“ประกันภัยการเดินทาง" ครอบคลุมประกันภัยรถยนต์เช่าหรือไม่?

“ประกันภัยการเดินทาง" ครอบคลุมประกันภัยรถยนต์เช่าหรือไม่?

บทความนี้อัพเดทข้อมูลเมื่อ 15 มีนาคม 2562 

หากการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศของเพื่อน ๆ ใช้การเดินทางส่วนมากผ่านรถโดยสารสาธารณะ การซื้อเพียงประกันการเดินทาง ก็เพียงพอกับความต้องการของเราแล้ว เพราะประกันการเดินทางส่วนมากได้ครอบคลุมถึงความคุ้มครองในเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถโดยสาธารณะ รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ความช่วยเหลือทางการแพทย์ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณีที่เราต้องใช้รักษาตัวในต่างประเทศเอาไว้เรียบร้อย แม้กระทั่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศไทย ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการส่งศพหรืออัฐิกลับประเทศในกรณีที่มีการเสียชีวิตอีกด้วยครับ
 

แต่หากการท่องเที่ยวในวันหยุดที่ต่างประเทศของเราเน้นไปเที่ยวกับครอบครัว หรือไปกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน และเมืองนั้นไม่ค่อยมีรถโดยสารสาธารณะ สภาพภูมิประเทศไม่เอื้อต่อการเดินทางแบบไม่มีรถ หรือไม่สะดวกในการพักชมวิว อาจเลือกใช้วิธีขับรถเที่ยวโดยการเช่ารถเป็นหลัก เพราะพอหารเฉลี่ยค่าเช่ารถออกมาแล้วก็ตกคนละไม่แพงมาก แถมยังสะดวกสุด ๆ ไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหน อยากกินอะไร จะจอดตรงไหน เมื่อไหร่ก็ตามใจเรา เช่น หากเพื่อน ๆ ต้องการไปเที่ยวทางเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ หรือขับรถล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ แบบนี้เช่ารถ หรือ ขับรถเที่ยวเองจะเหมาะกว่าครับ
 

Compare-TA-in-Seconds-n.png


ทีนี้เมื่อเราตัดสินใจเช่ารถแล้ว เรามักเข้าใจว่าราคาค่าเช่ารถก็ต้องรวมประกันภัยสำหรับรถเข้าไปด้วยสิ ซึ่งก็ถูกต้องครับ แต่ในบางกรณีบริษัทผู้ให้เช่ารถยังเสนอให้เราซื้อประกันเพิ่มอีก ทำให้เราเกิดความสับสนและรู้สึกว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองที่จะต้องเสียเงินไปกับประกันภัยรถยนต์เช่าเพิ่มไปจากประกันการเดินทางที่ต้องเสียอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่เพื่อน ๆ ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคุ้มครองของประกันภัยที่เราเลือก เพื่อเปรียบเทียบดูทั้งข้อดีและข้อเสียของการจ่ายเงินเพื่อซื้อประกันการเดินทาง และประกันภัยรถยนต์เช่าทั้ง 2 อย่างนั่นเองครับ

 

ทำไมเช่ารถแล้ว บริษัทรถเช่ายังเสนอขายประกันเพิ่มอีก?

ตามปกติบริษัทรถเช่าจะมีการทำประกันภัยรถไว้อยู่แล้ว โดยมากมักเป็นประกันชั้น 1 เพื่อคุ้มครองกรณีรถสูญหาย หรือเมื่อเกิดความเสียหายต่อรถที่เช่า ตลอดระยะเวลาที่เราเช่าครับ นอกจากนี้ยังมีประกันแบบพิเศษที่ทางบริษัทเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อเพิ่ม (จะซื้อหรือไม่ซื้อเพิ่มก็ได้) เพื่อให้ความคุ้มครองความเสียหายส่วนแรก (Rental Vehicle Excess หรือ Deductible) หรือในกรณีที่เราซึ่งผู้เช่าเป็นฝ่ายผิด เช่น ขับไปเฉี่ยวชนคนอื่น ขับรถชนสุนัขเค้าตาย เป็นต้นครับ นอกจากนี้ยังรวมถึงการชนแบบไม่มีคู่กรณี รถถูกขโมย หรือค่าเสียโอกาสจากการที่บริษัทเช่ารถต้องนำรถไปซ่อม กรณีที่เราทำรถของเค้าพัง แทนที่จะมีรายได้จากการให้เช่ารถ เป็นต้น

 

ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร?

ค่าเสียหายส่วนแรกนั้นเป็นค่าเสียหายส่วนที่เราจำเป็นต้องจ่ายออกไปเองก่อนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เอาประกันแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยโดยไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริงด้วยการหวังจะได้สิทธิประโยชน์ในการเอารถไปซ่อม อีกทางหนึ่งคือป้องกันไม่ให้เราขับรถด้วยความประมาท เพราะชะล่าใจว่ามีประกันแล้ว ยังไงบริษัทประกันก็ต้องจ่ายให้ เราจะแจ้งเคลมหรือซ่อมเมื่อไหร่ก็ได้ เป็นต้น ซึ่งค่าเสียหายส่วนแรกนี้ เรามักเรียกว่า Excess หรือ Deductible ครับ ซึ่งเราต้องดูในกรรมธรรม์ของรถเช่าด้วยครับว่ามีการระบุจำนวน ค่าเสียหายส่วนแรก นี้เป็นจำนวนเท่าไหร่

 

มีประกันการเดินทางอยู่แล้ว จำเป็นต้องซื้อประกันรถเช่าเพิ่มอีกหรือไม่?

ก่อนจะตอบคำถามนี้ เรามาดูความหมายของคำว่า รถเช่า ตามคำจำกัดความที่อยู่ในประกันการเดินทางกันก่อน

รถเช่า หมายถึง เครื่องยนต์ที่วิ่งบนพื้นดิน มี 4 ล้อหรือมากกว่า ได้รับการออกแบบสำหรับการใช้งานบนถนนสาธารณะ ไม่รวมจักรยานยนต์ และมีใบอนุญาตเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งรวมทั้งคนขับ และได้รับน้ำหนักอนุญาตสูงสุด 3 ตัน

สัญญาเช่ารถ หมายถึง สัญญาเช่ารถหว่างผู้เอาประกันภัย (ซึ่งก็คือตัวเรา) และบริษัทรถเช่าที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรถเช่า พร้อมคำอธิบายเงื่อนไขการใช้บริการ

 

ประกันเดินทางคุ้มครองอะไรบ้าง เมื่อเราเช่ารถและเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น?

ถาม: รถยนต์ที่เราใช้เดินทางระหว่างท่องเที่ยวในต่างประเทศถูกทุบกระจกและขโมยกระเป๋าเดินทาง หรือทรัพย์สินส่วนตัว เราจะสามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้หรือไม่

พี่หมีตอบ: ได้ครับ ทั้งนี้เพื่อน ๆ ต้องไปแจ้งความกับสถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุภายใน 24 ชั่วโมง แล้วทางบริษัทประกันที่เราทำประกันเดินทางจะชดเชยทรัพย์สินให้ โดยขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือกซื้อและรายละเอียดที่ระบุไว้ในกรรมธรรม์ครับ แต่บางกรมธรรม์ก็มีระบุไว้ด้วยครับว่าจะคุ้มครองการสูญหายหรือเสียหายของทรัพย์สินที่ถูกจอดไว้ในรถตั้งแต่ช่วงเวลากี่โมง ถึงกี่โมง และจะไม่รับคุ้มครองกรณีที่เราเป็นผู้ประมาท เลินเล่อด้วยตัวเอง เช่น ลืมล็อครถ เป็นต้น


ถาม: ถ้าเราเดินทางโดยการเช่ารถขับในต่างประเทศ ต่อมาเกิดอุบัติเหตุ และสัญญาเช่ารถมีการเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรก (Excess หรือ Deductible) สำหรับรถเช่าด้วย จะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์หรือไม่

พี่หมีตอบ: การเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกต้องเกิดขึ้นตามสัญญาข้อตกลงเช่ารถของผู้เดินทาง หากผู้เดินทางทำสัญญาเช่ารถแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Excess หรือ Deductible) กรณีประสบอุบัติเหตุ และกรมธรรม์ของรถเช่าให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุนั้น ๆ กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางจะให้ความคุ้มครองค่า Excess หรือ Deductible ตามจริงแต่ไม่เกินทุนประกันที่ซื้อไว้


ถาม: ประกันการเดินทางที่เราทำไว้จะรับผิดชอบในส่วน ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณีเราเป็นฝ่ายขับรถไปชนหรือไม่

พี่หมีตอบ: หากเราเป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ผู้อื่นเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น รวมถึงลูกจ้างและหุ้นส่วนของผู้อื่น ซึ่งตัวเราจำเป็นจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ตรงนี้ประกันเดินทางก็มีความคุ้มครองให้นะครับ โดยเพื่อน ๆ สามารถโทรปรึกษากับบริษัทประกันที่เราทำประกันการเดินทางไว้ทันทีที่เกิดเหตุครับ
 

GoBear Tips:

เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองจากประกันการเดินทางในส่วนนี้ ทางที่ดี เพื่อน ๆ ควรจะ

  • มีใบอนุญาตขับขี่รถที่ถูกต้องในประเทศที่เราไปเที่ยว และใช้บริการขับรถเช่า
  • เช่ารถจากบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยนะครับ เพราะประกันการเดินทางบางแห่งก็ระบุไว้ว่าจะให้ความคุ้มครองก็ต่อเมื่อเราเช่ารถจากบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ถูกต้องเท่านั้น
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริษัทรถเช่าและผู้รับประกัน รวมถึงกฎหมาย กฎและระเบียบข้อบังคับจราจรของประเทศนั้นอย่างเคร่งครัด


กล่าวโดยสรุปก็คือ ประกันเดินทางจะเป็นผู้คุ้มครองความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของเรา บุคคลภายนอก (อันเกิดจากกรณีที่เราเป็นต้นเหตุ) ตลอดจนให้ความคุ้มครองความเสียหายส่วนแรก (Rental Vehicle Excess) ที่เราต้องรับผิดชอบที่ระบุไว้ในสัญญาเช่ารถ แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถที่เกิดอุบัติเหตุครับ

 

แล้ว “ประกันรถเช่า” ให้ความคุ้มครองเรื่องอะไรบ้าง?

เมื่อเช่ารถขับในต่างประเทศแล้วเกิดอุบัติเหตุนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวยานพาหนะแล้ว ยังมีในส่วนของค่าเสียหายต่อวันที่เกิดจากการสูญเสียรายได้ของบริษัทนั้น ๆ ที่เราทำการเช่ารถอีกด้วย ซึ่งอาจสูงถึงวันละ 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,700 บาทต่อวันเลยทีเดียว รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการจัดการเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และค่า "เสื่อมราคา" ที่บริษัทรถยนต์มักคิดกับผู้เช่ารถยนต์ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ แม้จะทำการซ่อมรถยนต์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจถึงหลักหมื่นเลยก็เป็นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุนั้น ๆ ครับ หรือแม้กระทั่งหากเกิดกรณีรถถูกขโมยด้วยนะครับ (คือถูกขโมยไปทั้งรถ ไม่ใช่แค่ของในรถ)

 

สรุปแล้ว เราจำเป็นจะต้องทำทั้ง “ประกันรถยนต์เช่า” และ “ประกันการเดินทาง" หรือไม่?

การจะตอบคำถามนี้ได้ เพื่อนๆ ต้องทำการประเมินสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ครับ

  • ความสามารถในการขับรถของเราเอง เพราะการขับขี่รถยนต์ในต่างประเทศยังเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าการขับรถยนต์ในประเทศของเราเอง เนื่องจากเราไม่คุ้นชินกับเส้นทาง ถนน สภาพอากาศ และความแตกต่างในเรื่องของกฎจราจร การใช้รถ ใช้ถนน
  • เงื่อนไขในสัญญาเช่ารถ ถ้าหากรถเกิดอุบัติเหตุ สูญหายหรือเสียหาย เราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในเรื่องใดบ้าง ค่าเสียหายส่วนแรกเท่าไหร่ มีค่าเสียโอกาสที่ทางบริษัทจะคิดกับเราเมื่อเราต้องนำรถส่งซ่อมหรือไม่ ถ้ามีคิดเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
  • ประกันภัยที่ทางบริษัทรถเช่าทำไว้ ซึ่งควรเป็นประกันภัยชั้น 1 จะดีที่สุดครับ

GoBear Tips:

หากพิจารณาจากเงื่อนไขทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วพบว่า เพื่อน ๆ รู้จักหรือศึกษาข้อมูลเส้นทางที่จะขับรถไปเที่ยวเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีทักษะในการขับรถค่อนข้างดี และเงื่อนไขในสัญญาเช่ารถไม่ได้เรียกค่าเสียหายชดเชยมากนัก มีแค่ประกันเดินทางก็เพียงพอครับ แต่หากเราไม่มั่นใจในเส้นทางที่จะไป เส้นทางค่อนข้างเสี่ยงอันตราย หรือประกันภัยที่ทางบริษัทรถเช่าทำไว้ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ จะทำประกันรถเช่าเพิ่มเพื่อความอุ่นใจก็ได้ครับ

ทั้งนี้ อีกประการที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ไม่ว่าจะทำประกันรถเช่าหรือไม่ เพื่อน ๆ ก็ยังคงจำเป็นต้องมีประกันการเดินทางไว้เป็นตัวยืนพื้น เพื่อความคุ้มครองส่วนบุคคลของเราเอง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ ขึ้น เพราะประกันภัยรถยนต์เช่านั้นส่วนมากจะคุ้มครองในเรื่องของค่าใช้จ่ายในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนั้น ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบเองครับ เห็นแบบนี้แล้ว และสนใจที่จะซื้อประกันเดินทางแล้วล่ะก็ สามารถเปรียบเทียบประกันเดินทางเจ้าต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของพี่หมีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คลิ๊กที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้เท่านั้นเองครับ แล้วพบกันใหม่ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ขับขี่ปลอดภัยทุกคนนะครับ

 

Compare-TA-in-Seconds-n.png

บทความที่น่าสนใจ