เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบัตรเครดิตเงินคืน

Q: บัตรเครดิต Cash Back คืออะไร?

บัตรเครดิต Cash Back แท้จริงแล้วมีหน้าตาและฟังก์ชั่นการใช้งานเหมือนบัตรเครดิตทั่วไปทุกประการครับ แต่สามารถให้สิทธิประโยชน์กับเพื่อน ๆ เพิ่มขึ้นโดยการจ่ายเงินคืนให้โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตร ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อน ๆ ไปช้อปปิ้งเป็นเงินทั้งหมด 10,000 บาท โดยใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเงินคืน หรือบัตรเครดิต Cash Back ที่ระบุว่าให้เงินคืน 5% เพื่อน ๆก็จะได้รับเงินคืนทั้งสิ้น 500 บาทนั่นเองครับ บัตรประเภทนี้ ทำให้เพื่อน ๆ สามารถแฮปปี้กับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้มากขึ้นในปี 2019 เพราะทุกการใช้จ่ายก็จะได้เงินคืนกลับมานั่นเอง

Q: คุณจะได้เงินคืนจากบัตรเครดิต Cash Back เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทบัตรเครดิตจะจ่ายเงินคืนให้เพื่อน ๆ ปีละ 1 ครั้งในเดือนครบรอบที่เพื่อนๆเริ่มใช้บัตร โดยส่วนใหญ่จะหักลบไปกับยอดบัตรเครดิตเดือนล่าสุดที่เพื่อน ๆ มี โดยสามารถแบ่งรอบการได้รับเงินคืนเป็น 2 แบบหลักๆ นั่นก็คือ:

1. ได้รับเงินคืนรายปี: ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเพื่อนๆสมัครบัตรเครดิต Cash Back เมื่อเดือนมกราคมปี 2019 และทั้งปีสามารถใช้จ่ายจนมียอดเงิน Cash Back ที่จะได้รับเท่ากับ 4,000 บาท เพื่อน ๆ ก็จะได้รับ เงินคืนโดยระบุไว้เป็นยอดหักลบจากยอดบัตรล่าสุดของเดือนมกราคม 2020 ซึ่งถ้าหากในเดือนมกราคม 2020 เพื่อนๆใช้จ่ายผ่านบัตรไปทั้งหมด 10,000 บาท เมื่อหักลบ กับเงิน Cash Back ที่จะได้รับ ทำให้เพื่อนๆจะมียอดชำระจริงสำหรับเดือนนี้เพียงแค่ 6,000 บาทเท่านั้นครับ

2. ได้รับเงินคืนรายเดือน: อย่างไรก็ดี จะมีบัตรเครดิตบางเจ้าที่เพื่อน ๆ สามารถได้รับเงิน Cash Back เป็นรายเดือน ซึ่งก็จะใช้วิธีการคืนเงินคล้ายๆกัน โดยจะคืนเงินให้เพื่อน ๆ แบบระบุไว้เป็นยอดหักลบของยอดบัตรในเดือนถัดไป อย่างเช่น ถ้าในเดือนนี้เพื่อน ๆ ใช้จ่ายผ่านบัตรไปทั้งหมด 20,000 บาท ได้รับ Cash Back 3% เท่ากับ 600 บาท จะทำให้เพื่อน ๆ ได้รับเครดิตคืนมาในเดือนถัดไป แต่จะไม่สามารถนำออกมาเป็นเงินสดได้นะครับ แต่เมื่อเดือนถัดไปเพื่อน ๆ มีการใช้จ่าย เครดิตส่วนนี้ก็จะนำไปหักได้นั่นเอง

นอกจากนี้ บัตรเครดิตบางเจ้า แต่ก็เป็นส่วนน้อย ก็อาจจะจ่ายเงินคืนให้เพื่อน ๆ โดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือแปรเปลี่ยนเงิน Cash Back นั้นๆให้กลายเป็นบัตรกำนัลสำหรับจับจ่ายซื้อของ ซึ่งก็จะมีดีลที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของบัตรกำนัลนั้น ๆให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

Q: จะใช้บัตรเครดิต Cash Back มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

หากเพื่อนๆคิดจะสมัครบัตรเครดิตแบบ Cash Back ก็จะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ ดังนี้:

• อัตราดอกเบี้ยจากยอดเงินที่ต้องชำระ

• ค่าธรรมเนียมรายปีหรือรายเดือน

• ค่าธรรมเนียมในการถอนเงินสดจากบัตร

• ค่าธรรมเนียมและค่าปรับจากการไม่ทำตามข้อกำหนดของบัตร เช่นการใช้จ่ายเกินวงเงินบัตร เป็นต้น

โดยพี่หมีอยากแนะนำว่า ให้เพื่อน ๆ ชั่งน้ำหนักให้ดีว่า ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต Cash Back ต่างๆและอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับเงิน Cash Back ที่เพื่อนจะได้รับจากบัตรเครดิต ไม่ควรมีมูลค่าที่มากกว่า ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าเพื่อน ๆ เสียประโยชน์จากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Cash Back มากกว่าจะได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าครับ

Q: อยากได้ Cash Back เยอะ ๆในปี 2019 บ้าง ต้องทำอย่างไร?

วิธีการก็ง่ายมากเลยครับ ยิ่งเพื่อน ๆใช้จ่ายผ่านบัตรมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เงินกลับมาตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้มากเท่านั้น อย่างไรก็ดี บัตรเครดิต Cash Back บางเจ้าก็มีข้อกำหนดไว้ว่าต้องใช้จ่ายขั้นต่ำเป็นจำนวนเท่าใดก่อนจะได้เงินคืน หรืออาจจะกำหนดไว้ว่าเพื่อนๆจะได้เงินคืนสูงสุดไม่เกินเท่าใด รวมถึงประเภทของการใช้จ่ายที่มีก็ส่งผลกับเปอร์เซ็นต์เงินคืนด้วย โดยมีเงื่อนไขต่างๆ เพื่อใช้ดูว่าจะใช้จ่ายแบบไหนถึงจะได้ Cash Back มากกว่ากัน ดังนี้ครับ

ประเภทการใช้จ่าย: บัตรบางเจ้าอาจจะกำหนดเรทเงินคืนที่มากกว่าสำหรับการใช้จ่ายบางประเภท เช่น การใช้โปรโมชั่นบัตรเครดิตในร้านอาหาร การเติมน้ำมัน การช้อปปิ้งในร้านค้าที่ร่วมรายการ เป็นต้น

โปรโมชั่นพิเศษเมื่อเริ่มใช้บัตร: เช่น ได้เรทเงินคืนที่สูงกว่าปกติเมื่อใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนแรก หรือได้สิทธิประโยชน์หลายต่อเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรครบตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร: บัตรเครดิตแบบ Cash Back บางเจ้าอาจจะกำหนดเรทเงินคืนที่สูงขึ้นตามยอดการใช้จ่าย หรือกำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำก่อนจะได้เงินคืน

Q: เลือกบัตรเครดิต Cash Back แบบไหน ถึงจะดีที่สุดสำหรับคุณ?

เพื่อน ๆ สามารถเลือกบัตรเครดิต Cash Back ที่เหมาะกับเพื่อน ๆ มากที่สุดได้ โดยให้ลองวางแผนดูก่อนว่าเพื่อน ๆ จะใช้จ่ายผ่านบัตรประเภทนี้อย่างไร แล้วลองคำนวณเปรียบเทียบดูว่าบัตรใบไหนจะจ่ายเงินคืนให้เพื่อน ๆ โดยรวมแล้วมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเพื่อน ๆ วางแผนจะซื้อสินค้าราคาสูงชิ้นโปรดเร็วๆนี้ การเลือกบัตรเครดิต Cash Back ที่มีโปรโมชั่นพิเศษได้เงินคืนที่สูงกว่าปกติในช่วงแรก ก็จะทำให้ได้รับ Cash Back กลับมาเป็นจำนวนมาก ประจวบเหมาะกับเวลาที่เพื่อนๆจะซื้อสินค้าชิ้นนั้นๆพอดี

หรือถ้าหากเพื่อน ๆ วางแผนจะใช้บัตรประเภทนี้เพื่อใช้จ่ายทั่วไปในระยะยาว บัตรเครดิตที่มีเงินคืนที่สูงกว่าและเรตสม่ำเสมอกว่าในระยะยาว ก็ดูจะเหมาะกับลักษณะการใช้จ่ายของเพื่อนๆมากกว่าครับ หรือหากเพื่อน ๆ สามารถประมาณการได้แล้วว่าในปีนั้น ๆ จะมีเพดานการใช้จ่ายผ่านบัตรไม่เกินเท่าใด ก็สามารถนำมาคำนวณให้เข้ากับเงื่อนไขของบัตรว่าจะได้เงินคืนกลับมาคุ้มค่าหรือเปล่า เช่น ถ้าหากในปี 2019 เพื่อน ๆ วางแผนการใช้จ่ายผ่านบัตรไว้ไม่เกิน 100,000 บาท หากบัตรมีเรทเงินคืนที่ 5% แต่กำหนดเพดานเงินคืนไว้สูงสุดที่เพียง 3,000 บาท แทนที่จะได้เงินคืนตามอัตราจริง 5,000 บาท ก็คงไม่คุ้มค่าใช่ไหมล่ะครับ

Q: โกแบร์ช่วยเปรียบเทียบบัตรเครดิต Cash Back ที่ดีที่สุดในปี 2019 ให้คุณได้อย่างไร?

ด้วยบัตรเครดิต Cash Back มีข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับเงินคืนรวมไปถึงค่าธรรมเนียมที่หลากหลาย การที่เพื่อน ๆ จะค้นหาข้อมูลของบัตรแต่ละใบแยกกันก็คงเป็นเรื่องน่าปวดหัวใช่ไหมละครับ โกแบร์จึงเข้ามาช่วยให้เพื่อนๆสามารถเปรียบเทียบข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของบัตรเครดิตประเภทนี้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งการค้นหาบัตรที่มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด บัตรที่ให้เรทเงินคืนสูงที่สุด รวมไปถึงการค้นหารายละเอียดอื่นๆ ที่เพื่อนๆจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ บัตรเครดิต Cash Back ปี 2019 เช่นโปรโมชั่นและดีลต่าง ๆ โดยที่เรานำเสนอข้อมูลให้เพื่อน ๆ อย่างโปร่งใสและเป็นกลางที่สุดครับ

Q: บัตรประเภทนี้ แตกต่างกับบัตรเครดิตสะสมแต้ม (Reward Credit Card) อย่างไร?

แม้ว่าบัตรทั้ง 2 แบบจะทำให้เพื่อน ๆ แฮปปี้กับการใช้จ่ายได้มากขึ้นเหมือนกัน แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ เลือกใช้บัตรเครดิตแบบสะสมแต้ม บัตรประเภทนี้จะให้สิทธิประโยชน์กับเพื่อน ๆ เป็นคะแนนบัตรเครดิตสะสมหรือบัตรกำนัล เอาไว้ใช้แลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ในขณะที่บัตรเครดิต Cash Back ทำให้เพื่อน ๆ ได้สิทธิประโยชน์คืนเป็นมูลค่าเงินโดยตรงครับ