การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่ควรรู้

 

ในปัจจุบัน.. คนไทยส่วนใหญ่หันมาใช้รถยนต์ส่วนบุคคลกันมากขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรถโดยสารสาธารณะมีอัตราค่าบริการที่สูงเกินไป เมื่อลองคำนวณค่ารถโดยสารสาธารณะและค่าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลของแต่ละเดือน พบว่า การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากกว่า

กฎหมายจราจร หมายถึงอะไร

กฎหมายจราจร หมายถึง กฎหมายหลักในการบังคับควบคุมการจราจรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีความเป็นระเบียบ โดยกฎหมายจราจรที่ใช้เป็นหลักในประเทศไทยปัจจุบันก็คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 นั่นเองครับ

ซึ่งการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลยังมีคนจำนวนมากที่ละเมิดกฎหมายจราจร ทั้งนี้ อาจจะกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ได้ แต่ในเมื่อทุกคนใช้ถนนสาธารณะร่วมกัน ดังนั้น กฎหมายจราจรจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เพราะเป็นกฎหมายในการควบคุมการจราจรให้มีระเบียบและเรียบร้อย และวันนี้พี่หมีโกแบร์นำกฎหมายจราจรเบื้องต้นที่ทุกคนจำเป็นต้องทราบ เพราะอาจจะพบเจออยู่บ่อยครั้ง มากฝากเพื่อน ๆ ครับว่าแต่.. จะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย!

กฎหมายจราจรที่ควรรู้มีอะไรบ้าง

  1. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (อันตรายถึงชีวิต)

    การคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นการกระทำที่ใกล้ตัวมากและสามารถปฏิบัติได้ง่ายที่สุด ซึ่งถึงแม้ว่ารถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะมีระบบเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย แต่ยังมีคนขับและผู้โดยสารข้างคนขับอีกจำนวนมากที่ละเมิดกฎหมายจราจรในข้อนี้ โดยกฎหมายระบุว่า หากฝ่าฝืนจะมีทั้งความผิดเฉพาะตัวคนขับที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย และความผิดที่ไม่จัดให้คนนั่งด้านหน้าคู่รัดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสาร และมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท นอกจากจะผิดกฎหมายจราจร การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย

  2. ขับรถเร็ว.. แรงทะลุกฎหมาย

    เรียกได้ว่า การขับรถเร็วเกินกำหนด น่าจะเป็นกฎหมายจราจรที่มีผู้ฝ่าฝืนเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ถึงแม้ว่าจะมีการติดตั้งกล้องจับความเร็ว แต่ผู้ขับขี่มักจะชะลอความเร็วลงตรงกล้อง และเมื่อพ้นกล้องจะกลับมาใช้ความเร็วสูงเท่าเดิม ซึ่งความเร็วที่กฎหมายจราจรกำหนดไว้ คือ รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนจำนวนมาก และการขับรถเร็วเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

  3. ถ้าเขาจะเลี้ยว (ไม่เปิดไฟเลี้ยว เขาก็เลี้ยว)

    พี่หมีโกแบร์คิดว่า การเลี้ยวโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว น่าจะเป็นปัญหาที่ใครหลายคนเคยเจอ และอาจจะหงุดหงิดกับการกระทำดังกล่าว หลายครั้งที่เลี้ยวโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือเลี้ยวอย่างกระทันหัน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่เสมอ เพราะในความเป็นจริง ผู้ขับขี่ทุกคนควรเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเป็นสัญญาณให้กับรถคันหลัง กฎหมายระบุว่า ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้า เปลี่ยนช่องเดินรถ ลดความเร็วของรถ จอดรถ หรือหยุดรถ ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน หรือไฟสัญญาณก่อนที่จะเลี้ยวรถ เป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร และต้องให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

  4. หยุด หยุดกีดขวางการจราจรก่อน ใบสั่งผมร้อนจนทนไม่ไหว อยากให้คุณแล้ว

    ในปัจจุบันยังพบ การหยุดรถในเขตห้ามหยุด อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถยนต์คันอื่นไม่สามารถเข้า - ออกได้ เพราะก่อให้เกิดการขีดขวางการจราจร การกระทำดังกล่าวจึงมีโทษตามความผิด และปรับไม่เกิน 500 บาท

  5. เลนซ้ายรถเยอะจัง ผิวถนนก็ไม่ดี.. งั้นขอแช่ขวาตามคันหน้าแล้วกัน มีใครเคยกระทำแบบนี้บ้างหรือเปล่าครับ ขับรถแช่ขวาผิดหรือไม่ผิด? คำถามที่ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในสังคมไทย ซึ่งกฎหมายจราจรกำหนดไว้ คือ กรณีที่มีถนนมากกว่า 1 เลน ในการเดินรถแต่ละทิศทางสามารถแซงรถทางขวาได้ แต่กำหนดให้ต้องกลับเข้ามาในเลนทางซ้ายเมื่อแซงเสร็จแล้ว และมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ต่อให้เพื่อน ๆ ขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายจราจรกำหนด การวิ่งแช่ขวาถือว่า มีความผิด เพราะเลนขวามีไว้แซงเท่านั้น พี่หมีโกแบร์เตือนแล้วนะ!

  6. ถ้าไม่อยากถูกล็อคล้อ ห้ามจอดเด็ดขาด!

    หลายครั้งที่พบเห็น การจอดรถในที่ห้ามจอดหรือป้ายห้ามจอด ซึ่งการกระทำดังกล่าว สามารถถูกล็อคล้อและต้องไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจราจร และมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

  7. สำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ ทำไมต้องพก?

    กฎหมายระบุว่า ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและต้องมีใบอนุญาตขับรถและสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ ในขณะขับหรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่พนักงานได้ทันที โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันความเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบของรถแก่เจ้าหน้าที่พนักงาน

  8. ขณะข้ามทางม้าลาย รถต้องหยุดหรือคนต้องรอ?

    ในความเป็นจริงและมารยาททางสังคมเมื่อเห็นสัญญาณไฟคนข้ามถนน ผู้ใช้รถต้องหยุดให้คนข้ามก่อน เพราะหากไม่หยุดรถให้คนข้าม ผู้ใช้รถจะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

  9. ไม่เปิดไฟตัดหมอกพร่ำเพรื่อ

    ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ติดตั้งไฟตัดหมอกมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานแทบจะทุกรุ่น เพื่อช่วยในการมองเห็นยามค่ำคืน ถึงแม้ว่ากฎหมายจราจรอนุญาตให้ใช้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เพื่อน ๆ สามารถเปิดได้ตามใจตลอดเวลา เพราะไฟตัดหมอกคล้ายกับสปอร์ตไลท์ มีการถูกปรับแต่งให้มุมแสงส่องลงด้านล่าง ซึ่งอาจทำให้แยงตาเพื่อนร่วมทางขณะขับรถได้ ดังนั้น หากเปิดไฟตัดหมอกบนท้องถนนทั่วไป อาจจะถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

  10. เมาไม่ขับ กลับถึงบ้าน

    เมื่อแอลกอฮอล์เข้าปากเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่า ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เพราะการกระทำดังกล่าว ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ในกรณีที่ตรวจพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เพื่อน ๆ จะถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับทันที กฎหมายระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ชั่วคราวไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปเลย

กฎหมายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมอย่างหนึ่ง ดังนั้นทุกคนควรปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ๆ อาจจะมีบางครั้งที่หลายคนทำผิดกฎหมายอย่างไม่รู้ตัว แต่การปฎิบัติตามกฎหมายจราจร นอกจากจะไม่ถูกโทษปรับ ยังเป็นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย เมื่อรู้กฎหมายเบื้องต้นแล้ว อย่าลืมปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดกันด้วยนะครับ เพื่อชีวิตของตนเองและคนในสังคม

แต่ถึงจะปฎิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดเพียงใด ก็ไม่มีอะไรรับรองได้ว่า จะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถของเรานะครับ ทางทีดีที่สุดคือ เราต้องยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนด้วยการไม่ลืมต่อประกันรถยนต์และพรบ.รถยนต์ของเราในทุกๆ ปี อย่างน้อยเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้มีประกันช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ ซึ่งถ้าใครที่กำลังมองหาประกันภัยที่ใช่ในราคาที่ชอบ ก็เข้ามาเปรียบเทียบแผนประกันต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์โกแบร์ของพี่หมีเลยครับ

เปรียบเทียบประกันรถ

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม