บัตรสะสมแต้ม

รู้หรือไม่! บัตรสะสมแต้มแต่ละธนาคารให้แต้มไม่เท่ากัน

บทความนี้อัพเดทข้อมูลเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 


สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้พี่หมีมีเรื่องดี ๆ มาฝากเพื่อน ๆ กันอีกแล้วครับ วันนี้จะเป็นการให้ความรู้เพื่อน ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า คะแนนบัตรเครดิต หรือบางคนอาจจะเรียกว่า “แต้ม” หรือ “พอยท์” สำหรับ บัตรสะสมแต้ม ก็ได้หมดครับ โดยหลัก ๆ พี่หมีและทีมงานโกแบร์ อยากให้เพื่อน ๆ ตระหนักครับว่า จริง ๆ แล้วบัตรสะสมแต้มของแต่ละธนาคารเนี่ย มันมีค่าไม่เท่ากันหรอกนะครับ และก็เป็นไปได้ว่าสำหรับแต่ละคนแล้วจะใช้บัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดที่เพื่อน ๆ จะได้รับในรูปแบบที่ต่างกันไป ซึ่งมีทั้งบัตรเครดิตสะสมแต้ม , บัตรเครดิต Cash back , บัตรสะสมไมล์ , บัตรส่วนลดร้านอาหาร ฯลฯ และสำหรับคนที่ชอบบัตรเครดิตสะสมแต้ม หากเราจะทำการเปรียบเทียบบัตรเครดิตแต่ละใบแล้วเลือกว่าบัตรเครดิตธนาคารไหนดีกว่าหรือแย่กว่ากัน ด้วยการดูที่คะแนนอย่างเพียงเดียวเนี่ย อาจจะทำให้การเปรียบเทียบของเรานั้นคลาดเคลื่อนได้ เพราะฉะนั้นเรามาลองทำความรู้จักกับวิธีในการคำนวณเจ้าเงื่อนไขบัตรสะสมแต้มไปพร้อมกันเลยดีกว่าครับ

 

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

 

ก่อนอื่นเลยนะครับ พี่หมีต้องอธิบายก่อนว่า “คะแนนบัตรเครดิต” คือ หนึ่งในรูปแบบผลตอบแทนของการใช้บัตรเครดิตของลูกค้า ที่ทางธนาคารนำมาใช้เพื่อดึงดูดให้ผู้คนหันมาใช้พวก บัตรสะสมแต้ม ให้มากขึ้น รวมทั้งเป็นแรงจูงใจทางการตลาด ให้ลูกค้าเลือกธนาคารของตนมากกว่าที่จะเลือกใช้บัตรเครดิตของธนาคารคู่แข่ง ซึ่งหลักเกณฑ์การคำนวณที่จะให้คะแนนสะสมบัตรเครดิตของธนาคารต่าง ๆ ก็จะแตกต่างกันออกไปตามรายละเอียด ดังนี้

 

  • จำนวนเงินที่จ่ายผ่านบัตรสะสมแต้ม : เริ่มตั้งแต่ใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 10 บาท ได้รับคะแนนสะสม 1 คะแนน ไปจนถึงทุกการใช้จ่าย 15 บาท, 20 บาท และ 25 บาท ได้ 1 คะแนน เป็นต้น
  • หมวดการใช้จ่าย: นอกจากจำนวนเงินที่เราใช้บัตรเครดิตไปกับสินค้าแล้ว ประเภทของสินค้าหรือบริการที่เราจ่ายเงินไปในแต่ละหมวดก็จะทำให้ได้รับคะแนนสะสมไม่เท่ากันด้วย ตัวอย่างเช่น รับคะแนนสะสม 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร หมายความว่า หากเพื่อน ๆ เคยได้รับคะแนน 1 คะแนน จากการใช้จ่ายทุก 25 บาทในหมวดอื่น แต่พอรูดบัตรเครดิตใบเดิมจ่ายในหมวดร้านอาหารที่ร่วมรายการปุ๊บ ทุก 5 บาท จะได้รับคะแนนสะสม 1 คะแนนครับ (จ่ายไป 25 บาท ก็จะได้รับคะแนนสะสม 5 คะแนน หรือก็คือ 5 เท่าจากปกติ นั่นเอง)
  • ระยะเวลาในการสะสมแต้ม: บัตรเครดิตบางบัตรก็มีระยะเวลาในการสะสมคะแนนนะครับ เช่น 1 ปี, 2 ปี หรือสะสมได้ตลอดไปไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งหากเป็นแบบหลังนี้ก็จะดีมาก เพราะทำให้เราสะสมแต้มไปได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบใช้ เพราะกลัวว่าจะหมดอายุนั่นเอง

 

ทั้งนี้เมื่อเราใช้จ่ายผ่าน บัตรสะสมแต้ม ไปในแต่ละเดือน เราก็จะได้รับคะแนนออกมาตามยอดที่ใช้จ่าย โดยแต้มสามารถสะสมไปได้เรื่อย จนถึงระยะเวลาที่กำหนด โดยเราสามารถนำแต้มคะแนนที่ว่านี้ไปแลกเป็นของรางวัลต่าง ๆ หรือจะเก็บสะสมไว้แลกทีเดียวตอนที่มีคะแนนเยอะ ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน อาทิ ตั๋วเครื่องบิน, ที่พักรีสอร์ทหรู ใช้ 10,000 คะแนน หรือทีวีจอแบน ใช้ 100,000 คะแนน เป็นต้น แต่ก็อย่างที่พี่หมีได้บอกไว้แล้วในข้างต้นนะครับว่าบางบัตรเครดิต คะแนนสะสมมีวันหมดอายุ เพราะฉะนั้น ควรเช็คกับทางธนาคารที่เพื่อน ๆ สมัครบัตรเครดิตให้ดีนะครับ

 

บัตรสะสมแต้ม

 

บัตรสะสมแต้ม ของแต่ละธนาคาร "ไม่เท่ากัน"

ข้อนี้สำคัญมาก ๆ ครับ เพราะหลาย ๆ คนเอาคะแนนสะสมมาเป็นตัวตัดสินว่า บัตรสะสมแต้ม นี้ของธนาคารนี้ ดีกว่าบัตรเครดิตอีกใบหนึ่ง ของอีกธนาคารหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่หารู้ไม่ว่า การเปรียบเทียบแบบนี้ไม่สามารถทำได้ครับ สาเหตุก็คือ เวลาที่เราจะนำคะแนนสะสมบัตรเครดิตที่เรามีกันอยู่นับหมื่นนับพันคะแนนไปแลกของรางวัล ในตารางแคตตาล็อก ของรางวัลของแต่ละธนาคาร ก็จะมีบอกใช่มั้ยครับว่า ของรางวัลแต่ละชิ้นต้องใช้คะแนนสะสมเท่าไหร่ในการแลก อาทิ โทรศัพท์มือถือ iPhone หนึ่งเครื่องใช้ 50,000 คะแนนในการแลกเป็นต้น แต่กระนั้น หากจะดูกันดี ๆ แล้วแต่ละธนาคาร ต่างก็มีเรท หรืออัตราในการแลกของรางวัลต่างกัน ตัวอย่างเช่น ธนาคาร A ใช้คะแนน 50,000 คะแนน สามารถแลก iPhone ได้แล้ว ในขณะที่ธนาคาร B ต้องใช้ถึง 100,000 คะแนน ถึงจะแลก iPhone ได้ เพราะฉะนั้น สมมติว่า ธนาคาร A ให้เรทการใช้จ่ายทุก 20 บาทได้ 1 คะแนน ธนาคาร B ให้เรท 15 บาทได้ 1 คะแนน มองดูเผิน ๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ธนาคาร B ให้คะแนนสะสมที่ดีกว่า เรทดีกว่า แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ

 

GoBear Tips:

ตัวอย่างเปรียบเทียบการคำนวณใช้แต้มคะแนนบัตรเครดิต เพื่อแลก iPhone สมมติว่า บัตรเครดิตทั้ง 2 ธนาคาร มีระยะเวลาการสะสมแต้มที่ 5 ปีเท่ากัน

ธนาคาร A : ใช้ 50,000 คะแนนในการแลก iPhone 1 เครื่อง จ่ายทุก 20 บาทได้ 1 คะแนน = 50,000 x20 เพราะฉะนั้น ต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 1,000,000 บาท จึงสามารถแลก iPhone ได้ 1 เครื่อง

ธนาคาร B: ใช้ 100,000 คะแนนในการแลก iPhone 1 เครื่อง จ่ายทุก 15 บาทได้ 1 คะแนน = 50,000 x15

** เพราะฉะนั้น ต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 1,500,000 บาท จึงสามารถแลก iPhone ได้ 1 เครื่อง จะเห็นว่าเพราะเราต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคาร B ด้วยจำนวนเงินที่เยอะกว่าธนาคาร A ถึง 500,000 บาท จึงจะสามารถแลก iPhone ตามที่ต้องการได้ครับ

 

ดังนั้น กล่าวโดยสรุปง่าย ๆ ในเรื่องของคะแนนบัตรเครดิตก็คือ 1 คะแนนของธนาคาร A ไม่เท่ากับ 1 คะแนนของธนาคาร B เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ ไม่ควรที่จะนำคะแนนบัตรเครดิตเป็นตัวเปรียบเทียบโดยตรงนะครับ ว่าบัตรเครดิตไหนดีและเหมาะกับเพื่อน ๆ มากที่สุด สิ่งที่เพื่อน ๆ ควรใช้ในการเปรียบเทียบ คือ สิ่งที่เป็นหน่วยเดียวกัน เท่ากัน อย่างเครดิตเงินคืนเป็นบาท ตัวอย่างเช่น ธนาคารนี้ ให้เครดิตเงินคือ 3% หากเติมน้ำมัน 1,000 บาทขึ้นไป ในขณะที่อีกธนาคารให้เพียง 2% หากเติมน้ำมันเกิน 1,000 บาทเช่นกัน อันนี้สามารถเปรียบเทียบได้ หรือในกรณีของไมล์สะสม ก็สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เช่นกันครับ

 

บัตรสะสมแต้ม ที่ GoBear แนะนำ

บัตรเครดิต TMB So Fast

TMB So Fast

 

บัตรที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบสะสมคะแนนบัตรเครดิตอย่างแท้จริง เพราะจำง่ายมาก เพียงแค่ใช้จ่ายผ่าบัตรทุก 10 บาท ทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นหมวดทั่วไป, ร้านอาหาร, ช้อปปิ้ง, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, เดินทาง, ท่องเที่ยว หรือใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ ก็ได้รับทันที 1 คะแนน สะสมครบ 7,500 คะแนน สามารถแลกเงินคืนหรือแลกบัตรกำนัลได้ 500 บาท (คิดเป็น 0.67% ของยอดใช้จ่าย) ใช้คะแนนสะสมแลกไมล์สายการบินได้ 5 คะแนน = 1 ไมล์ (50 บาท = 1 ไมล์) นอกจากนี้ยังฟรีค่าธรรมเนียมรายปี และเก็บอายุคะแนนสะสมได้ถึง 4 ปีครับ

สนใจสมัครบัตรเครดิต TMB So Fast

 

บัตรเครดิต Citi Rewards

Citi Rewards

รับคะแนนสะสมถึง 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร หมวดท่องเที่ยว และหมวดใช้จ่ายเงินสกุลต่างประเทศ ตลอดจนการช้อปปิ้งผ่าน Lazada, Shopee และ Rabbit LINE Pay ใครที่ชอบช้อปออนไลน์เลือกผูกบัตรใบนี้ไว้ก็คุ้มค่าดีครับ ส่วนหมวดอื่น ๆ รับคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับการใช้บัตรเครดิตตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป จากปกติ 25 บาท = 1 คะแนน แถมดีสุด ๆ ตรงที่คะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ เมื่อครบ 11,000 คะแนน สามารถแลกเงินคืนเข้าบัญชี มูลค่า 1,000 บาท (คิดเป็น 0.36% ต่อยอดใช้จ่าย) บัตรใบนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี 3,800 บาทนะครับ แต่ก็สามารถใช้สิทธิ์ฟรีค่าธรรมเนียมได้หากใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 100,000 ต่อปีครับ

สนใจสมัครบัตรเครดิต Citi Rewards

 

บัตรเครดิต KTC Platinum Mastercard

 

KTC Platinum Mastercard

 

สำหรับบัตรเครดิต KTC Platinum Mastercard ใบนี้ก็น่าสนใจเช่นกันสำหรับคนที่ชอบสะสมแต้มครับ ถึงแม้ว่าเรทในการสะสมคะแนนจะไม่หวือหวามากนัก คือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 25 บาททุกหมวด ได้รับ 1 คะแนน แต่ก็มีส่วนที่ดีต่อใจคือฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ และคะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ สะสมแต้มกันไปชิลล์ๆ ยาว ๆ ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถแลกเป็นเงินคืน โดยทุก 1,000 คะแนน สามารถแลกเป็นเงินคืนเข้าบัญชี มูลค่า 100 บาทได้ (คิดเป็น 0.4% ต่อยอดใช้จ่าย) พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุการเดินทางเมื่อซื้อตั๋วผ่านบัตรใบนี้สูงสุดถึง 8,000,000 บาท หรือจะแลกไมล์ตั๋วเครื่องบินก็ได้ในจำนวน 2,000 คะแนน แลก 1,000 ไมล์ ( 50 บาท = 1 ไมล์ ) หากชอบเดินทางไปต่างประเทศและซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านบัตรเครดิตแล้วล่ะก็ ใบนี้คุ้มทีเดียวครับ

สนใจสมัครบัตรเครดิต KTC Platinum Mastercard

จากรายละเอียดและวิธีในการคำนวณแต้มสะสมบัตรเครดิตที่พี่หมีแสดงให้ดูไปเมื่อสักครู่ เชื่อว่าคงช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจถึงหลักการให้คะแนนบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร และสามารถเลือกบัตรเครดิตที่ตรงกับความต้องการของเพื่อน ๆ ได้สูงสุดครับ