ภาษีมรดก กับเรื่องจริงที่ไม่อิงแค่ในละคร

 

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี

เชื่อว่าเมื่อพูดถึงมรดก ทุกคนจะเกิดภาพเดียวกันว่ามรดกคือทรัพย์สินที่ส่งทอดจากคนหนึ่งสู่อีกคนเมื่อมีเหตุเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่เรื่องของมรดกไม่ได้มีแต่ฉากอ่านพินัยกรรมต่อหน้าครอบครัวแบบในละครเท่านั้นครับ แต่มรดกยังมีเรื่องการคำนวณอัตราภาษีและการยื่นจ่ายภาษีตามกฎหมายอีกด้วย เพราะเมื่อเรารับทรัพย์สินจากใคร การจัดการทรัพย์สินนั้นก็จะเป็นความรับผิดชอบของเราอีกทอดทันที วันนี้พี่หมีมีข้อมูลเกี่ยวกับภาษีมรดกแบบเข้าใจง่ายมานำเสนอครับ ตั้งแต่ภาษีมรดกคืออะไร ทรัพย์สินใดนับเป็นมรดกได้บ้าง และภาษีมรดกที่ว่าต้องคำนวณอย่างไร จ่ายอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลเตรียมพร้อมสำหรับการจัดการมรดกที่เราอาจได้รับในอนาคตครับ

ภาษีมรดกคืออะไร ทุกคนที่ได้รับมรดกต้องจ่ายเท่ากันหรือไม่

ภาษีมรดก หรือภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) คือภาษีที่เก็บจากมูลค่าทรัพย์สินของทายาทแต่ละคนหลังได้รับจากกองมรดกของผู้ตาย โดยผู้เสียภาษีคือผู้รับมรดก ทุกคน ตามสัดส่วนของทรัพย์สินที่ได้รับ แต่หากผู้รับมรดกใกล้ชิดกับผู้ตายก็มีโอกาสรับภาระภาษีน้อยกว่า เพราะภาษีมรดกได้กำหนดค่าลดหย่อนและอัตราภาษีที่เป็นประโยชน์กับผู้รับที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ตายไว้

คำสำคัญของภาษีมรดกคือ มรดก และ ผู้ได้รับมรดก

ภาษีมรดกนั้นมี 2 คำสำคัญที่ต้องเข้าใจนิยามทางกฎหมายเพราะเกี่ยวข้องกับการคำนวณภาษีโดยตรงคือ มรดก และ ผู้ได้รับมรดก

คำว่า มรดก ในพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 อ้างอิงความหมายตามมาตรา 1599-1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวไว้ว่า คือทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายหรือเจ้ามรดก ซึ่งรวมถึงสิทธิ หน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตลอดจนหนี้สิน มรดกจึงไม่ได้หมายถึงทรัพย์สินหรือสิทธิต่างๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงหนี้สินและการทำหน้าที่แทนด้านใดๆ ด้วย ซึ่งกฎหมายให้เหตุผลว่าต้องกำหนดไว้เช่นนี้เพื่อความเป็นธรรม โดยทรัพย์สินที่ใช้ในการคำนวณและเทียบอัตราภาษีมรดกจะเป็นมูลค่าหลังหักหนี้สินที่ตกทอดมาจากการรับมรดกนั้นแล้ว

ส่วนคำว่า ผู้ได้รับมรดก คือผู้รับมรดกจากผู้ตายหรือทายาท ทางกฎหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือทายาทโดยสิทธิตามกฎหมาย คือผู้รับมรดกที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือความสัมพันธ์ทางสายเลือด ได้แก่ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน และเครือญาติอื่น ๆ ตามลําดับที่กฎหมายกําหนดไว้ กลุ่มต่อมาคือทายาทโดยพินัยกรรม คือผู้รับพินัยกรรมที่ระบุไว้ในพินัยกรรมนั่นเองครับ

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

มรดกแบบใดถึงต้องเสียภาษีมรดก

อัตราภาษีมรดกจะเริ่มคำนวณจากการได้รับมรดกสุทธิ ไม่ว่าจะคราวเดียวหรือหลายคราว หากรวมกันแล้วมีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท ผู้รับมรดกจะเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกทันที โดยทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกมี อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน หลักทรัพย์ตามกฎหมาย เงินฝากในประเทศ ยานพาหนะจดทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา นอกจากนี้ยังต้องมีการทบทวนมูลค่ามรดกทุก 5 ปี การคำนวณมูลค่าว่าเกิน 100 ล้านบาทหรือไม่จะคำนวณด้วยมูลค่าสุทธิของมรดกจากเจ้ามรดก 1 รายเท่านั้นครับ กรณีผู้รับ 1 คนได้รับจากเจ้ามรดกหลายราย ต่อให้รวมของแต่ละรายเข้าด้วยกันแล้วเกิน 100 ล้าน แต่หากแยกส่วนแล้วมูลค่าสุทธิแต่ละส่วนไม่ถึง ผู้รับก็ไม่ต้องเสียภาษีใดๆ

อัตราเสียภาษีมรดก

มูลค่าที่ใช้ในการเทียบอัตราภาษีจะคำนวณจากมูลค่าเฉพาะส่วนที่เกินจาก 100 ล้านบาทขึ้นมา โดยมีเพดานเสียภาษีที่อัตราคงที่ 10% หากเป็นทายาทใกล้ชิดหรือผู้สืบสันดาน อัตราเสียภาษีจะลดลงมาเป็นคงที่ 5% และหากเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย ไม่ต้องเสียภาษีครับ

ขั้นตอนการเสียภาษีมรดก

ขั้นตอนดำเนินการจ่ายภาษีมรดกนั้น ผู้เสียภาษีต้องจ่ายขั้นต้นพร้อมยื่นแบบแสดงรายการที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่สาขา ภายใน 150 วัน (นับตั้งแต่วันที่ได้รับมรดก) หากภายใน 1 ปี ทางกรมสรรพากรตรวจสอบและประเมินภาษีแล้วพบว่าต้องเสียเพิ่ม ต้องเสียภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับใบแจ้ง ภาษีมรดกยังสามารถยื่นผ่อนจ่ายราย 2-5 ปีได้ หากสามารถผ่อนจ่ายได้ครบภายใน 2 ปี ไม่ต้องเสียอัตราเพิ่ม หากนานกว่านั้น (สูงสุดคือภายใน 5 ปี) ต้องเสียอัตราเพิ่มอีก 0.75% ต่อเดือน

กรณีที่พบการประเมินไม่สมเหตุสมผลจากทางหน่วยงาน ผู้เสียภาษีสามารถสามารถอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินได้ภายใน 30 วัน ยื่นเรื่องต่อศาลได้ภายใน 180 วัน และหากเป็นตามนั้นจริงก็สามารถขอคืนภาษีที่เสียเกินไปได้ภายใน 5 ปี

การเลี่ยงภาษีมรดกแม้ไม่จงใจก็มีโทษทางกฎหมายเช่นกัน หากไม่ยื่นภาษีมรดกตามกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาทพร้อมเบี้ยปรับอีก 1 เท่าของภาษี หากยื่นภาษีไม่ครบหรือไม่ตรงตามความเป็นจริงต้องเสียเบี้ยปรับ 0.5 เท่าของภาษีที่ต้องเสียเพิ่ม หากเจ้าพนักงานทำข้อมูลผู้เสียภาษีหลุดไปยังบุคคลไม่เกี่ยวข้องและไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชนต์ต่อหน้าที่ตามกฎหมาย โทษของเจ้าพนักงานคือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

วางแผนภาษีมรดกได้ตั้งแต่ต้นด้วย ประกันชีวิต

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าภาษีมรดกเป็นภาษีที่เกิดขึ้นหลังการสูญเสีย แต่ขณะเดียวกัน ภาษีมรดกเป็นเรื่องที่เราสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ตั้งแต่ตอนยังมีชีวิตอยู่ครับ เครื่องมือจัดการภาษีมรดกที่มีประสิทธิภาพและไม่ขัดต่อข้อกฎหมายคือ ประกันชีวิต เพราะหนึ่งในข้อดีของประกันชีวิตก็คือ การทำประกันชีวิตครั้งหนึ่งนั้น นอกจากสิทธิคุ้มครองที่เราจะได้ในฐานะผู้ใช้ประกันแล้ว สินไหมทดแทนหรือเบี้ยประกันจากประกันชีวิตยังสามารถส่งต่อให้คนที่เรารักเมื่อเราจากไป โดยที่เงินก้อนดังกล่าวจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเข้าคำนวณภาษีมรดก ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย ขอเพียงแค่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์อย่างชัดเจนครับ

ประกันชีวิตแต่ละรูปแบบก็มีอัตราสินไหมทดแทนและสิทธิ์ประโยชน์ด้านภาษีมรดกแตกต่างกันไป สามารถเลือกสรรประกันที่ให้ประโยชน์สองต่อได้ และหากไม่แน่ใจว่าประกันชีวิตแบบไหนจะตอบโจทย์เรื่องมรดกบ้าง ทางโกแบร์มีข้อมูลประกันชีวิตหลากหลายรูปแบบที่คัดสรรแล้วว่าล้วนตอบโจทย์และสิทธิ์ประโยชน์คุ้มจ่ายอย่างแน่นอนสำหรับการแนะนำและให้คำปรึกษา สามารถปรึกษาพี่หมีได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

เปรียบเทียบประกันชีวิต

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม