โรงรับจํานําหรือสินเชื่อส่วนบุคคล

เมื่อการเงินถึงทางตัน โรงรับจํานํา VS สินเชื่อส่วนบุคคล ควรไปทางไหน?

เมื่อชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อถึงสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราต้องใช้เงิน และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินสดสำรองไว้รอใช้จ่ายได้ตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาเช่นนี้ เรามักจะเจอทางแยกที่เราจะต้องตัดสินใจ ระหว่างเอาของที่มีไป โรงรับจำนำ หรือจะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อเพื่อนๆ มาถึงตรงนี้ พี่หมีจะเอาเรื่องราวดี ๆ มาฝากครับว่า ในสองทางเลือกนี้ มันต่างกันอย่างไร เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้เลือกถูกนั่นเอง 

 

โรงรับจำนำ VS สินเชื่อส่วนบุคคล: ว่าด้วยความต่าง

 

การ “จำนำ” คือการที่ เจ้าของโรงรับจำนำ ( หรือเจ้าของสถานธนานุบาล ) ให้เครดิตสินเชื่อแก่คนที่มากู้ ตามมูลค่าสินค้าหรือ ทรัพย์สมบัติที่คนกู้มาฝากไว้ ซึ่งของสิ่งนั้นจะอยู่ในกรรมสิทธิ์ของโรงรับจำนำจนกว่า หนี้สินทั้งหมดจะถูกจ่ายคนครบ พูดอีกนัยหนึ่งคือ เป็นสินเชื่อที่ต้องมี “หลักทรัพย์ค้ำประกัน” หรือในภาษาอังกฤษกเรียกว่า “Secured Loan” หรือ “Collateral loan” นั่นเอง

 

ในขณะที่ สินเชื่อส่วนบุคคล คือ สินเชื่อที่ออกโดยสถาบันการเงิน หรือธนาคาร พิจารณาเครดิตจากฐานรายได้ และประวัติเครดิตที่ผ่านมาของผู้สมัคร เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมี “หลักทรัพย์ค้ำประกัน” นั่นหมายความว่า ความต่างแรกคือ สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ แต่การจำนำต้องใช้ แต่สิ่งที่ตามมาของสินเชื่อส่วนบุคคลคือ เวลาที่ต้องรอในการสมัครนานกว่า ไม่สามารถเอาของไปฝากและรับเงินได้ทันทีเหมือนการจำนำ แต่ข้อดีที่ตามมาคือ การกู้กับทางธนาคาร ย่อมน่าเชื่อถือและไว้ใจได้มากกว่า ว่าเงื่อนไขการกู้ย่อมเป็นธรรม เพราะจะมีหน่วยงานของรัฐ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย คอยออกกฏคุ้มครองผู้กู้อยู่เสมอ 

 

โรงรับจำนำ VS สินเชื่อส่วนบุคคล: เลือกอย่างไรดี? 

 

คำตอบของคำถามที่ว่า เมื่อถึงคราวต้องเลือก ควรเลือกอะไรนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเงินของคุณในช่วงเวลานั้นๆ และความสะดวกใจของแต่ละคนจริงๆ ครับ อาทิ เช่น คุณต้องการเงินด่วนที่สุดหรือไม่ ถ้าต้องการเงินทันที อาทิ มีคนในบ้านป่วย ต้องใช้เงินรักษาด่วน ต้องใช้หนี้นอกระบบ ไม่งั้นดอกเบี้ยบาน บ้านโดนยึด สินเชื่อส่วนบุคคลอาจจะไม่ใช่ทางออก แต่ถ้าคุณต้องการความน่าเชื่อถือและไว้ใจ รวมไปถึงคุณไม่อยากเอาของรักของหวงไปจำนำ ก็ต้องใช้สินเชื่อส่วนบุคคลแทน  

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราสรุปความต่าง มาเป็นตารางให้อีกทีครับ มาดูกันเลย

 

สิ่งที่ต้องใช้ในการสมัคร

โรงรับจำนำ

สินเชื่อส่วนบุคคล

  1. บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง

  2. หลักทรัพย์

  1. สำเนาบัตรประชาชน / ในกรณีสำเนาบัตรข้าราชการ หรือสำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้าน

  2. สำเนาสมุดเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครหน้าแรก ที่ระบุชื่อธนาคาร เลขที่บัญชี ชื่อเจ้าของบัญชีเพื่อโอนเงินกู้

  3. สลิปเงินเดือน

  4. หนังสือรับรองเงินเดือน


 

อัตราดอกเบี้ย

โรงรับจำนำ

สินเชื่อส่วนบุคคล

  1. อัตราดอกเบี้ยต่างกันออกไปตามโรงรับจำนำ และต่างออกไปทั้งโรงรับจำนำของรัฐ หรือสถานธนานุเคราะห์ และโรงรับจำนำภาคเอกชน

  2. คิดดอกเบี้ยเป็นรายเดือน อาทิ ของรัฐ อยู่ที่ 0.25% - 1.25% ต่อเดือน ส่วนของเอกชนอยู่ที่ราว 2% ต่อเดือน

  1. อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 19-24% ต่อปี ควบคุมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย


 

การอนุมัติ

โรงรับจำนำ

สินเชื่อส่วนบุคคล

  1. ยื่นความประสงค์เพื่อจำนำหลักทรัพย์ อาทิ ทองคำ นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์ แหวนเพชร เครื่องประดับมีค่าอื่นๆ 

  2. โรงรับจำนำประเมินมูลค่า

  3. ยื่นเอกสารยืนยันตัวตน และรับฟังเงื่อนไขการกู้เงิน 

  4. หากยอมรับ สามารถรับเงินได้ทันที พร้อมรับเอกสารจำนำจากโรงรับจำนำ

  5. นั่นหมายความว่า ตราบใดที่เรามีสินทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ไปยื่นจำนำ และเป็นของแท้ ไม่ใช่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย หรือของปลอม โอกาสอนุมัติสูงมาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

  1. สมัครผ่านช่องทางของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น ออนไลน์ ตัวแทนหรือโบรกเกอร์ หรือธนาคารโดยตรง

  2. ยื่นเอกสารทั้งหมด

  3. ธนาคารใช้เวลาราว 7 ทำการในการตรวจสอบเอกสาร และพิจารณาสินเชื่อ

  4. สินเชื่ออนุมัติ ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชี ที่เราต้องมีกับธนาคารนั้นๆ 

  5. การอนุมัติขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรายได้และประวัติเครดิตของคุณอีกด้วย 

 

เป็นอย่างไรบ้างครับกับความแตกต่างของ โรงรับจำนำ และสินเชื่อส่วนบุคคล สุดท้ายแล้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินของเพื่อนๆ ในเวลานั้น และสุขภาพการเงินของเพื่อนๆ เลยล่ะครับ ว่าต้องไปทางเลือกไหน ยังไงพี่หมีขอเอาใจช่วยอยู่ตรงนี้นะครับ และยังไง เมื่อแก้ปัญหาทางการเงินเฉพาะหน้าได้แล้ว อย่าลืมออมเงินเพื่อความมั่นคงในระยะยาวกันด้วยนะครับ