5 ข้อต้องรู้ในการหา "บัตรกดเงินสด" ที่ดีที่สุด

5 ข้อต้องรู้ในการหา "บัตรกดเงินสด" ที่ดีที่สุด


หลายๆ ครั้งสถานการณ์บางอย่างก็ทำให้เราต้องมองหาตัวเลือกของสินเชื่อส่วนบุคคลนะครับ เพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตของเราต้องสะดุด ไม่ว่าจะเป็น ความจำเป็นในการใช้เงินด้านการรักษาพยาบาล การต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือบางครั้ง อาจจะเป็นความต้องการใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนกับคนที่คุณรัก หลังจากที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี แต่ก่อนที่เพื่อนๆ จะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะในวันนี้ ที่พี่หมีจะมาแนะนำในส่วนของ “บัตรกดเงินสด” ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อยู่ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เรามาดูกันซักนิดนะครับว่า เคล็ดลับในการค้นหา บัตรกดเงินสด ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคนนั้นมีอะไรบ้าง
 


เปรียบเทียบ-บัตรกดเงินสด



1. เปรียบเทียบก่อนเสมอผ่านช่องทางที่ทำให้การเปรียบเทียบง่ายขึ้น

Go Bear cash card comparison

 

เรื่องเงินเรื่องทองคือเรื่องสำคัญมากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสินเชื่อ เพราะแน่นอนว่า สินเชื่อส่วนบุคคล ก็ต้องมีอัตราดอกเบี้ยมาเกี่ยวข้อง แต่บางครั้ง โบรชัวร์ของธนาคารแต่ละแห่งก็มีรายละเอียดที่เยอะมาก แถมภาษาก็เข้าใจได้ยาก ทำให้หลายๆ ครั้ง เพื่อนๆ ก็หลวมตัวสมัครไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เปรียบเทียบก่อน เพราะอาจคิดว่าบัตรกดเงินสดของธนาคารไหนก็เหมือนกัน ขอแค่เป็นสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือก็เพียงพอ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ เพราะแม้จะเป็นธนาคารดังๆ ก็อาจจะให้ดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไปได้ และในปัจจุบันนี้ก็มีตัวช่วยให้เพื่อนๆ เปรียบเทียบบัตรกดเงินสดได้ง่ายขึ้น อย่างตัวช่วยเปรียบเทียบบัตรกดเงินสดของ โกแบร์ เพียงแค่เพื่อน ๆ กรอกรายได้ต่อเดือน และบอกว่าเป็นพนักงานประจำหรือเจ้าของธุรกิจ และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเดือนละประมาณเท่าไหร่ เพื่อนๆ ก็สามารถเปรียบเทียบบัตรกดเงินสดที่อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด และเหมาะกับเพื่อนๆ มากที่สุดได้เลยครับ

 

2. อย่าสมัครบัตรกดเงินสดหลายที่มากเกินไป

 

via GIPHY


ข้อนี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะไม่ทราบนะครับว่า ทุกครั้งที่เราสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เราจะทิ้งร่องรอยประวัติของการสมัครสินเชื่อเอาไว้ ซึ่งบรรดาผู้ให้บริการสินเชื่อหรือสถาบันการเงิน ก็จะต่างพากันเช็คและตรวจสอบประวัติเครดิตเหล่านั้นก่อนอนุมัติเสมอ ปัญหาก็คือ การสมัครสินเชื่อหลายครั้งมากเกินไป จะทำให้ประวัติเครดิตของคุณดูไม่ดีนะครับ เพราะทุกครั้งที่เรามีการยื่นเรื่องขอสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลไป เราจะต้องทำการเซ็นเอกสารให้ความยินยอมที่จะเปิดเผยให้สถาบันการเงินสามารถตรวจเช็คเครดิตบูโรของเราได้ และการที่มีธนาคารหลายแห่งเข้ามาเช็คเครดิตบูโรของเพื่อน ๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน สถาบันการเงินจะมองว่าเพื่อนๆ เป็นบุคคลที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงในเรื่องของเครดิต ประมาณว่ายื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร A,B,C ไม่ผ่านจึงมาขอยื่นกับธนาคาร D หรือเราอาจจะประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทันจึงต้องยื่นกู้จากธนาคารหลายๆ แห่ง นอกจากนี้บางธนาคารอาจจะมีกฎเอาไว้ว่าช่วง 3 เดือนก่อนที่เราจะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารของเขานั้น ห้ามมีการเช็คประวัติเครดิตบูโรเกิน 5 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งกฎนี้ไม่ได้ตายตัวนะครับ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบายของแต่ละธนาคาร ผลก็คือ อย่างแรก อาจจะสมัครไม่ผ่าน อย่างที่สอง อาจจะสมัครผ่าน แต่อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าคนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่านั่นเองครับ (แต่ถ้าเราไปยื่นขอเช็คบูโรด้วยตนเอง จะไม่แสดงในประวัติการเช็คนะครับ นับเฉพาะกรณีที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเป็นผู้ตรวจเช็คเท่านั้น ตรงนี้สบายใจได้)

 

3. อย่ายึดติดกับสถาบันการเงินที่คุ้นเคยมากเกินไป

 


สืบเนื่องจากข้อแรก หลายๆ คนรู้สึกว่า ใช้ธนาคารนี้เป็นประจำ ใช้มาก็หลายปี จงรักภักดีมาตลอด เลยเข้าใจ(ไปเอง)ว่าอาจจะส่งผลต่อดีต่อการขอสินเชื่อ สามารถขอได้ง่ายหรือได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าธนาคารอื่น อันนี้ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะแต่ละธนาคารก็มีผลิตภัณฑ์ทางการเงิน พร้อมทั้งโปรโมชั่น และการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงปัจจัยส่วนตัวอย่างรายได้และอาชีพของเพื่อนๆ เองด้วยที่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย หรือจำนวนเงินสูงสุด เพราะฉะนั้น เปรียบเทียบก่อนสักนิดเถอะครับ เพราะบางทีธนาคารที่เพื่อนๆ ใช้ประจำอาจจะดอกเบี้ยแพงกว่าก็เป็นได้

 

ตัวอย่างบัตรกดเงินสดที่มีโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยพิเศษตามรายได้ของผู้สมัคร บัตรกดเงินสด ซีไอเอ็มบี เอ็กซ์ตร้าแคช

CIMB extra cash
  • พนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือน 12,000 บาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 24% ต่อปี ในปีแรก รอบบัญชีที่ 13 เป็นต้นไปรับดอกเบี้ย 28% ต่อปี
  • พนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี ในปีแรก รอบบัญชีที่ 13 เป็นต้นไปรับดอกเบี้ย 24% ต่อปี
  • พนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 7.3% ต่อปี ในปีแรก (สำหรับวงเงิน 50,000 บาท) รอบบัญชีที่ 13 เป็นต้นไปรับดอกเบี้ย 14.60 % ต่อปี
  • พนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือน 50,000 บาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 5.55% ต่อปี ใน 5 รอบบัญชีแรก รอบบัญชีที 6 เป็นต้นไปรับดอกเบี้ย 18% ต่อปี

 

4. ตรวจสอบค่าปรับและค่าธรรมเนียมต่างๆ

 

สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักมองข้าม ไม่สนใจเวลาสมัครบัตรกดเงินสดก็คือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าอากรแสตมป์ ค่าติดตามทวงหนี้ ค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิต ค่าธรรมเนียมเวลาชำระค่างวดในแต่ละครั้ง ซึ่งมีเพียงเว็บไซต์โกแบร์ที่เดียวเท่านั้นครับ ที่ตีแผ่ทุกค่าธรรมเนียมเพื่อให้เพื่อนๆ เปรียบเทียบได้ดีที่สุดครับ

 

 

5. ถามตัวเองว่า...จำเป็นจริง ๆ หรือไม่ที่ต้องสมัครบัตรกดเงินสด
 


 
gobear comparison cash card fee