ประกันเดินทางสำหรับเด็ก

หากจะซื้อประกันเดินทางสำหรับเด็ก 6 ข้อนี้ต้องจำ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อเราเริ่มมีครอบครัว การท่องเที่ยวก็ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของเราคนเดียวอีกต่อไป ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เพื่อนๆ เริ่มมีลูก เพื่อนๆก็อยากจะให้ลูกๆได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การท่องเที่ยวเหมือนที่เพื่อนๆเคยทำตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวนั่นเอง อย่างไรก็ดี การเดินทางกับเด็กเล็กนั้นมีข้อควรระวัง รวมไปถึงต้องการการดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพราะเด็กๆนั้นป่วยง่าย หรือมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ นั่นทำให้เวลาที่พ่อแม่หลายคนจะทำประกันการเดินทาง ก็อยากจะทำประกันเดินทางสำหรับเด็กให้กับลูกที่ยังเล็กด้วยนั่นเอง แต่พี่หมีเชื่อว่า หลายๆคนก็ยังคงงงๆ ว่าควรจะซื้อประกันท่องเที่ยวให้ลูกอย่างไรดีใช่ไหมล่ะครับ ณ จุดนี้ ให้เพื่อนๆหยุดการทำประกันท่องเที่ยวที่พ่วงมากับการซื้อตั๋วเครื่องบินหรือบริษัททัวร์ไว้ก่อนได้เลย เพราะอาจมีเงื่อนไขต่างๆที่ไม่เหมาะกับลูกๆของคุณ เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่เพื่อนๆจะซื้อประกันให้ลูกๆ ให้ลองมาดูข้อควรจำทั้ง 6 ข้อนี้ก่อนนะครับ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
 

เปรียบเทียบประกันเดินทาง

 

1) ดูว่าลูกของคุณสามารถทำประกันท่องเที่ยวได้หรือไม่

แผนประกันท่องเที่ยวบางแผน จะคุ้มครองรวมไปถึงบุตรในความดูแลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยังไงก็ลองเช็คกับบริษัทประกันดูนะครับ นอกจากนี้ เพื่อนๆยังสามารถซื้อแผนประกันท่องเที่ยวที่คุ้มครองทั้งครอบครัวอันรวมไปถึงคู่สมรส บุตร หรือแม้แต่พ่อแม่ของเราถ้าหากไปเที่ยวด้วยกัน เพื่อนๆจะต้องเช็คว่า เด็กๆนั้นมีอายุตามเงื่อนไขที่กำหนดในแผนประกันหรือไม่ เพราะถ้าหากมีอายุเกินกว่าเงื่อนไขก็อาจจะไม่คุ้มครองครับ นอกจากจะดูว่าคุ้มครองได้หรือไม่ได้แล้ว ก็ให้ดูด้วยว่าแผนประกันนั้นๆคุ้มครองอะไรให้แก่ลูกๆคุณบ้าง

 

2) ดูว่าแผนประกันท่องเที่ยวนั้นๆ ไม่คุ้มครองลูกของคุณในกรณีใดบ้าง

แม้ว่าเพื่อนๆจะซื้อแผนประกันที่พ่วงความคุ้มครองมาให้ลูกๆของคุณด้วยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กๆจะได้รับความคุ้มครองเท่ากับที่คุณได้รับนะครับ ตัวอย่างเช่น คุณอาจได้รับเงินประกันถ้าหากคุณขับรถเช่าแล้วเกิดอุบัติเหตุ แต่ลูกของคุณอาจไม่ได้รับความคุ้มครองในกรณีที่ลูกซนแล้วมาขับรถเล่นเองจนเกิดอุบัติเหตุนะครับ ยังไงให้เพื่อนๆอ่านแผนประกันให้ถี่ถ้วนแล้วลองดูว่า ความคุ้มครองในแต่ละข้อ ไม่ครอบคลุมไปถึงเด็กอายุเท่าไหน หรือความสูงเท่าไหนนั่นเองครับ

 

3) ดูว่ากิจกรรมใดบ้างที่ไม่คุ้มครอง

โดยปกติแล้วบริษัทประกันก็มักจะใส่เงื่อนไขลงไปด้วยว่ามีกิจกรรมเสี่ยงๆ อะไรบ้างที่จะไม่คุ้มครอง อย่างเช่น การไปปีนเขา เดินป่าในระดับความสูงมากๆ การลงดำน้ำโดยไม่มีใบรับรอง การแข่งขี่จักรยานยนต์ รวมไปถึงกีฬา extreme ต่างๆเช่น การดิ่งพสุธา เป็นต้น มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆก็น่าจะเป็นกังวลถ้าหากลูกอยากจะไปนั่งรถไฟเหาะหรือทำกิจกรรมในที่สูงๆใช่ไหมละครับ อย่างไรก็ดี ให้เช็คเงื่อนไขประกันและให้แน่ใจว่าลูกของคุณ ถ้าหากอยู่ในวัยกำลังคะนอง จะไม่เผลอทำอะไรเสี่ยงๆหรือโลดโผนนั่นเองครับ

 

4) ดูว่าลูกของคุณมีปัญหาสุขภาพใดอยู่แล้วบ้าง

ถ้าหากลูกๆของคุณมีปัญหาสุขภาพใดๆอยู่แล้ว แล้วอาการเกิดกำเริบขึ้นระหว่างไปท่องเที่ยว ในส่วนนี้ประกันท่องเที่ยวก็อาจจะไม่คุ้มครองปัญหาสุขภาพที่ทราบว่ามีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วนะครับ อย่างเช่น ถ้าลูกของคุณเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้แล้วอาการกำเริบขึ้นมา ประกันก็จะไม่คุ้มครองครับ ทางที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นได้ก็คือ เพื่อนๆจะต้องมีการเตรียมตัวที่มากกว่าปกติเพิ่มเป็น 2 เท่าเลยครับ โดยตระเตรียมเอายาและอุปกรณ์ที่จำเป็นติดไปด้วยในกรณีที่อาการของลูกคุณกำเริบ รวมไปถึงลอง research ดูว่า ในสถานที่ที่เราไปเที่ยวนั้นจะมีสถานพยาบาลใดอยู่ใกล้ๆบ้างนั่นเองครับ

 

5) ดูว่าประกันท่องเที่ยวนั้นๆ คุ้มครองไปถึงการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหรือไม่

ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นมาแล้วเพื่อนๆหรือลูกจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศก็ถือว่าลำบากมากเลยนะครับ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและเรื่องการสื่อสาร เพราะฉะนั้น หลายๆคนจึงเลือกรอจนกว่าจะกลับไทยแล้วค่อยไปรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยนอกในกรณีที่ลูกๆของคุณไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง เพราะฉะนั้น ทางที่ดีให้เพื่อนๆเช็คในแผนประกันท่องเที่ยวว่าคุ้มครองถึงการรักษาพยาบาลในประเทศในฐานะผู้ป่วยนอกได้ด้วยหรือไม่นั่นเองครับ

 

6) ให้จองประกันท่องเที่ยวให้เร็วที่สุดหลังจากซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว

ยิ่งจองประกันท่องเที่ยวเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้นครับ เพราะในบางแผนประกันก็จะชดเชยให้เพื่อนๆแม้มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นก่อนการเดินทางนั่นเอง อย่างเช่น เที่ยวบินถูกยกเลิก หรือการที่เพื่อนๆป่วยจนต้องเลื่อนทริปครับ และยิ่งโดยเฉพาะเพื่อนๆมีลูกเล็กๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็มักเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นไปอีก อย่างเช่นถ้าลูกของคุณเกิดเป็นอีสุกอีใสก่อนเดินทาง เพื่อนๆก็สามารถเคลมกับประกันเพื่อขอเงินคืนในค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวต่างๆได้ ให้ลองคิดแบบนี้ครับว่า ค่าประกันการท่องเที่ยวนั้น ยังไงก็มีราคาเท่าเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นแล้ว ยิ่งซื้อเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งคุ้มครองได้นานมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

อย่างไรก็ดี ในการซื้อประกันท่องเที่ยวให้ลูกๆนั้น ต้องตรวจสอบให้ดีว่า เพื่อนๆมีความจำเป็นต่างๆในการเดินทางอย่างไรบ้าง การตรวจสอบและเปรียบเทียบประกันท่องเที่ยวก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้นะครับ เพื่อนๆสามารถเข้ามาเปรียบเทียบประกันการเดินทางได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยครับ
 

เปรียบเทียบประกันเดินทาง