หลายคนที่ติดตามข่าว ด้านการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนนั้น คงได้ยินชื่อเกี่ยวกับกองทุน SSF มาบ้างใช่ไหมครับ ซึ่ง SSF นี้เป็นกองทุนที่เน้นการออมระยะยาว และเป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีใหม่แทนกองทุน LTF ที่หมดอายุไปเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อจากนี้ LTF ยังซื้อได้นะครับ แต่ถ้าเราซื้อ LTF นับตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป เราจะไม่ได้สิทธิในการลดหย่อนภาษีแล้ว แต่สามารถขายคืนได้โดยจะไม่หักภาษีกำไรเหมือนกับกองทุนอื่นๆ ครับ

กองทุน SSF คือ อะไร สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ได้อย่างไร

SSF นั้น มีชื่อย่อมาจาก Super Savings Fund หรือ กองทุนรวมเพื่อการออม เป็นกองทุนน้องใหม่แกะกล่อง ที่ทางรัฐบาลตั้งใจว่าจะช่วยให้คนไทยเกิดการออมในระยะยาวมากขึ้น (จากเดิมที่ LTF มีระยะเวลาถือครองไม่นานนักเพียง 5 ปี แล้วขยับมาเป็น 7 ปีปฏิทิน) ซึ่งในเมื่อเป้าหมาย คือ อยากให้ประชาชนออมเงินในระยะยาว ดังนั้น ผู้ที่ซื้อกองทุนนี้จึงต้องถือครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับจากวันที่ซื้อครับ

ประเภทของกองทุน SSF

SSF นั้นไม่ได้มาคนเดียว แต่มากับ SSFX หรือ SSF แบบพิเศษ ว่าแต่...แล้วกองทุน 2 ตัวนี้มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง เราไปดูกันเลยครับ

กองทุน SSF มีลักษณะอย่างไร

  1. ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท แต่เมื่อนับรวมกับกองเกษียณอายุอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  2. เริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ปี 2563-2567
  3. ต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
  4. เป็นกองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท สามารถเลือกกองทุนได้อย่างหลากหลาย เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ และช่วงอายุของเราเอง
  5. ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี ปีไหนที่มีรายรับมาก อยากใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ก็เราซื้อ SSF ในปีนั้น

กองทุน SSF พิเศษ หรือ SSFX มีลักษณะอย่างไร

  1. ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง % ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี และไม่ต้องนับรวมกับกองเกษียณอายุอื่นๆ หมายความว่าเราซื้อ SSFX เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เต็มที่ 200,000 บาทเลย แม้ว่าสิทธิลดหย่อนนั้นจะเกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินของเราก็ตาม
  2. เริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. ในปี 2563 เท่านั้น
  3. ต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
  4. เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย ไม่น้อยกว่า 65% ของNAV ซึ่งจากสภาวะความผันผวนของตลาดในช่วงนี้ก็จัดว่ามีความเสี่ยงมากกว่า SSF ครับ
  5. ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี

กองทุน SSF เหมาะกับใคร?

กองทุน ssf

 

กองทุน SSF เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีฐานภาษีอยู่ในระดับปานกลาง และมีความต้องการที่จะลดหย่อนภาษีเฉพาะในปีนั้นๆ สามารถออมยาวถึง 10 ปีได้ เพราะสามารถซื้อกองทุน SSF เพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของเงินได้พึงประเมิน เช่น หากเรามีรายได้พึงประเมินประมาณ 400,000 บาท/ปี จะซื้อ SSF ลดหย่อนได้สูงสุดถึง 30% หรือ 120,000 บาท ซึ่งต่างจาก LTF แบบเดิมที่เราจะซื้อลดหย่อนภาษีได้สูงสุดแค่เพียง 15% หรือ 60,000 บาท เท่านั้น

SSF กับ RMF ลงทุนอะไรดีกว่ากัน?

แม้สิทธิในการลดหย่อยภาษีของ LTF จะหมดไปแล้ว แต่ยังมีกองทุนอีกตัวหนึ่งที่มีชื่อเสียงและนักลงทุนรู้จักไม่แพ้กัน นั่นก็คือ RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งยังคงให้สิทธิลดหย่อนภาษีอยู่ แล้วเราจะซื้อตัวไหนดีระหว่าง SSF กับ RMF ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หลักและความพร้อมทางด้านการออมเงินของเพื่อนๆ ครับ

  • เน้นลงทุนเพื่อการเกษียณ : สำหรับเพื่อนๆ ที่เน้นออมระยะยาวต่อเนื่อง พี่หมีแนะนำให้เลือก RMF เพราะมีนโยบายกองทุนให้เลือกอย่างหลากหลาย สามารถเลือกบริหารความเสี่ยงที่ตรงกับสไตล์ของเราได้ แต่จะต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บออมเป็นเงินก้อนไว้ใช้ยามเกษียณ จึงเหมาะสำหรับคนที่มีรายได้แน่นอน และสามารถแบ่งเงินบางส่วนเก็บไว้ได้ ไม่มีเหตุต้องรีบใช้ครับ
  • เน้นลดภาษี แต่ออมไม่ต่อเนื่อง: กรณีนี้พี่หมีแนะนำว่าควรเลือกกองทุน SSF เพราะสามารถเลือกลงทุนเฉพาะในปีที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนได้ แต่ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน ต้องการเก็บเงินระยะยาวได้ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และยังได้สิทธิลดหย่อนทางภาษีอีกด้วยครับ

กองทุน SSF กับประกันสะสมทรัพย์ล่ะ? อะไรดีกว่ากัน?

กองทุน ssf

 

อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในการลดหย่อนภาษีก็คือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือที่หลายๆ คนคุ้นเคยในรูปแบบประกันภัยสำหรับออมทรัพย์ แต่หลายคนคงสงสัยว่า เราควรซื้อกองทุน SSF หรือประกันสะสมทรัพย์เพื่อลดหย่อนภาษีดีกว่ากันใช่ไหมครับ? เช่นเดียวกันครับ การลงทุนตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หลักและกับไลฟ์สไตล์ของเพื่อนๆ เป็นหลัก โดยสามารถดูจุดประสงค์ได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ

  • รับความเสี่ยงได้มากไหน ถึงแม้ว่ากองทุน SSF จะสามารถเลือกความเสี่ยงได้ตามความพึงพอใจของเรา แต่ขึ้นชื่อว่า การลงทุน ก็ย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นเพื่อนๆ ที่จิตใจอ่อนไหว ไม่ชอบลุ้นกำไรขาดทุน หรือมีกำหนดที่ต้องใช้เงินก้อนดังกล่าวที่แน่นอน ทางเลือกที่โดนใจน่าจะเป็น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่มีเงินคืนระหว่างทางและเงินก้อนครบสัญญาในจำนวนที่แน่นอนตามสัญญา แต่พอมีความรู้เรื่องลงทุนบ้าง พอครบกำหนดขาดทุนบ้างก็ไม่เป็นไร รอให้กำไรค่อยขายได้ ทางเลือกที่โดนใจน่าจะเป็นกองทุน SSF ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าเดิมครับ
  • เก็บเงินเพื่อใคร เป้าหมายของการเก็บเงินก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญต่อการมองหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับเราครับ ถ้าเราอยากเก็บเพื่อตนเอง ไม่ได้มีใครเดือดร้อน หรือต้องดูแลคนข้างหลัง ทางเลือกที่โดนใจน่าจะเป็นกองทุน SSF ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชื่นชอบของตนเอง แต่หากเป็นการเก็บเงินเพื่อคนในครอบครัว ทางเลือกที่โดนใจน่าจะเป็น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่นอกจากเราจะได้เงินก้อนที่แน่นอนตามกำหนดสัญญาแล้ว ยังมีเงินทุนประกันชีวิตที่จะมาช่วยเหลือครอบครัวและคนที่เรารักได้ในยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกด้วย

 

จะเห็นว่า กองทุน SSF เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการลดหย่อนภาษี อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงทุน ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อกองทุน SSF เพื่อนๆ ควรศึกษาเงื่อนไขให้ดีก่อน หรือสามารถอ่านรายละเอียดการออมเงิน และการวางแผนทางการเงินอื่นๆ ได้ที่บล็อกของพี่หมีเลยครับ แต่ถ้าใครที่กำลังมองหาประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี หรือข้อมูลเกี่ยวกับการทําประกันชีวิต ก็สามารถเข้ามาเปรียบเทียบแผนประกันและหาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของพี่หมีโกแบร์ได้เช่นกันครับ

เปรียบเทียบประกันชีวิต

Thus Noumong

Thus Noumong

บรรณาธิการประจำโกแบร์ประเทศไทย ยามว่างชื่นชอบการออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน หรือในครัว รักในการเขียนเรื่องราวไลฟ์สไตล์และต้องการทำให้เรื่องการเงิน ย่อยง่าย เข้าถึงได้ทุก ๆ คน

คลิกเพิ่มเติม