วิธีออมเงิน 2563

วิธีออมเงิน 2563 ใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นตัวช่วยออมเงิน

การ " ออมเงิน " น่าจะเป็นหนึ่งใน ปณิธานปีใหม่ 2563 หรือ New Year Resolution สำหรับใครๆหลายคนใช่ไหมครับ ไหนจะโบนัสก้อนโตที่เราได้รับมาเมื่อช่วงปลายปีอีก หลายคนอาจจะนำเงินจำนวนนี้ไปจัดสรรจ่ายชำระหนี้ เดินทางท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งเก็บออม ซึ่งจากผลสำรวจเรื่องสุขภาพทางการเงิน หรือ Financial Health Index ของพี่หมีโกแบร์ในปีที่ผ่านมา พบว่า

คนไทยเกินครึ่งไม่สามารถออมเงินและนำไปลงทุนได้เนื่องมาจากรายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย พูดง่าย ๆ ก็คือ พอหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ปุ๊บ เราก็ไม่มีเงินเหลือพอจะไปลงทุน นอกจากนี้ยังมีคนไทยเพียง 44% เท่านั้นที่มีเงินออมไว้ใช้ถึง 6 เดือน

ดังนั้นจะดีกว่ามั้ยครับ ถ้าต้นปีนี้เรามาตั้งใจออมเงินกันอย่างจริงจังเสียที ถ้าหากใครสนใจแล้วล่ะก็ ตามพี่หมีมาดูเคล็ดลับ วิธีออมเงิน ง่ายๆ ได้เลยครับ 

วิธีออมเงิน 2563

พี่หมี GoBear แนะเคล็ดลับ วิธีออมเงิน ช่วงปีใหม่ 2563

1.คำนวณค่าใช้จ่ายประจำรายเดือนของเราว่ามีเท่าไหร่?

ใช่ครับ เพราะชีวิตเรามีค่า.... ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าห้อง ค่าโทรศัพท์รายเดือน ค่ากิน ค่าเสื้อผ้า ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ สารพัดมากมายจิปาถะ ตรงนี้ให้เพื่อน ๆ ลิสต์รายการออกมาดูก่อนครับว่าเรามีค่าใช้จ่ายอะไรที่ต้องจ่ายเท่ากันทุกเดือนบ้าง และสามารถลดค่าใช้จ่ายประจำเหล่านี้ให้น้อยลงได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต เราใช้งานมากน้อยแค่ไหน เปลี่ยนเป็นแพ็กเกจที่ราคาถูกลงกว่านี้ได้หรือไม่ เงินส่วนที่เราจ่ายละลงไปก็สามารถนำมาเป็นเงินออมที่เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย 

 

2. เก็บก่อนใช้ 5-10% ของรายได้ 

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานประจำ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือเป็นฟรีแลนซ์ก็ตาม สามารถใช้เทคนิควิธีออมเงินข้อนี้ได้เช่นกันครับ นั่นคือ ทุกครั้งที่เรามีรายรับ ไม่ว่าจะเป็นรายวัน รายเดือน รายสัปดาห์ ลองเก็บเข้าเป็นเงินออมไปเลย  5-10% แม้อัตราส่วนจะไม่เยอะ แต่หากรวมกันหลายวัน หลายเดือน ก็จะเป็นจำนวนเงินที่มากอยู่นะครับ ซึ่งเงินเก็บในส่วนนี้ พี่หมีอยากจะให้เป็นเงินเก็บจริง ๆ คือจะไม่นำออกมาใช้เลยหากไม่เกิดกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจริง ๆ เท่านั้นครับ 

 

3.พลังของแบงค์ 50 

อีกหนึ่งวิธีเก็บเงินที่สนุกและนิยมกันพอสมควรก็คือการมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้วิธีออมเงินของเราสนุกขึ้นอย่างการเก็บแบงค์ 50 บาทที่ได้เราได้รับมา เพราะแบงค์ 50  นั้นไม่ใช่ว่าเราจะได้รับบ่อย ๆ เหมือนกับแบงค์ประเภทอื่น และยังเป็นจำนวนเงินที่มากพอที่เรารู้สึกได้ชัดว่าเงินออมนั้นเพิ่มพูนขึ้นเท่าไหร่แล้ว ซึ่งนอกจากแบงค์ 50 เพื่อนๆ อาจจะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้ครับว่า ถ้าได้ธนบัตรที่ลงท้ายด้วยเลขที่ชอบจะเก็บไว้ หรือบางคนใช้วิธีเก็บเงินวันที่ 1 จำนวน 1 บาท วันที่ 2 จำนวน 2 บาท อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนวันที่ 30 ก็เก็บ 30 บาท แล้วพอขึ้นเดือนใหม่วันที่ 1 ก็เริ่มเก็บจาก 1 บาทอีกครั้ง แบบนี้ก็ได้นะครับ 

 

4.แบ่งเงินออมออกเป็นประเภทตามวัตถุประสงค์การใช้งาน 

เพราะเป้าหมายมีไว้พุ่งชน เราแต่ละคนก็ย่อมมีเป้าหมายในการออมเงินที่แตกต่างกัน ถูกไหมครับ ซึ่งการออมเงินเนี่ยก็มีทั้งออมไว้เพื่อเป้าหมายระยะสั้น เช่น เพื่อซื้อของที่อยากได้ เพื่อไปเที่ยวต่างประเทศ เป้าหมายระยะกลาง เช่น ออมเงินแต่งงาน หรือไปเรียนต่อปริญญาโท ส่วนเป้าหมายระยะยาวก็เช่น ออมเงินไว้เงินไว้เป็นทุนการศึกษาของบุตร ออมเงินเพื่อการเกษียณ เป็นต้น ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถแบ่งเงินจำนวนนี้ออกเป็นกองๆ แล้วหยอดกระปุกหรือฝากเป็นบัญชีเงินออมไว้ตามแต่ละประเภทและวัตถุประสงค์การใช้งานได้ครับ และที่สำคัญที่สุดคือ เงินออมเผื่อฉุกเฉิน เป็นเงินที่ออมไว้ใช้จ่ายยามที่เราเกิดเรื่องไม่คาดฝันต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือตกงาน ซึ่งเราควรมีเงินออมก้อนนี้อย่างน้อย 6 เท่าของ รายจ่ายประจำต่อเดือนครับ 

วิธีออมเงิน 2563

5. คิดก่อนใช้ว่าเราอยากได้ของนั้นจริงหรือเปล่า? 

ของที่แพงที่สุดก็คือของที่เราซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ และไม่ว่าจะช่วงเทศกาลไหน ย่อมต้องมีมหกรรมเซลล์กระหน่ำ ลด แลก แจก แถม ออกมาให้เราเห็นกันแน่ๆ ปัญหาก็คือ บางทีสิ่งของนั้นเราอาจซื้อมาเพียงเพราะว่าโปรโมชั่นมันโดนใจ หรือบางครั้งที่บ้านก็มีอยู่แล้ว ซื้อมาเก็บไว้จนลืมไม่ได้ใช้อีกเหมือนกัน ทางแก้ก็คือให้เราหยุดคิดสักนิด คือยังไม่ซื้อทันทีขณะที่เห็นโปรโมชั่น กลับมาดูที่บ้านก่อนว่า เรามีของที่ใช้งานได้เหมือนกันอยู่แล้วมั้ย  เราอยากได้ของสิ่งนั้นจริง ๆหรือเปล่า ซื้อมาแล้วจะเอาไว้ตรงไหน ปีหน่ามันจะยังอยู่ที่เดิมหรือเราจะได้ใช้งานมันอยู่มั้ย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปริมาณการซื้อของที่ไม่จำเป็นไปได้พอสมควรแล้วครับ 

 

6.สินเชื่อส่วนบุคคลช่วยให้เราออมเงินง่ายขึ้น

ตรงนี้เพื่อน ๆ อาจจะงงครับว่า สินเชื่อส่วนบุคคลมาเกี่ยวข้องยังไงกับ วิธีการออมเงิน พี่หมีจะอธิบายให้ฟังคร่าวๆ นะครับ นั่นคือสำหรับเพื่อนบางคนที่เป็นหนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะหนี้จากบัตรเครดิตซึ่งมีดอกเบี้ยที่สูงมาก และการจ่ายเพียงขั้นต่ำก็ไม่สามารถปลดหนี้ได้อย่างแท้จริง เพราะดอกเบี้ยจะถูกคำนวณไปเรื่อยๆ ดังนั้นการใช้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า และสามารถเลือกผ่อนชำระรายเดือนเท่าๆ กันตามจำนวนที่เราเป็นคนกำหนดได้เองนั้นจึงน่าสนใจมากครับ เพราะเท่ากับว่าเราผ่อนต่อเดือนลดลง แต่ปลดหนี้ได้ไวมากยิ่งขึ้น และเราสามารถนำเงินที่ต้องจ่ายต่อเดือนลดลงนี้ไปเก็บออมได้อีกด้วย เป็นหลักการที่เราเรียกว่า รีไฟแนนซ์ นั่นเอง

 

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเคล็ดลับวิธีการออมเงินที่พี่หมี GoBear นำมาฝากกันในวันนี้ ใครถนัดข้อไหนลองออมดูตามที่แนะนำได้เลยนะครับ ส่วนใครที่กำลังมองหาสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับปิดหนี้เก่า เพื่อให้จ่ายต่อเดือนน้อยลง และมีเงินเก็บมากขึ้นแล้วล่ะก็ สามารถเปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลง่าย ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของพี่หมีได้เลย เพียงคลิ๊กที่ปุ่มด้านล่างนี้ครับ 

เปรียบเทียบ-บัตรกดเงินสด