เมนู

ปิด
วางแผนการเงิน

เริ่มทำงานไม่กี่ปี วางแผนการเงินอย่างไรดีนะ?


เชื่อว่านักศึกษาจบใหม่ไฟแรงเกือบทุกคน ที่พึ่งเริ่มต้นทำงานได้ไม่กี่ปี มักท้อแท้กับการออมเงิน เพราะด้วยรายรับ (เงินเดือน) ส่วนใหญ่ เริ่มต้นด้วยอัตราขั้นพื้นฐาน บวกกับรายจ่ายนู่นนั่นนี่ที่มากมาย ทำให้การออมเงินนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวไป แต่ก็ใช่ว่าวัยอย่างพวกเราจะสิ้นหวังไปเสียหมด ลองมาดูเคล็ดลับง่ายๆ ไม่กี่ข้อเหล่านี้กัน เพื่อทำให้การออมเงินดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น


อันดับแรก เราควรสร้างทัศนคติที่ดีต่อการออมเงินก่อน
 

via GIPHY


แม้หลายคนจะยึดคติที่ว่า “ได้มาเท่าไหร่ ใช้ให้หมด” เพราะตลอดทั้งเดือนเราต่างเหนื่อย ตรากตรำทำงานกันมา ดังนั้นเมื่อถึงสิ้นเดือนได้รับค่าตอบแทนแล้ว ก็จำเป็นต้องใช้บำเรอตัวเองให้สาสม! แต่เดี๋ยวก่อน นั่นอาจไม่ใช่วิธีการคิดที่ทำให้ชีวิตเราสุขสมเสมอไป เพราะเราจะมีวงจรชีวิตที่สาแก่ใจเพียงชั่วครู่ และหลังจากนั้นก็มักจะต้องประหยัดกันสุดฤทธิ์ เพื่อทำให้เงินที่เหลือ พอใช้ไปวันๆ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากมีชีวิตบั้นปลายที่หาเช้ากินค่ำไปตลอดจริงไหม…ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะทำอย่างไรดี?


ลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนทัศนคติการใช้เงินก่อนเลย เช่น เราไม่จำเป็นต้องออมเงินจนไมเกรนกำเริบ เพียงแต่เราต้องมีสติในการใช้เงินให้มากขึ้นก็เท่านั้น และพยายามเก็บออมขั้นต่ำสุดเท่าที่เราจะทำได้ ซึ่งตามหลายทฤษฎีแนะนำว่าอัตราขั้นต่ำของการออมเงินที่ดีคือ 10 เปอร์เซ็นของรายรับ เช่น เราได้เงินเดือน 15,000 บาท ก็ควรออมอย่างน้อยๆ 1,500 บาท แต่แน่นอนว่าถ้าเราจะออมสัก 1,000 บาท/เดือนก็ไม่ได้แย่อะไร หรือเก็บวันละ 50 บาทก็สามารถทำได้ โดยเราควรทำตามทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง เพื่อให้การออมเงินเต็มไปด้วยจิตใจที่มีความสุข และนั่นหมายความว่าลำดับถัดมา เราจะเริ่มมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการออมเงินในครั้งนี้


อันดับถัดมา ทำ 2 ป. คือ ป.เป้าหมาย และ ป.ปฎิเสธ
 

via GIPHY


สำหรับ “ป.เป้าหมาย” นั้นในบางคนนั้น จะไม่สามารถมีทางเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากกิเลสหนุนนำจิตใจ ซึ่งนั่นหมายความว่า วิธีที่ดีที่สุดในการออมเงินให้เกิดผลคือ ให้กิเลสช่วยนำทางนั่นเอง เช่น บ้าน คอนโด รถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์หรือแม้แต่การศัลยกรรมหน้าใหม่ก็ยังได้ อย่างไรก็ตามในกระบวนการนี้ หลายคนอาจตกเป็นเหยื่อกิเลสในใจจนทำให้การออมเงินนั้น กลายเป็นการเป็นหนี้แทน ซึ่งเราต้องระมัดระวังให้มาก หรือควรปฏิบัติตาม ป. ถัดไป คือ ป.ปฏิเสธ


สำหรับ “ป.ปฏิเสธ” นั้น คือการปฏิเสธเสียงแข็งกับการใช้เงินในอนาคต หรือการรูดบัตรเครดิตนั่นเอง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หากเราไม่ใช้บัตรเครดิตให้เกิดหนี้ที่ไม่สร้างมูลค่า หรือตัดการซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไปซะ เช่น ซื้อเครื่องสำอางใหม่ๆ แต่ลืมไปว่าเครื่องสำอางที่ยังมีอยู่ ยังไงก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ควรปฏิเสธการสร้างหนี้เพิ่ม เช่น สมัครบัตรเครดิตหลายๆ ใบเผื่อไว้ เพราะจริงๆ แล้วเราอาจไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตในกระเป๋าหลายใบ ขอแค่มีเงินนอนในบัญชีไว้สบายใจกว่า


และอันดับสุดท้าย นำไปลงทุนต่อ
 

via GIPHY


เมื่อเราเริ่มมีการบริหารค่าใช้จ่ายและรายได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ควรวางแผนนำเงินจำนวนหนึ่งที่ออมไว้ไปลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าต่อ เช่น นำไปลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่สามารถไถ่ถอนได้ทุกวันทำการ หรืออาจนำไปทำธุรกิจที่เราสนใจ ซึ่งไม่กระทบต่องานประจำที่ทำอยู่และมีแนวโน้มว่าสามารถเติบโตได้ดี เป็นต้น

 

ขอบคุณบทความจาก MoneyHub 


Compare-Credit-Cards-in-Seconds.png