traveling

อยากเที่ยวให้อุ่นใจ ต้องบอกใคร "ก่อนเดินทาง" บ้าง!

เคาท์ดาวน์ใกล้เข้ามาทุกขณะ เพื่อนๆ หลายคนก็เตรียมแพลนที่จะไปฉลองสิ้นปี และท่องเที่ยวปีใหม่กันแล้ว แต่ก่อนจะออกเที่ยวให้สนุกนั้น การบอกกล่าวให้มีคนรับทราบถึงรายละเอียดการเดินทางของเรา ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นเหมือนกันนะครับ  ว่าแต่จะจำเป็นยังไง แล้วต้องบอกใครบ้าง วันนี้พี่หมีจะมาไขข้อข้องใจให้เองครับ 

 

เปรียบเทียบประกันเดินทาง

1. ญาติ และเพื่อนสนิท

friend

ควรบอกคุณพ่อ คุณแม่ ญาติ และเพื่อนสนิท เกี่ยวกับสถานที่ที่เราจะไป ไปกี่วัน กลับประมาณเมื่อไหร่ เผื่อกรณีที่มีเหตุกรณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่น เที่ยวบินอาจล่าช้า บังเอิญเกิดอุบัติเหตุ หรือกระเป๋าถูกขโมยเราจะได้ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา หรือแจ้งข่าวเพื่อความสบายใจครับ

 

2. เจ้านาย / หัวหน้างาน 

boss

เหตุที่ต้องบอกเป็นคนแรกๆ เพราะเราต้องขออนุญาตลางานกับเจ้านายก่อนนั่นเอง ในที่นี้รวมถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR ด้วยนะครับ ซึ่งเราก็ควรจะตกลงกับเจ้านายให้เรียบร้อย ว่าช่วงไหนที่งานไม่เยอะ สามารถจะลาติดต่อกันได้บ้าง มากที่สุดกี่วัน ระหว่างที่เราไม่อยู่จะติดต่อได้ทางไหนในกรณีที่มีเรื่องเร่งด่วน และมีใครที่ช่วยดูแลงานในส่วนของเราบ้าง เพื่อที่จะได้เที่ยวอย่างสบายใจครับ 

 

3. เพื่อนร่วมงาน 

colleague

สืบเนื่องมาจากหัวข้อแรก ที่เราต้องมีการแจ้งเจ้านายไว้ว่าระหว่างที่เราไม่อยู่นั้น จะมีใครที่ช่วยดูแลงานในส่วนของเราได้บ้าง ตรงนี้อาจต้องขอรบกวนเพื่อนร่วมงานให้ช่วยประสานงานบางเรื่องแทนหากเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เราไม่อยู่ครับ รวมถึงการให้ข้อมูลงานและรายชื่อผู้ติดต่อที่จำเป็นไว้กับเพื่อนร่วมงานด้วยเช่นกัน 

 

4. อย่าลืมตั้งค่าอีเมล์ตอบกลับด้วย 

email

เพื่อที่จะไปเที่ยวอย่างสบายใจ ไร้ความกังวลเรื่องงานคั่งค้าง เพื่อนๆควรตั้งระบบตอบรับอัตโนมัติเมื่อมีคนติดต่องานเข้ามาทางอีเมล์ โดยแจ้งว่าเราไม่อยู่เป็นระยะเวลากี่วัน จะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ ตลอดจนสามารถตั้งค่าให้อีเมล์นี้ไปยังเพื่อนร่วมงานที่เราฝากงานไว้ หรือเจ้านาย เพื่อที่จะได้มีคนตามเรื่องให้เราได้กรณีที่เป็นงานเร่งด่วน หรือต้องการการตัดสินใจ ณ ขณะนั้นครับ

 

5. เพื่อนบ้าน 

neighbour

บางครั้งอาจมีบุรุษไปรณีย์มาส่งจดหมาย หรือพัสดุ การบอกเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ให้ช่วยรับของแทนให้ ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องไปขอติดต่อรับของเองที่ไปรษณีย์ภายหลัง นอกจากนี้เพื่อนบ้านที่น่ารักบางคนอาจช่วยสอดส่อง เป็นหูเป็นตาในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล เช่น มีคนมาจอดรถหน้าบ้านของเรา ช่วยระวังคนที่ดูน่าสงสัยให้เราด้วยก็ได้ครับ 

 

6. เจ้าของบ้าน 

landlord

กรณีที่เพื่อนๆ เช่าบ้านอยู่ การแจ้งเจ้าของบ้านไว้ก่อนที่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศนานๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะเจ้าของบ้านอาจแวะเวียนมาช่วยดูแลบ้านให้เป็นครั้งคราว หากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้น เจ้าของบ้านจะได้เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้อาจขอให้เจ้าของบ้านช่วยดูค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรเกิดขึ้น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เนื่องจากไม่มีใครใช้งานระหว่างที่เราไม่อยู่บ้านนั่นเอง 

 

7. ธนาคารที่เราถือบัตรเครดิตอยู่ 

credit card

หากเพื่อนๆต้องไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปต่างประเทศครั้งแรกแล้วล่ะก็ กรณีที่เงินสดที่เราแลกเป็นสกุลเงินประเทศนั้นๆอาจไม่พอ บัตรเครดิตช่วยได้ครับ แต่เนื่องจากบางธนาคารไม่เคยมีข้อมูลการใช้จ่ายในต่างประเทศของเพื่อนๆมาก่อน เป็นไปได้ว่าพอรูดแล้วทางธนาคารอาจไม่อนุมัติการทำรายการให้ เพราะนึกว่าเราถูกขโมยบัตรมาใช้ เป็นต้น ทางที่ดีโทรไปแจ้งธนาคารก่อนดีกว่าครับ ว่าเราไปกี่วัน และคาดว่าจะกลับถึงไทยเมื่อไหร่  เพื่อที่ทางธนาคารจะได้ช่วยป้องกัน และอนุมัติการใช้จ่ายผ่านบัตรให้เราได้ครับ 

 

8. ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์

internet provider

หากเราต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือใช้งานโทรศัพท์ขณะที่อยู่ต่างประเทศแล้ว ควรติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่เราใช้อยู่ก่อนเดินทาง สำหรับการเปิดแพ็กเกจโรมมิ่ง หรือโปรโมชั่นการใช้งานอื่นๆ ที่เหมาะกับความจำเป็นและความต้องการของเราครับ การลืมคำนึงถึงข้อนี้ไปก็อาจทำให้เราเสียเวลา และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ เพราะบางโปรโมชั่นอาจจำกัดประเทศที่เราสามารถใช้งานได้ หรือจำกัดระยะเวลา และความเร็วในการใช้อินเทอร์เน็ตครับ 

 

9. คนดูแลสัตว์เลี้ยง 

pet care taker

กรณีที่เพื่อนๆ เลี้ยงสัตว์และต้องไปเที่ยวติดต่อกันหลายวัน ใครจะดูแลน้องๆจริงไหมครับ ทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ การติดต่อสถานที่ดูแลหรือรับฝากสัตว์เลี้ยงไว้ โดยอย่าลืมแจ้งรายละเอียดที่จำเป็น เช่น ของใช้หรืออาหารที่กินประจำ (อาจจะซื้อตุนไว้เลยก็ได้ พร้อมคำแนะนำในการให้อาหาร) โรคที่สัตว์เลี้ยงของเราเป็นอยู่ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินของสัตวแพทย์ใกล้บ้าน ที่เราเคยพาสัตว์เลี้ยงไปรักษาก็ได้ครับ 

 

10. ทัวร์ยอดนิยมทั้งหลาย ต้องจองล่วงหน้าก่อนนะ 

tour planner


สำหรับประสบการณ์สุดยอดในบางสถานที่ เราก็จำเป็นต้องจองก่อนล่วงหน้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เช่น หากเพื่อนๆต้องการชมทิวทัศน์ของมหานครนิวยอร์ก ด้วยการปีนขึ้นไปอยู่บนมงกุฏของเทพีเสรีภาพ หรือ ตามรอยศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่างลีโอนาร์โด ดาวินชี ด้วยการเข้าไปชมภาพ The last Supper ที่มิลาน ด้วยตาตัวเองสักครั้ง  แต่หวังไปเข้าหน้างานเอาดาบหน้าบางทีไม่ได้นะครับ เพราะคิวจะยาวมาก ดังนั้นทางที่ดีเราควรเตรียมแผนการเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆเลยว่า จะไปที่ไหนบ้าง และอย่าลืมหาข้อมูลด้วยว่าจำเป็นต้องจองล่วงหน้าหรือไม่ครับ 


ก่อนไปอย่าลืมบอกพี่หมีโกแบร์ ให้ช่วยเลือกประกันเดินทางด้วยนะครับ จะได้อุ่นใจยิ่งขึ้นไปอีกยังไงล่ะคับ เปรียบเทียบข้อมูลได้ง่ายๆ พร้อมเลือกเลยที่นี่ครับ 

 

เปรียบเทียบประกันเดินทาง