อัตราดอกเบี้ย mrr คือ

MOR MLR MRR คืออะไร เกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้อย่างไร

บทความนี้อัพเดทข้อมูลเมื่อ 26 กรกฎาคม 2562

สำหรับใครก็ตามที่ยังไม่คุ้นเคยกับสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งสินเชื่อเงินสดและบัตรกดเงินสดมากนัก ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ จนทำให้หลายๆ คนอาจจะไม่เข้าใจกลไกวิธีการคำนวณดอกเบี้ยของธนาคารนะครับ วันนี้พี่หมีจึงขออธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เพื่อนๆ ฟังครับ ว่ามีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กี่รูปแบบ อะไรบ้าง

เปรียบเทียบ-บัตรกดเงินสด

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แต่ละประเภท

อย่างแรกที่ต้องเข้าใจคือ ดอกเบี้ยเงินกู้ มีอัตราดอกเบี้ยหลักๆ 2 ประเภท ได้แก่

  1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่คงที่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ กำหนดโดยธนาคาร หรือสถาบันการเงินผู้ให้บริการ เช่น ดอกเบี้ย 0% 10 เดือน หรือดอกเบี้ย 9% 12 เดือน อย่างนี้เป็นต้น
  2. อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารกำหนดตามต้นทุนของธนาคารในช่วงเวลาต่าง ๆ จะประกาศอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ จะมีคำว่า MLR, MOR และ MRR นั่นเองครับ โดยที่แต่ละธนาคารจะมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ไม่เท่ากัน เช่น MLR ของ ธนาคาร A อาจจะไม่เท่ากับ MLR ของธนาคาร B นั่นเองครับ

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR MOR และ MRR ต่างกันอย่างไร?

อัตราดอกเบี้ย MLR คืออะไร

อัตราดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สถาบันการเงินจะเก็บจากลูกหนี้ชั้นดีครับ เป็นประเภท Term Loan หรือ สินเชื่อเงินกู้ระยะยาว ที่มีกำหนดจ่ายคืนตามระยะเวลา และลูกหนี้มีประวัติในการชำระหนี้ที่ดี มีศักยภาพในการชำระหนี้ในอนาคต และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ โดยส่วนมากธนาคารจะใช้ MLR กับสินเชื่อที่เป็นสินเชื่อระยะยาว มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน อาทิ สินเชื่อกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ ขยายกิจการ ซื้ออาคาร โรงงาน เครื่องจักร เป็นต้น

อัตราดอกเบี้ย MOR คืออะไร

สำหรับ อัตราดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินคำว่า O/D ซึ่งย่อมาจาก Overdraft หรือ Overdraw ที่หมายถึงสินเชื่อประเภทการเรียกเบิกเงินเกินบัญชี และดอกเบี้ยประเภท MOR คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกหนี้ที่เรียกเบิกเกินบัญชีนั่นเอง โดยจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนของเงินต้นส่วนที่เบิกออกมาเท่านั้น วงเงินส่วนที่ยังไม่เบิกออกมาก็จะไม่คิดดอก และเมื่อเราจ่ายชำระโดยโอนเงินต้นกลับคืนเข้าไป ก็ถือเป็นการหยุดดอกเบี้ย จัดอยู่ในประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีสภาพคล่องสูง แต่อัตราดอกเบี้ยก็จะสูงกว่าเงินกู้ทั่วไปด้วย จึงเหมาะกับการกู้ระยะสั้น และส่วนมากจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีเช่นกัน

อัตราดอกเบี้ย MRR คืออะไร

จาก 2 ข้อที่กล่าวไปนั้นทั้ง MLR และ MOR ส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อจากลูกค้ารายใหญ่ หรือลูกค้ากลุ่มที่มีการทำธุรกิจเป็นส่วนมาก ซึ่งจะต่างกับประเภท อัตราดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) ก็คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR

  • ตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ต้องทำการประกาศอย่างชัดเจนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ทั้งที่สาขาใหญ่ สาขาย่อย และเว็บไซต์ของธนาคาร
  • อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ทั้ง MLR, MOR และ MRR ของแต่ละธนาคารไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนในการบริหารงานไม่เท่ากัน อาทิ ดอกเบี้ยเงินฝากต่างกัน จำนวนเงินฝากต่างกัน ผลการดำเนินงานต่างกัน
  • ลูกค้าแต่ละคน อาจจะได้อัตราดอกเบี้ยในสัญญาเงินกู้ต่างกัน ถึงแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อเดียวกัน ธนาคารเดียวกัน เพราะธนาคารจะพิจารณาความเสี่ยงของผู้สมัครเงินกู้แต่ละคนแตกต่างกันออกไป เช่นบางคนอาจจะได้อัตราดอกเบี้ย MLR-1.75% ในขณะที่อีกคนได้ MLR-1.5% ก็เป็นได้ครับ ดังนั้นในฐานะผู้บริโภคจึงจำเป็นจะต้องทำการเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เพื่อให้ได้รับเงื่อนไขที่ดีและตรงกับความต้องการของเรามากที่สุดครับ
  • สำหรับสินเชื่อของบัตรกดเงินสดนั้น มีการกำหนดออกมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ว่า จะต้องใช้อัตราสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภครวมเบี้ยปรับในการชำระล่าช้า ซึ่งกำหนดไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 28% ต่อปีเท่านั้น โดยแตกต่างกันไปในลูกค้าแต่ละราย ตามฐานรายได้ วงเงิน และโปรโมชั่นของธนาคารพาณิชย์นั้น ๆ ในแต่ละช่วงของแต่ละปีนั่นเองครับ

GoBear Tips: การตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR ของแต่ละธนาคาร

เพื่อน ๆ สามารถดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของธนาคารแต่ละแห่งได้ครับว่า แต่ละแห่งมีการกำหนด MRR, MOR และ MLR ไว้เท่าไหร่ หลังจากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับสินเชื่อที่เราต้องการว่าธนาคารแห่งนั้นอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยตัวไหน MRR, MOR หรือ MLR

แต่มีเคล็ดลับอยู่นิดหน่อยครับตรงที่ MLR นั้นธนาคารจะคิดจากลูกหนี้ชั้นดีที่มีความน่าเชื่อถือ อาชีพมั่นคง มีการเสียภาษีและจดทะเบียนการค้าถูกต้อง ประวัติทางการเงินดี หรือเครดิตสกอร์ดี คนทั่วไปผ่านได้ยากกว่า อัตราดอกเบี้ยจึงค่อนข้างถูกและมีการเปลี่ยนแปลงได้ยากกว่า MRR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไว้คิดจากลูกหนี้ชั้นดีที่เป็นลูกค้ารายย่อย คนทั่วไปมีโอกาสผ่านได้ง่ายกว่า ก็จะมีความเสี่ยงสูงกว่า ทำให้ดอกเบี้ยสูงกว่าหรือมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ง่ายกว่านั่นเองครับ

หวังว่าเพื่อน ๆ คงเข้าใจหลักการของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR ของสินเชื่อส่วนบุคคลกันมากขึ้นนะครับ และหากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเรื่องใดเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งสินเชื่อเงินสด หรือเงินก้อน และการทำบัตรกดเงินสด เพื่อนๆ ลองเข้าไปอ่านในบล็อกของพี่หมีได้นะครับ

เปรียบเทียบ-บัตรกดเงินสด