกลายเป็นเงิน 200 บาทได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ แค่เลื่อนเวลาจ่ายเงินออกไปก็คงไม่พอแล้วล่ะครับ ยิ่งจ่ายช้าหนี้ยิ่งบานออกไปเรื่อยๆ

แต่เมื่อเพื่อนๆ จ่ายเงินบัตรเครดิตตรงเวลาและจ่ายเต็มจำนวน ธนาคารก็จะมองคุณว่าเป็นลูกค้าผู้มีความประพฤติดี แล้วจะรายงานความประพฤตินี้ ต่อบริษัทอื่นๆที่ทำการประเมินเครดิตของคุณว่าคุณเป็นผู้กู้ยืมเงินที่ดีนั้นเอง เพื่อนๆอยากจะให้บริษัทเหล่านี้บอกว่าคุณเป็นผู้กู้ยืมเงินที่ดี นั่นเป็นเพราะว่ามันอาจจะส่งผลทางการเงินต่อเพื่อนๆในอนาคตได้ครับ

บทบาทของธนาคารในฐานะผู้ออกบัตรเครดิตนั้น อันที่จริงแล้วกลับไม่อยากให้ลูกค้ากลายเป็นผู้มีความประพฤติดีหรอครับ นั่นเป็นเพราะบริษัทเหล่านี้ได้กำไรจากลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่จ่ายเงินไม่ตรงเวลา แถมไม่จ่ายเต็มจำนวนอีกต่างหาก และนอกจากนี้ การที่ร้านค้าต่างๆต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตทุกครั้งที่เพื่อนๆซื้อของ นั่นก็ทำให้ร้านค้าเหล่านี้ไม่มีทางเลือก แต่จะต้องขึ้นราคาของสำหรับทุกคนเนื่องจากการใช้ Credit Cards ที่มากขึ้นนั่นเองครับ


ทำไมบางคนถึงเกลียดการใช้ Credit Cards ?

การใช้เครดิตการ์ดทำให้เพื่อนๆใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่โชว์ว่า ผู้คนนั้นมักจะยอมจับจ่ายใช้สอยถ้าเกิดพวกเขาจ่ายด้วย Credit Cards มากกว่าที่พวกเขาอยากจะยอมจ่ายเงินสด นั่นเป็นเพราะเงินสดดูจะขาดแคลนและหายไปได้มากกว่า ผู้คนก็เลยอยากจะเก็บรักษามันไว้ แต่ในขณะที่การใช้บัตรเครดิต จะไม่ได้ผลทางจิตวิทยาที่เหมือนกัน เพราะเพื่อนๆยังคงถือบัตรและใช้ได้ตลอดอยู่เหมือนเดิมนั่นเอง

และถ้าหากเพื่อนๆมีแต่เงินสด เพื่อนๆก็จะไม่สามารถจ่ายได้มากกว่านี้ ในขณะที่ในการใช้เครดิตการ์ดเพื่อนๆสามารถจ่ายออกไปก่อนได้อย่างง่ายดาย เพราะธนาคารก็จะไม่ได้เช็คว่าบัญชีเงินเก็บของเพื่อนๆนั้นมีอยู่เท่าไหร่ ก่อนที่จะอนุมัติจ่ายเงิน ธนาคารก็เพียงแค่เช็คว่าเพื่อนๆยังใช้จ่ายไม่เกินวงเงินอยู่เฉยๆ และการใช้จ่ายนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อการฉ้อโกงผิดกฎหมาย ในความเป็นจริง แม้ว่าเพื่อนๆอาจจะรูดบัตรเครดิตเกินวงเงิน ธนาคารก็ยังมีแนวโน้มที่จะอนุมัติการจ่ายเงินนั้นอยู่ดี เพื่อที่ว่าธนาคารจะได้เก็บเงินค่าธรรมเนียมกับคุณผ่านที่คุณใช้เงินเกินวงเงินนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้คนจึงจ่ายเงินด้วย Credit Cards เป็นจำนวนที่มากกว่าการจ่ายเงินปกติ และนี่ทำให้ธนาคารได้ผลประโยชน์กำไรมากยิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่ก็สร้างโอกาสให้ผู้ใช้บัตรทำลายอนาคตทางการเงินของตนเอง ในทางปฏิบัติ ผู้คนส่วนใหญ่จะยอมให้บัตรเครดิตส่งผลเสียต่ออนาคตทางการเงินของตัวเอง โดยที่แทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนทำแบบนั้นอยู่ จนกระทั่งสายไปที่จะแก้ไขแล้ว

Credit Cards ก็เป็นเหมือนค้อน เพราะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก สามารถตอกตะปูได้ดีกว่าเครื่องมืออื่นๆ แต่เพื่อนๆก็สามารถ ทำตัวเองเจ็บได้ถ้าหากไม่ใส่ใจดูแลตอนตอกตะปูดีๆ ค้อนก็อาจจะทุบนิ้วเพื่อนๆแทนได้ บางคนก็บอกว่า บัตรเครดิตคือปืน โดยที่ปืนนั้นมีเพียงจุดประสงค์เดียวก็คือ การฆ่าหรือการทำให้บาดเจ็บ และเช่นเดียวกันจุดประสงค์ที่แท้จริงของบัตรเครดิต ก็เป็นเพียงการสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับธนาคารนั่นเองครับ


เครดิตการ์ดมีประโยชน์อย่างไร?

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทำไมยังจะใช้บัตรเครดิตกันอยู่อีก? แน่นอนว่าก็ยังมีคำตอบให้กับคำถามนี้อยู่ครับ สิ่งแรกเลยก็คือ คอนเซ็ปการใช้เงินคนอื่นในระยะเวลาอันสั้น แล้วเลื่อนเวลาการจ่ายเงินออกไปนั้น สามารถเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆได้ในกรณีที่ฉุกเฉินหรือจำเป็น เช่นถ้าหากเพื่อนๆจำต้องซื้อสิ่งของจำเป็นเข้าบ้านให้กับครอบครัวก่อนวันที่เงินเดือนจะออก นอกจากนี้บัตรเครดิตก็ยังช่วยให้เพื่อนๆ จัดการค่าใช้จ่ายต่างๆได้แต่นั่นก็เป็นเพียงประโยชน์ส่วนน้อยครับ

พี่หมีมีประโยชน์ 3 ข้อหลักๆ ของบัตรเครดิตมาฝาก แต่อย่างไรก็ดีก็ไม่มีข้อไหนที่ควรค่าพอจะใช้ Credit Cards ทดแทนบัตรเดบิตหรือเงินสดไปเลยนะครับ ไปดูกันเลย


1. Credit Cards สร้างกำแพงกันระหว่างผู้ค้าและเงินของคุณ

ประโยชน์ของบริษัทบัตรเครดิตก็คือ พวกเขาเก่งในการจัดการกับเรื่องการถูกหลอกและฉ้อโกง โดยพวกเขาจะสร้างเส้นกั้นอันเป็นเกราะป้องกันระหว่างมิจฉาชีพและเงินของคุณ ถ้าหากเพื่อนๆลองเช็คกฎข้อบังคับต่างๆเวลาเปิดบัตรเครดิตนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็จะบอกว่าเพื่อนๆ จะไม่ต้องรับผิดใดๆ ถ้าหากมีการนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต นั่นหมายความว่า ถ้าเกิดมีบางคนนำบัตรเครดิตของเพื่อนๆไปใช้ และเพื่อนๆแจ้งไปทางธนาคารว่ามียอดรายจ่ายที่ผิดปกติ เมื่อธนาคารตรวจสอบแล้ว เพื่อนๆก็จะไม่ต้องจ่ายยอดตรงนั้นครับ ผิดกับบัตรเดบิตที่ถ้าหากมีคนนำบัตรของเพื่อนๆไปใช้ เงินตรงนั้นของเพื่อนๆก็จะลดลงทันที

อีกทั้งถ้าเพื่อนๆจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตเวลาซื้อของและมีปัญหากับร้านค้า เพื่อนๆก็จะมีอำนาจมากกว่าในการเจรจาเมื่อใช้เครดิตการ์ดครับ ถ้าหากร้านค้าปฏิเสธที่จะทำการคืนเงินให้ทั้งๆที่ควรจะทำ เพื่อนๆก็สามารถแจ้งไปยังบริษัทบัตรเครดิตได้ เพื่อทำการย้อนกลับไม่จ่ายเงิน แถมร้านค้าเหล่านี้ ก็จะมีแรงจูงใจมากกว่าที่จะแก้ปัญหากับคุณ เพราะเมื่อมีการย้อนกลับทางบัญชีเหล่านี้บ่อยๆธุรกิจของพวกเขาก็จะเกิดปัญหาได้ครับ


2. Credit Cards ทำให้คุณได้ประกันสินค้ายาวนานขึ้น

ในกรณีส่วนใหญ่ การซื้อสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต ก็จะทำให้เพื่อนๆมีตัวเลือกมากขึ้นอย่างอัตโนมัติเมื่อเพื่อนๆมีปัญหากับตัวสินค้า Credit Cards ส่วนใหญ่ก็มักจะยืดระยะเวลาประกันสินค้าจากโรงงานออกไปให้ บางที่ก็จะเสนอความคุ้มกันของสินค้า ถ้าหากเพื่อนๆทำสินค้าเสียหาย โดยที่ประกันสินค้าไม่คุ้มครอง ธนาคารก็อาจจะรับผิดชอบเปลี่ยนสินค้าให้ และในบางกรณี Credit Cards ก็จะเสนอความคุ้มกันด้านราคาให้ด้วย นั่นหมายความว่า ถ้าหากร้านค้าลดราคาสินค้าลง ภายหลังจากที่เพื่อนๆซื้อสินค้าตัวนั้นไปได้ไม่นาน ธนาคารก็จะคืนเงินในส่วนต่างตรงนั้นให้คุณด้วยครับ


3. แต้มสะสมจาก Credit Cards

สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่เยี่ยมที่สุดเลยละครับ เพื่อที่บริษัทบัตรเครดิตจะมีผู้ใช้งานและมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น ธนาคารก็มักจะเสนอสิ่งจูงใจหลากหลายแบบเพื่อจะเชียร์ให้ลูกค้าใหม่ๆเข้ามาสมัครบัตร โดยให้สัญญาว่า ลูกค้าจะได้โบนัสเมื่อสมัครบัตรในครั้งแรก หรือได้รางวัลเป็นเงินสดกลับมา ได้ไมล์สะสมแต้มจากสายการบิน รวมไปถึงอาจจะไม่ต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเลยในช่วงต้นครับ


เท่านี้ก็เป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Credit Cards ที่เพื่อนๆควรจะรู้กันไว้นะครับ ถ้าหากว่ามีสิ่งอื่นๆที่เพื่อนๆคิดว่าหลายๆคนควรจะได้รับรู้ว่าบัตรเครดิตใช้ยังไง ก็บอกพี่หมีได้เลยนะครับ แล้วถ้าหากเพื่อนๆ อยากจะ ใช้บัตรเครดิตได้อย่างชาญฉลาด ก็เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยนะครับ

 

Compare-Credit-Cards-in-Seconds.png

เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงินกับโกแบร์ เพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับคุณเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงินกับโกแบร์ เพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับคุณ