รู้จักน้ำมันเกียร์และการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่ถูกต้อง

 

เกียร์รถถือเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากเราละเลยไม่ดูแลรักษาให้ดี เกิดมีปัญหาขึ้นมาคงต้องเตรียมเงินเพื่อซ่อมแซมราคาหลักหมื่นเลยทีเดียว โดยปกติเกียร์รถจะมีอายุการใช้งานนานถึง 10 ปี หรืออาจจะมากกว่า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ศึกษาข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้เกียร์ออโต้ และการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์เพื่อยืดอายุให้เกียร์รถด้วย

น้ำมันเกียร์คืออะไร

น้ำมันเกียร์ คือ น้ำมันหล่อลื่นระบบเกียร์ธรรมดาและระบบเกียร์ออโต้ ซึ่งกลไลการทำงานของระบบเกียร์มีความซับซ้อน และมีแรงเสียดทานตลอดระยะเวลาในการขับขี่ น้ำมันเกียร์จึงช่วยในการหล่อลื่นให้ระบบเกียร์สามารถทำงานได้อย่างดี และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเกียร์สะดุดเวลาที่เพื่อน ๆ ทำการเปลี่ยนเกียร์ การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะที่กำหนดยังช่วยให้รถมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดเสียงดังและการสั่นสะเทือน ช่วยลดการสึกหรอ ช่วยชะล้างเศษโลหะ และช่วยป้องกันสนิมจากการกัดกร่อนของชิ้นส่วนภายในเกียร์อีกด้วย

น้ำมันเกียร์ออโต้ น้ำมันเกียร์ธรรมดา ต่างกันอย่างไร

ถึงแม้น้ำมันเกียร์ทั้งสองชนิดจะทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นที่ช่วยลดแรงเสียดทานเหมือนกัน แต่น้ำมันเกียร์ทั้งสองชนิดก็ต่างถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ให้เหมาะกับการทำงานของเกียร์แต่ละประเภท จึงทำให้น้ำมันเกียร์มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังนี้

ความแตกต่าง น้ำมันเกียร์ออโต้ น้ำมันเกียร์ธรรมดา
ความหนืด มีความหนืดต่ำกว่าเพื่อให้ไหลลื่นได้อย่างอิสระ สามารถแทรกซึมเข้าไปในชิ้นส่วนต่างๆ ได้ทั่วถึง รองรับการทำงานของเกียร์ออโต้ที่เป็นระบบฟันเฟืองประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ มากมายและมีการเคลื่อนไหวมากกว่า มีความหนืดสูงกว่าเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ได้ลื่นไหลและป้องกันการสึกหรอได้ดีเยี่ยม รองรับการทำงานของรถเกียร์ธรรมดาที่เป็นระบบคลัทช์และการสับเกียร์ที่เกิดแรงเสียดสีค่อนข้างมาก
ความทนทานต่อความร้อน ทนต่อความร้อนและช่วยถ่ายเทความร้อนได้ดีพอสมควร แต่มีจุดเดือดที่ต่ำกว่า บางชนิดเติมสารที่ช่วยลดแรงเสียดทานและปกป้องชิ้นส่วนต่างๆ เข้าไปด้วย ทนต่อความร้อนได้สูงมาก เพื่อถ่ายเทความร้อนออกจากกระปุกเกียร์ที่เกิดจากแรงเสียดสีขณะใช้เกียร์ และมีจุดเดือดสูงเพื่อไม่ให้น้ำมันเกียร์ถึงจุดเดือดเร็วเกินไป
ความแตกต่างอื่นๆ ใส่สารป้องกันการเกิดฟองที่รบกวนการส่งถ่ายกำลัง และสารที่ทำให้ระบบเกียร์สะอาด ไม่กัดกร่อนชิ้นส่วนต่างๆ มีสารเพิ่มประสิทธิภาพรับแรงกดกระแทกและแรงบิดได้สูง

 

เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ออโต้ทำอย่างไรบ้าง

หลายคนอาจจะมองข้ามการกระทำดังกล่าว ทั้งที่จริง ๆ มันคือสิ่งจำเป็น วันนี้พี่หมีโกแบร์จึงอยากมาแนะนำ เคล็ดลับการดูแลรักษารถกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ก่อนที่เราจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ต้องทราบก่อนว่า รถที่ใช้เป็นยี่ห้ออะไร รุ่นปีไหน และใช้น้ำมันเกียร์ออโต้แบบไหน ซึ่งข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้หาไม่ยากครับ เราสามารถเช็กที่คู่มือรถได้เลย
    ข้อควรระวัง : การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ต้องใช้ตามที่คู่มือระบุไว้เท่านั้น ในกรณีที่เป็นเบอร์เทียบเคียง เพื่อน ๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า สามารถใช้ด้วยกันได้ เพราะถ้าใช้น้ำมันเกียร์ออโต้ผิดเบอร์ อาจจะทำให้มีปัญหาต่อระบบเกียร์ในอนาคตได้
  2. ขณะถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ภาชนะที่นำมารองรับควรเป็นแกลลอนที่มีตัวเลขบอกปริมาณ เพราะถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ออกมาเท่าไหร่ต้องใส่กลับไปเท่าเดิม เช่น เอาออกมา 5 ลิตร ต้องใส่กลับไป 5 ลิตร การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ในแนวระนาบโดยที่ไม่ใช้แม่แรงยก จะทำให้น้ำมันเกียร์ออโต้ออกมาเพียงบางส่วนเท่านั้น การใช้แม่แรงยกให้รถเอียงเพียงเล็กน้อย จะทำให้ให้ถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ออกมาได้มากขึ้น
  3. หลังจากที่เพื่อน ๆ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้เสร็จเรียบร้อย ควรทำการตรวจเช็กระดับน้ำมันเกียร์ออโต้อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ รถบางยี่ห้อบอกว่า ให้ทำการติดเครื่องยนต์และดึงไม้วัดขึ้นมาตรวจสอบ แต่บางยี่ห้อบอกว่า ให้ทำการดับเครื่องยนต์และดูระดับน้ำมันเกียร์ออโต้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถที่เพื่อน ๆ ใช้งาน ถึงอย่างไรก็ตาม เราควรตรวจสอบจากคู่มือรถให้แน่ชัด

ควรถ่ายน้ำมันเกียร์เมื่อไหร่ ?

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ควรเปลี่ยนตามที่คู่มือรถระบุไว้เท่านั้น ผู้ผลิตจะแนะนำว่า รถของคุณควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ และมีวิธีดูแลเบื้องต้นอย่างไร ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้จะมีระยะการเปลี่ยนที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อน ๆ ทุกคนควรเช็กจากที่คู่มือระบุไว้ และถ้าต้องการถ่ายน้ำมันเกียร์ออกมาทั้งหมด ต้องใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อถ่ายน้ำมันเกียร์เท่านั้น เรียกว่า flushing เป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ที่สมบูรณ์ที่สุด 3 - 4 ปี หรือ 7 - 8 หมื่นกิโลเมตร ควรทำ 1 ครั้ง เพื่อลดปัญหาเล็กน้อยที่คอยกวนใจ

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ย่อมถูกกว่าซ่อมเกียร์ออโต้อยู่แล้วครับ เมื่อมีรถก็หมั่นดูแลรักษาให้ดี ๆ อย่าละเลยจนทำให้ค่าบำรุงรักษากลายเป็นค่าซ่อมแซม เมื่อนั้นจะกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่อาจจะทำให้เราเจ็บหนัก ถึงอย่างไรก็ตามเราควรตรวจเช็ครถอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนข้างๆ รวมทั้งมองหาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือแผนประกันที่เหมาะสมติดรถไว้เพื่อชดเชยความเสียหายคู่กับพรบ.รถยนต์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม