เมนู

ปิด
สินเชื่อบ้าน

เครดิตบูโร ไม่ได้แปลว่าแบล็กลิสต์ ทำความเข้าใจใหม่สำหรับคนอยากซื้อบ้าน


หลายๆ คนที่กำลังมองหาบ้านมือสอง หรือคอนโดมือสองเอง ถึงแม้ราคาบ้านจะถูกลงกว่าบ้านมือหนึ่งมากแล้ว แต่ด้วยความที่ราคาแพงก็ทำให้ยังคงต้องขอสินเชื่อจากธนาคารอยู่เหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้แหละครับที่มีเพื่อนๆ หลายคนเกิดความกังวลใจกันว่า ถ้าติดเครดิตบูโร แสดงว่าตัวเองมีแบล็กลิสต์ห้ามกู้อยู่ใช่มั้ย แบบนี้จะขอสินเชื่อต่างๆ ก็คงยาก ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันใหม่เองว่า จริงๆ แล้ว การมีเครดิตบูโรมันไม่ใช่การติดแบล็กลิสต์แบบที่หลายๆ คนเข้าใจผิดกัน


เครดิตบูโร คืออะไร

เครดิตบูโร คือ บริษัทข้อมูลเครดิต เป็นศูนย์รวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินต่างๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ บริษัทลีสซิ่งเช่าซื้อ บริษัทผู้ออกบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งจะมีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่ขอสินเชื่อ เช่น ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระสินเชื่อของเรานั่นเอง แต่ในระบบจะไม่แสดงถึงข้อมูลทรัพย์สินส่วนตัว บัญชีเงินฝาก หรือข้อมูลทรัพย์สินอื่นๆ นะครับ

ซึ่งจากตรงนี้เองจึงสรุปได้ว่า เครดิตบูโร สามารถเปิดเผยข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อของเราได้ แต่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแต่อย่างใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานภาพทางการเงินในปัจจุบันและความน่าเชื่อถือของเราเท่านั้นเองครับ


เครดิตบูโร ไม่ได้หมายความว่า แบล็กลิสต์

หลายๆ คนสับสนกับสองคำนี้อยู่มากนะครับ ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว หลังจากที่เราขอสินเชื่อกับธนาคาร ไม่ว่าจะสินเชื่ออะไรก็ตาม หรือแม้แต่เปิดบัตรเครดิต ข้อมูลของเราก็จะถูกเก็บไว้ในเครดิตบูโรแล้ว เป็นประวัติลูกหนี้นั่นเอง ซึ่งถ้าเรามีหนี้และชำระครบตรงกำหนด ก็จะทำให้ประวัติในเครดิตบูโรของเราดี แต่ถ้าเราไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา ก็จะทำให้เกิดประวัติเสีย ตรงนี้ต่างหากครับที่เรียกว่า ‘แบล็กลิสต์’ ซึ่งธนาคารจะนำข้อมูลตรงนี้ไปพิจารณาว่าจะให้สินเชื่อเราดีมั้ย


ชำระหนี้แล้ว ประวัติจะถูกล้างออกไปเลยมั้ย

ถ้าแต่ก่อนเรามีปัญหาทางการเงินทำให้ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เกิดติดแบล็กลิสต์ขึ้นมา แต่ทุกวันนี้สถานภาพทางการเงินดีขึ้น มีวินัยในการชำระหนี้ตรงกำหนดครบถ้วน ข้อมูลของการชำระเงินล่าช้าหรือแบล็กลิสต์ของเราก็จะยังคงอยู่ในระบบให้เค้าเห็นว่า เราไม่ได้จ่ายเงินตั้งแต่เดือนไหน ถึงเดือนไหน ซึ่งถ้าพ้น 3 ปีไป ข้อมูลก็จะถูกป้อนทับ กลายเป็นข้อมูลใหม่ ทำให้แบล็กลิสต์ของเราหายไปนั่นเอง และใครที่กลัวว่าจะเสียประวัติติดแบล็กลิสต์ แนะนำให้เจรจากับทางธนาคารเพื่อขอประนอมหนี้ก่อน ถ้าเราชำระหนี้ตามเงื่อนไขได้ตรงเวลา โดยไม่ค้างชำระ ธนาคารก็จะรายงานตามปกติ ซึ่งก็คือไม่ติดแบล็กลิสต์และไม่ต้องรอเวลาถึง 3 ปีนั่นเองครับ


มีบัตรเครดิตไว้สร้างประวัติทางการเงิน

การที่เรามีบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องแย่นะครับ ตรงกันข้ามกลับมีแต่เรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะเราจะได้มีประวัติการชำระหนี้ ซึ่งถ้าเราชำระตรงเวลา ก็จะทำให้เราได้เป็นลูกค้าที่มีประวัติสวยงาม หลังจกานั้นจะไปกู้บ้านที่ไหนก็มีโอกาสผ่าน และยังได้รับสิทธิประโยชน์จากตบัตรเครดิตต่างๆอีกด้วย โดยเราสามารถเข้าไปเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสบกับเราได้ที่ www.gobear.com


กู้บ้านทั้งที ต้องกู้กับธนาคารที่ถูกที่สุด

หลายคนอาจไม่รู้ว่าธนาคารแต่ละแห่งมีอัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากัน ถ้าเราอยากได้ดอกเบี้ยถูกที่สุดจริงๆ เราต้องเลือกให้ดีครับ โดยการเข้าไปค้นหา และเปรียบเทียบที่ www.refinn.com ซึ่งรวบรวมโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน, บ้านและเงิน และสินเชื่อบ้านมือสอง จาก 15 ธนาคารชั้นนำมาไว้ให้คุณแล้ว ฟรี ไม่มีค่าบริการใดๆ
 

ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ