jr pass นั่งอะไรได้บ้าง

JR Pass : 10 วิธีใช้สุดคุ้มตะลุยเที่ยวญี่ปุ่นไม่อั้น!

สวัสดีครับเพื่อน ๆ หลายคนที่คุ้นเคยกับการเที่ยวญี่ปุ่น ก็น่าจะต้องรู้จัก JR Pass หรือ Japan Rail Pass บัตรเดินทางด้วยรถไฟแสนสะดวกสบายกันอยู่แล้วนะครับ รถไฟที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟปกติ รถไฟด่วน หรือรถไฟชินคันเซ็น ล้วนเชื่อมเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียว โอซากา เกียวโต แต่การซื้อตั๋วแบบแยกเที่ยวอาจทำให้เพื่อน ๆ ต้องเสียเงินเที่ยวญี่ปุ่นเยอะโดยไม่จำเป็น ดังนั้น พี่หมีขอแนะนำให้ซื้อ JR Pass ไปเลย เพราะใช้กับรถไฟได้ทุกแบบในเครือ Japan Railway และไม่จำกัดเที่ยวด้วยครับ

jr pass

ขอบคุณภาพจาก Jpninfo.com

หากเพื่อน ๆ กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อดี (สั่งซื้อได้แต่นอกญี่ปุ่นเท่านั้นนะ) หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าตั๋ววิเศษนี้ล่ะก็ ลองมาอ่าน 10 ข้อนี้ที่พี่หมีเตรียมมากันเลยครับ

เปรียบเทียบประกันเดินทาง

1. ใคร ๆ ก็ซื้อและใช้ JR Pass เที่ยวญี่ปุ่นได้หรือเปล่า

ผู้ใช้ JR Pass ต้องเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาโดยใช้วีซ่า “temporary visitor” เท่านั้นครับ และต้องอยู่ในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 90 วัน

2. JR Pass จำเป็นจริงไหม

ถ้าเพื่อน ๆ วางแผนที่จะไปเมืองที่ไกล ๆ กันในทริปเดียวอย่าง Hiroshima Osaka Tokyo ก็ซื้อเลยครับ เพราะแค่ราคาตั๋วรถไฟจากสถานี Hiroshima ไป Osaka ก็ 10,440 เยนแล้ว เมื่อเทียบกับ JR Pass แบบ 7 วัน ที่ราคาไม่ถึง 30,000 เยน เทียบกับราคาค่าตั๋วรถไฟไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายเมืองรวมกันก็แพงกว่า JR Pass แล้วล่ะครับ

3. เลือกซื้อ JR Pass แบบไหนตอบโจทย์การเที่ยวญี่ปุ่นของเรา

JR Pass ไม่ได้มีแค่แบบเดียวนะครับ นอกจากที่พี่หมีบอกไปแล้วว่ามีแบบ 7 วัน ยังมีแบบ 14 วัน และ 21 วัน แล้วยังมีแบบได้นั่งชั้นพิเศษ Green car แต่แน่นอนว่าแพงกว่าแบบธรรมดาอยู่แล้ว ซึ่งแบบ Green car ก็มีแบบ 7 วัน 14 วัน และ 21 วันครับ

4. JR Pass แบบภูมิภาคและแบบทั่วประเทศ

สมมติว่าเพื่อน ๆ วางแผนจะเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน ในเขต Kansai (Osaka Kyoto Nara) หรือแถบโตเกียวและเมืองรอบ ๆ (Yokohama Narita) ก็ให้ซื้อตั๋วแบบ JR Regional Pass ของแต่ละแถบเอาครับ ซึ่งจะคุ้มกว่าซื้อแบบทั่วประเทศ โดยราคาสำหรับแถบคันไซหรือ JR Kansai Wide Area Pass อยู่ที่ 8,500 เยน ใช้ได้ 5 วัน ส่วนของแถบโตเกียวหรือ JR Tokyo Wide Pass ราคาจะอยู่ที่ 10,000 เยน สำหรับ 3 วัน และทั้งสองแบบนี้สามารถมาซื้อได้เมื่อมาถึงญี่ปุ่นครับ

5. ซื้อ JR Pass Voucher

ตั๋ว jr pass

ขอบคุณภาพจาก Jpninfo.com


การซื้อ JR Pass เพื่อน ๆ ต้องเริ่มจากการซื้อ JR Pass Voucher ครับ ซึ่งซื้อได้สองวิธี คือ 1) สั่งออนไลน์ หรือ 2) ผ่านบริษัททัวร์ที่รับรองโดย JR Pass ซึ่งราคาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเว็บและบริษัททัวร์ แต่ส่วนใหญ่เพื่อน ๆ จะได้หนังสือนำเที่ยวญี่ปุ่นแถมมาให้ รวมถึงตารางรถไฟด้วยครับ

6. วิธีแลก JR Pass Voucher

เมื่อเพื่อน ๆ เดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้ว ผ่าน ต.ม. รับกระเป๋าเรียบร้อย ให้มองหาเคานเตอร์แลกตั๋ว JR Pass ซึ่งจะระบุอยู่บน JR Pass Voucher ครับ เพื่อน ๆ สามารถแจ้งว่าจะเริ่มใช้งาน JR Pass วันไหน โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นวันที่เดินทางถึงก็ได้นะครับ

7. การใช้ JR Pass

JR Pass สามารถใช้กับรถไฟของ Japan Railway ทุกประเภท ที่ไม่ใช่รถประเภท Nozomi หรือ Mizuho ซึ่งจะแตกต่างจากตั๋วรถไฟทั่วไปหรือบัตร IC ที่เพื่อน ๆ ไปแตะบัตรได้เลย แต่สำหรับ JR Pass เพื่อน ๆ ต้องไปเข้าช่องด้านซ้ายสุดหรือขวาสุดของสถานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจ JR Pass กับตัว โดยเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟจะแสตมป์วันที่เริ่มใช้บนบัตรของเพื่อน ๆ ครับ

8. สำรองที่นั่ง

his jr pass

ขอบคุณภาพจาก Toeuropeandbeyond


เพื่อน ๆ สามารถใช้ JR Pass จองที่นั่งบนรถไฟได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แบบนี้เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ไม่ต้องแย่งที่นั่งกับคนอื่นเลยครับ เพียงแค่มองหาที่จำหน่ายบัตรและแจ้งพนักงานว่าจะจองเที่ยวไหน วันไหนก็พอ

9. ข้อดีของการมี JR Pass

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องเสียเวลายืนต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟทุกครั้งที่จะไปไหน และไม่ต้องห่วงว่าจะมาถึงสถานีสายหรือลงผิดสถานี เพราะเพื่อน ๆ สามารถใช้ JR Pass เที่ยวญี่ปุ่นได้แบบไม่จำกัดเที่ยว

10. แล้วข้อเสียล่ะ

jr pass ราคาถูก

ขอบคุณภาพจาก Hostelosaka


ข้อเสียของ JR Pass ก็คือ มันใช้ได้แต่เฉพาะกับรถไฟของ JR เท่านั้นครับ บางทีเวลาเราเที่ยวญี่ปุ่น สถานที่หลายแห่งรถไฟ JR อาจจะไปไม่ถึง และมีรถไฟของเอกชนอีกมากมายให้บริการ นอกจากนี้ JR Pass ยังไม่สามารถใช้กับรถไฟใต้ดินของโตเกียวหรือโอซากาได้นะครับ และเพื่อน ๆ ต้องระวังทำหายกันมาก ๆ เพราะขอใหม่ไม่ได้นะครับ ต้องซื้อใหม่สถานเดียว!


อย่างที่พี่หมีโกแบร์บอก ใช้ JR Pass นั้นจะทำให้เพื่อน ๆ เที่ยวญี่ปุ่นได้คุ้มค่ามาก ๆ หากวางแผนจะเที่ยวหลาย ๆ เมืองทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ของญี่ปุ่น ขอให้วางแผนและเวลากันให้ดี และก็อย่าลืมทำประกันการเดินทางก่อนเริ่มลุยเที่ยวญี่ปุ่นกันด้วยนะครับ


เปรียบเทียบประกันเดินทาง