หนี้บัตรเครดิต

หนี้บัตรเครดิต : โอนไปอีกใบ VS สินเชื่อส่วนบุคคล เลือกอันไหนดี?

บัตรเครดิต ทำให้เราสะดวกสบายมากแค่ไหน มันก็เหมือนเป็นดาบสองคมมากแค่นั้น ถ้าเราใช้อย่างไม่ระมัดระวัง และ ไม่มีวินัย และเมื่อเวลานั้นมาถึง เราใช้บัตรจนเต็มวงเงิน หนี้บัตรเครดิตพอกเป็น ดินพอกหางหมู เราจึงมักเหลือทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ โอนหนี้ทั้งหมดไปยังใบใหม่ เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ กับอีกทางคือ สินเชื่อส่วนบุคคล นำมันมาปิดหนี้บัตรเครดิตเสีย ซึ่งข้อดีอย่างแรกๆ คือทั้งคู่ เราไม่จำเป็นต้องเอาสินทรัพย์ที่เรามี อย่างบ้าน หรือรถไปจำนองหรือจำนวน อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ มีข้อดีและข้อเสียแตงต่างกันออกไป วันนี้เรามาดูกันครับว่า หากต้องเลือกจริงๆ เพื่อนๆ ควรเลือกทางเลือกปลดหนี้ทางไหนดี

 

ว่าด้วยการโอนหนี้บัตรเครดิตไปอีกบัตร

 

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนครับ ว่ามันคืออะไร วิธีนี้ คือการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ทั้งหมด เหมือนเราเริ่มใหม่ นั่นคือ รวมเงินต้นและดอกจากบัตรใบเก่า มารวมไว้ที่บัตรใบใหม่ ให้คุณเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า อัตราดอกเบี้ย ก็จะถูกลงตามไปด้วยครับ ส่วนการตัดสินใจว่าเราจะได้รับการอนุมัติมั้ย จะอยู่ที่ประวัติเครดิตของเราประกอบกันด้วยครับ

 

ค่าธรรมเนียมล่ะมีมั้ย…?

 

มีแน่นอนครับ และนี่คือ ข้อเสียที่เราต้องชั่งใจว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งดอกเบี้ยที่เราได้รับต่ำว่าจริง แต่จะมีค่าธรรมเนียมประกอบด้วย โดยมี 2 ค่าธรรมเนียมหลักๆ คือ ค่าธรรมเนียมโอนยอดหนี้ กับ ค่าธรรมเนียมชำระขั้นต่ำ

 

  1. ค่าธรรมเนียมโอนยอดหนี้ อันนี้จ่ายในครั้งแรก ส่วนมากจะอยู่ที่ 0-1% ของยอดหนี้ที่เรายุบรวมและโอนมาครับ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ ดูเหมือนจำต่ำอยู่พอควร แต่เราจะได้เรตนี้ เมื่อเราสามารถปิดหนี้ได้ภายในเวลาที่กำหนด อาทิ 18-36 เดือน หนี้ที่เราโอนมา ต้องปิดทั้งหมด ถ้าเลยจากนั้น เราต้องโดนดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นครับ

  2. ค่าธรรมเนียมชำระขั้นต่ำ ข้อนี้สำคัญมากครับ และเป็นตัวตัดสินเลยก็ว่าได้ว่าเราควรจะใช้ทางเลือกนี้หรือไม่ เพราะอะไร? เพราะหากเราโอนยอดหนี้มาแล้ว แต่เรายังสามารถทำได้เพียง ชำระขั้นต่ำไปเป็นเดือนๆ ไม่รีบใช้หนี้ให้หมด เราจะต้องแบกรับภาระค่าธรรมเนียมการชำระขั้นต่ำไปเรื่อยๆ รวมๆ กันแล้ว อาจจะไม่ต่างจาก หนี้ก้อนเดิม ก่อนโอนมา เพราะฉะนั้น มันจึงไม่ก่อนประโยชน์ใดๆ เลยที่จะรีไฟแนนซ์ หรือโอนยอดหนี้มาบัตรใบใหม่นั่นเอง 

 

เมื่อไหร่ควรเลือกการโอนหนี้ไปอีกใบ?

 

มันจะสมเหตุสมผลมากในการเลือกวิธีนี้ ถ้าหนี้ในบัตรเครดิตใบเดิม ก้อนไม่ใหญ่มาก และคุณมั่นใจว่าคุณจะปิดหนี้ทั้งก้อนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จึงเสียค่าธรรมเนียมไม่มากจนเกินไปครับ และในขณะเดียวกันข้อดีคือ คุณยังสามารถใช้บัตรเครดิตใบใหม่ จับจ่ายซื้อของจำเป็นได้อีกด้วยครับ 

 

ว่าด้วยการใช้ “สินเชื่อส่วนบุคคล” 

 

อันนี้เราคงไม่ต้องอธิบายกันมากนะครับว่า สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร สินเชื่อส่วนบุคคล คือสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนๆ สามารถสมัครได้เลย เพียงใช้เอกสารไม่กี่อย่างเท่านั้น เราก็จะได้เงินก้อนมาอยู่ในมือเพื่อนำไปปิดหนี้บัตรเครดิตที่เรามีอยู่ เพราะฉะนั้น เรามาดูกันครับว่า แล้วทางเลือกนี้มีข้อดีอะไรบ้าง

 

  1. เหมาะกับหนี้ก้อนใหญ่ เพราะสินเชื่อส่วนบุคคล สามารถกู้ได้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือบางราย ให้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ เพราะฉะนั้น หากหนี้บัตรเครดิตเราเยอะ นี่อาจเป็นทางเลือกที่ดี

  2. เป็นการบังคับให้เราจ่ายหนี้คืนเป็นรายเดือน เดือนละเท่าๆ กัน สร้างวินัยได้ดีกว่า อาทิ ตามสัญญาบอกว่า ต้องจ่ายคืนภายใน 48 เดือน เราก็จ่ายไปจนครบ แต่การใช้บัตรเครดิตใหม่เพื่อโอนหนี้ มันมีทางเลือกให้เราจ่ายแค่ขั้นต่ำ นั่นหมายความว่าหากเราไม่มีวินัย อาจจะทำให้เราตกอยู่ในวังวนของหนี้สินได้อีก

  3. หากเงินเหลือ สามารถใช้เงินไปกับสิ่งจำเป็นอื่นได้ เพราะด้วยความที่เราได้เงินก้อนมา หลังจากเราปิดหนี้บัตรเครดิตซึ่งเป็นวัตถุประสงค์แรกไปเรียบร้อยแล้ว เราสามารถนำส่วนนี้ไปใช้ในเรื่องจำเป็นอื่นๆ อาทิ ค่าเทอม ซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น

 

ข้อเสียล่ะมีมั้ย

 

แน่นอนครับ มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย อย่างแรกก็คือ ความยืดหยุ่นของการชำระหนี้ แทบจะไม่มีเลย เพราะมันจะบังคับให้เราจ่ายเท่าๆ กันทุกเดือนจนกว่าจะหมด ดังนั้น หากมีเรื่องราวฉุกเฉินเกิดขึ้นและเราไม่สามารถจ่ายได้จำนวนนั้น หากเป็นทางเลือกของบัตรเครดิต เรายังจ่ายขั้นต่ำได้ แต่ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล เราจะโดนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทันทีครับ เพราะฉะนั้น หาก “ความยืดหยุ่น” คือสิ่งที่เพื่อนๆ เป็นกังวล ทางเลือกแรก อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่า 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือก พี่หมีจะไม่ขอฟันธงนะครับว่าเพื่อนๆ ควรเลือก ทางเลือกไหน เพราะพี่หมีเชื่อว่า เพื่อนๆ แต่ละคนมีสภาพปัญหาหนี้บัตรเครดิต และสุขภาพทางการเงินแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ศึกษาทางเลือกทั้งสองให้ดี และตัดสินใจทางการเงินอย่างชาญฉลาดนะครับ พี่หมีเป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆ นะครับ สู้ๆ 

เปรียบเทียบ-บัตรกดเงินสด