ทำไมหลังเดินทางด้วยเครื่องบิน มักทำให้เราป่วย?

ทำไมหลังเดินทางด้วยเครื่องบิน มักทำให้เราป่วย?

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้พี่หมีโกแบร์มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขอนามัยบนเครื่องบินมาฝากกันครับ หลายๆครั้งเคยสงสัยไหมครับ เวลาเพื่อนๆขึ้นเครื่องบินเดินทางไปไหนต่อไหน พอลงจากเครื่องไปได้ไม่นานก็เกิดอาการป่วยขึ้นมาทุกที ทั้งเป็นหวัด เป็นไข้ ท้องเสีย หรือโรคอื่นๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวและไม่ได้ทันคิดว่าสาเหตุมาจากการนั่งเครื่องบินนั่นเอง เพื่อนๆรู้ไหมครับว่า บนเครื่องบินนั้นมีเชื้อโรคสะสมอยู่มากมาย นั่นก็เป็นเพราะว่า ในแต่ละเที่ยวบินมีผู้โดยสารนับร้อยคนขึ้นเครื่องบินไปด้วยกับคุณ แถมยังต้องเบียดเสียดแออัดกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ดีเยี่ยมแหล่งหนึ่งเลยละครับ

 

อย่างไรก็ดี หลายๆคนก็อาจจะกังวลเรื่องเชื้อโรคตอนขึ้นเครื่องบินผิดจุดไป แล้วคิดว่าเชื้อโรคเหล่านั้นมาจากระบบแอร์บนเครื่องบินที่อากาศไม่ถ่ายเท หากพากันใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรคเวลาขึ้นเครื่องบิน ก็อาจจะป้องกันได้แค่คนรอบข้างที่อาจจะเป็นหวัดแล้วนั่งอยู่ใกล้ๆคุณเท่านั้นนะครับ ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่อง อากาศบนเครื่องบินสักเท่าไหร่ นั่นเป็นเพราะว่า ระบบกรองอากาศบนห้องโดยสารเครื่องบินนั้นสามารถกำจัดเชื้อโรคไปได้ถึง 99.9995% ซึ่งหน่วยงาน International Air Transport Association ก็ได้ออกมารับรองข้อมูลนี้ด้วยครับ นอกจากนั้น เวลาเพื่อนๆขึ้นเครื่องบิน อากาศที่อยู่ในห้องผู้โดยสาร ก็ไม่ได้ไม่ถ่ายเทขนาดนั้นนะครับ เพราะจะประกอบไปด้วยอากาศจากภายในห้องผู้โดยสารเองที่หมุนเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งจะเป็นอากาศที่ถ่ายเทจากท้องฟ้าข้างนอกนั่นเอง

 

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากรู้ว่าบนเครื่องบินจุดไหนเป็นแหล่งกำเนิดเชื้อโรคได้มากที่สุดเวลาเพื่อนๆนั่งเครื่องบิน ก็ต้องเป็นจุดนี้เลยครับ ใกล้ตัวสุดๆ โดยจากการศึกษาโดยนักจุลชีววิทยา จัดทำขึ้นโดย Travelmath พบว่า อันที่จริงแล้ว จุดเพาะเชื้อโรคเวลาเพื่อนๆนั่งเครื่องบินที่ยี้ที่สุด กลับกลายเป็นถาดอาหารพับเก็บได้ด้านหลังเบาะที่นั่งนั่นเอง โดยนักวิจัยพบว่า มีหน่วยเชื้อโรคโดยเฉลี่ยแล้วอยู่กว่า 2,155 หน่วยต่อตารางนิ้ว แล้วจะอยู่ได้นานถึง 1 อาทิตย์ เปรียบเทียบกับปุ่มกดชักโครกในห้องน้ำบนเครื่องบินที่หลายๆคนอาจจะกลัวกัน กลับพบว่ามีเชื้อโรคอยู่เพียง 265 หน่วยเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า ณ จุดๆนั้นจะปลอดเชื้อโรคไปเลยทีเดียว ยังไงเพื่อนๆก็ต้องระมัดระวังกันด้วยครับ

 

นอกจากถาดอาหารพับเก็บได้แล้ว เวลาเพื่อนๆขึ้นเครื่องบิน จุดที่มีเชื้อโรคอยู่เต็มไปหมดแน่นอนว่าก็ต้องเป็นบริเวณห้องน้ำและอ่างล้างหน้า โดยอาจมีเชื้อโรคอันตรายอย่างเช่นเชื้ออีโคไล เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเพื่อนๆต้องเข้าห้องน้ำเวลาขึ้นเครื่องบิน ก็พยายามอย่าไปสัมผัสอุปกรณ์ใดๆในนั้นโดยตรง พี่หมีแนะนำว่า ให้เพื่อนๆใช้กระดาษชำระหยิบจับสิ่งของต่างๆภายในห้องน้ำ เช่นก๊อกน้ำหรือฝาชักโครกจะดีกว่าครับ

จุดเพาะเชื้อโรคที่น่าตกใจอีกจุดหนึ่งเวลาเพื่อนๆนั่งเครื่องบินก็คือ นิตยสารที่อยู่ข้างหน้าเพื่อนๆนั่นเอง แน่นอนว่า นิตยสารเหล่านั้นคงไม่ได้เสียบไว้ที่เบาะข้างหน้า เพื่อให้เพื่อนๆอ่านคนเดียวแน่ๆครับ แต่ไม่รู้ว่าผ่านมือผู้โดยสารมาแล้วกี่ร้อยคน และสายการบินก็จะทําการเปลี่ยนนิตยสารโดยเฉลี่ย ทุกๆ 3 เดือน เท่านั้น เพราะฉะนั้นจงจำให้ดีว่า ไม่ควรไปจับหรือสัมผัสนิตยสารเหล่านั้นแม้ว่าเพื่อนๆจะอยากอ่านมันเท่าไหร่ก็ตาม

นอกจากเชื้อโรคที่มีอยู่แล้วเวลาเพื่อนๆขึ้นเครื่องบิน อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เพื่อนๆป่วยหลังจากนั่งเครื่องบินได้ก็คือ ปัจจัยจากร่างกายเพื่อนๆเองนั่นเองครับ นั่นเป็นเพราะว่า เวลาที่คนเราต้องขึ้นเครื่องบินแล้วเดินทางเป็นระยะเวลานานๆ ร่างกายก็จะอ่อนแอลง ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือบางคนร่างกายอ่อนแอเข้าไปใหญ่เมื่อเกิดอาการ jet lag ซึ่งจะเข้าไปปั่นป่วนระบบนาฬิกาในร่างกายของเราที่คอยจัดการการทำงานประจำวันของร่างกาย ซึ่งระบบนี้ถูกสั่งงานโดยสมองและจะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่นแสง อุณหภูมิ และอาหารการกิน และมีผลต่อภูมิคุ้มกันอย่างมาก ทำให้ผู้ที่ต้องนั่งเครื่องบินเป็นเวลานานๆ เมื่อเกิดอาการ jetlag นาฬิกาของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ ก็ทำให้ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคจากภายนอกได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ

 

เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่เพื่อนๆจะขึ้นเครื่องบิน ถ้าไม่อยากเจ็บไข้ได้ป่วย ยังไงก็ให้รักษาความสะอาดและระวังและสุขอนามัยเวลาขึ้นเครื่องบินให้ดีนะครับ นอกจากนี้ ก็ให้เตรียมตัวปรับเวลาร่างกายของเรา ก่อนจะต้องขึ้นเครื่อง เพื่อไม่ให้ร่างกายของเรา jetlag และอ่อนแอจนติดเชื้อในภายหลังได้ และนอกจากนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งหมดให้เพื่อนๆทำประกันการเดินทางติดตัวไว้ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยที่ไหนก็อุ่นใจแน่นอนครับ เพื่อนๆสามารถเปรียบเทียบประกันการเดินทางได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยครับ