วิธีล้างแอร์รถยนต์ด้วยตนเองแบบต่างๆ

  1. วิธีล้างแอร์รถยนต์แบบฉีดน้ำยาสเปรย์โดยตรง
  2. วิธีล้างแอร์รถยนต์แบบไม่ถอดตู้แอร์ด้วยน้ำยาโฟม
  3. วิธีล้างแอร์รถยนต์แบบถอดตู้แอร์

 

สำหรับผู้ใช้รถแล้ว แอร์รถยนต์เป็นสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญและส่งผลต่อความรื่นรมย์ในการขับขี่อย่างมาก หากวันใดแอร์ไม่เย็นหรือแอร์มีกลิ่นแปลกไป วันนั้นคุณคงต้องขับรถอย่างไม่มีความสุขไปทั้งวัน แต่เมื่อพูดถึงการล้างแอร์รถยนต์ ภาพในหัวของหลายคนคือการต้องทิ้งรถไว้ในคาร์แคร์เพื่อรอคิวผู้เชี่ยวชาญมาดูแลให้ แต่แท้จริงแล้วแอร์รถยนต์เป็นระบบเครื่องยนต์หนึ่งที่ผู้ใช้รถสามารถดูแลทำความสะอาดได้ด้วยตนเอง ประหยัดทั้งเงินและได้ทำความเข้าใจรถมากขึ้นอีกด้วย เรามี 3 วิธีล้างแอร์รถด้วยตนเองทั้งแบบประหยัดเวลาและละเอียดขั้นสุดมานำเสนอ ไปดูกันครับ

วิธีล้างแอร์รถยนต์แบบฉีดน้ำยาสเปรย์โดยตรง

การล้างแอร์รถยนต์ด้วยสเปรย์ล้างแอร์โดยตรงนั้นเป็นวิธีการที่สะดวกที่สุดเนื่องจากแทบไม่ต้องถอดส่วนประกอบใดของตัวแอร์เลย ขั้นตอนไม่ซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน ทำให้สามารถล้างได้บ่อยครั้ง โดยมีวิธีการเบื้องต้นดังนี้

  1. เขย่ากระป๋อง ประกอบหัวสเปรย์เข้ากับท่อหรือสายยางให้พร้อมใช้งาน
  2. สอดท่อต่อหัวสเปรย์เข้าทางมอร์เตอร์พัดลมแอร์หรือแผงคอยล์เย็นแล้วฉีดให้ทั่ว รวมถึงแผงช่องแอร์ จากนั้นทิ้งไว้ตามเวลากำกับในฉลากของน้ำยาสเปรย์ที่คุณเลือกใช้ โดยทั่วไปก็ราว 5-10 นาทีเท่านั้น
  3. เปิดประตูรถทุกบานแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ เร่งพัดลมแอร์เป็นความแรงสูงสุดทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีโดยไม่ต้องเปิดระบบทำความเย็น (A/C) เพื่อให้ระบบเครื่องยนต์ไล่ตัวน้ำยาออกมา เพียงเท่านี้แอร์รถของคุณก็กลับมาเย็นชื่นใจแล้ว

อย่างไรก็ตาม การล้างแอร์ด้วยวิธีนี้เป็นการล้างแบบเบื้องต้นเท่านั้น คุณไม่สามารถคาดเดาความสะอาดที่เกิดขึ้นจริงๆ ได้เนื่องจากเราไม่เห็นภายในตู้แอร์ว่าสะอาดขึ้นแค่ไหน เหมาะจะเป็นการดูแลรถยนต์แบบต่อเนื่องเพื่อรักษาคุณภาพลมแอร์ไว้แต่ไม่เหมาะกับการล้างแอร์รถยนต์ที่ไม่ได้ล้างมาเป็นเวลานานมากๆ

วิธีล้างแอร์รถยนต์แบบไม่ถอดตู้แอร์ด้วยน้ำยาโฟม

การล้างแบบไม่ถอดตู้แอร์ด้วยน้ำยาโฟมเป็นวิธีการล้างแอร์รถยนต์ที่เพิ่มขั้นตอนขึ้นมาอีกหน่อยแต่ก็ถือว่ายังไม่ยุ่งยากและใช้เวลามากนัก ข้อดีของวิธีการนี้คือคุณสามารถคาดหวังความสะอาดได้เนื่องจากใช้น้ำยาโฟมที่มีความเข้มข้นสูงและมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดคราบหนา ทั้งยังพอเห็นประสิทธิภาพการทำความสะอาดกับตาตัวเองบ้าง การล้างแอร์แบบไม่ต้องถอดตู้สามารถทำได้ตามวิธีการเบื้องต้นนี้

  1. คลายหมุดตู้แอร์ของรถคุณ โดยทั่วไปตู้แอร์จะอยู่ใต้คอนโซลรถฝั่งคนขับ แล้วแกะเฉพาะฝาตู้แอร์หรือแผงกรองแอร์ออกมา
  2. ฉีดน้ำยาล้างตู้แอร์รถยนต์เย็นเข้าไปให้ทั่วข้างในตู้ รอโฟมละลายราว 20 นาที จากนั้นใช้แปรงสีฟันขัดในส่วนที่ยังสกปรก
  3. หลังขัดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วฉีดน้ำตามเข้าไปในตู้แอร์เพื่อล้างน้ำยา เมื่อแห้งสนิทแล้วให้ประกอบตู้แอร์กลับคืนตามเดิม ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องรถจะเปียกเลอะเทอะเพราะน้ำที่ฉีดเข้าไปในขั้นสุดท้ายจะไหลออกมาทางช่องน้ำทิ้งของรถเอง

ข้อสำคัญของการล้างแอร์รถยนต์วิธีนี้คือคุณต้องแน่ใจว่าคุณฉีดน้ำล้างคราบน้ำยาโฟมในตู้แอร์ออกจนหมด เนื่องจากความเข้มข้นของสารทำความสะอาดอาจทำให้เกิดการกัดกร่อนจนตู้แอร์เสียหายได้หากล้างออกไม่สะอาดดี

วิธีล้างแอร์รถยนต์แบบถอดตู้แอร์

การล้างแอร์รถยนต์แบบถอดตู้แอร์คือการทำความสะอาดอย่างละเอียด คุณต้องถอดส่วนประกอบของแอร์รถยนต์ทั้งหมดและอาจต้องเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนของแอร์รถยนต์เพื่อป้องกันปัญหาความชื้นและฝุ่นอุดตัน การล้างแอร์รถยนต์แบบนี้เหมาะกับแอร์รถยนต์ที่ไม่ได้ล้างมานานและอยากให้สะอาดทุกซอกมุม รวมถึงเหมาะกับรถที่ใช้งานมายาวนานประมาณหนึ่ง นอกจากช่วยให้แอร์กลับมาเย็นฉ่ำเหมือนใหม่แล้วยังแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นในรถที่มีสาเหตุจากท่อแอร์สกปรกได้ชะงัดอีกด้วย มาดูกันว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง

  1. ถอดชิ้นส่วนของแอร์รถยนต์ ไล่มาตั้งแต่การคลายน็อต แกะคอนโซล ถอดน็อตและปลั๊กพัดลมแอร์ ตามด้วยตู้แอร์และพัดลม
  2. ล้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ถอดออกมาให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดและกำจัดเศษฝุ่น ผึ่งให้แห้งเพื่อรอประกอบกลับตามเดิม
  3. ตรวจเช็กรูรั่วบนท่อของเครื่องทำความเย็นซึ่งอาจเกิดขึ้นได้และเป็นสาเหตุหลักให้แอร์ไม่เย็น ใช้เทปกาวแปะบนรอยรั่วที่ตรวจเจอเพื่ออุดไว้ไม่ให้แอร์รั่วออก
  4. เปลี่ยนแอคคิวมูเลเตอร์หรือตัวแยกน้ำยาเหลวของแอร์ในรถคุณ สังเกตจากอุปกรณ์ที่หน้าตาคล้ายกระป๋องกาแฟ การเปลี่ยนอะไหล่นี้ทำได้ง่ายๆ เพียงถอดตัวเก่าออกแล้วต่อท่อและสายเชื่อมต่างๆ เข้ากับตัวใหม่ก่อนติดตั้งลงไปในที่เดิม แอคคิวมูเลเตอร์นั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านอะไหล่ยนต์ แต่ต้องเลือกเป็นรุ่นที่ใช้กับรถยนต์ของคุณ และควรตรวจเช็กและเปลี่ยนอะไหล่ส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอเพราะอาจอุดตันจากฝุ่น ทำให้ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
  5. ต่อสายเชื่อมต่างๆ เข้าที่เดิม ประกอบคืนชิ้นส่วนที่ถอดล้างทำความสะอาดและเช็ดจนแห้งสนิท ขันน็อตกลับให้แน่น และเตรียมพบกับแอร์รถยนต์ที่เย็นฉ่ำราวกับซื้อรถใหม่ได้เลย

เรื่องต้องระวังของการล้างแอร์รถยนต์วิธีนี้คือต้องเช็ดให้แน่ใจว่าแห้งสะอาดจริงๆ น้ำยาที่ใช้ต้องเป็นน้ำยาสำหรับล้างชิ้นส่วนแอร์โดยเฉพาะ และควรมีเวลาสำหรับการถอดล้าง ตรวจเช็ก และประกอบคืน คุณจะได้ไม่ต้องรีบร้อนจนอาจเกิดข้อผิดพลาดและแอร์รถเกิดความเสียหาย

เห็นไหมครับว่าการล้างแอร์รถยนต์ด้วยตนเองนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด สามารถจัดสรรให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมดูแลรถด้วยตนเองนอกเหนือจากการล้างทำความสะอาดและการดูดฝุ่นในรถได้ เพื่อรถของคุณจะได้มีแอร์ที่เย็นฉ่ำและลมแอร์หอมสะอาดให้คุณขับรถได้อย่างสบายใจไปนานๆ

แต่อย่าลืมนะครับว่า นอกจากการบำรุงรักษาส่วนประกอบต่างๆ ของรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอแล้ว การมีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกช่องทางในการดูแลรถยนต์ที่ดีอย่างหนึ่งนะครับ หากเกิดเรื่องราวที่ไม่คาดคิดในอนาคตก็มีประกันดูแลหากเพื่อนๆ ต้องการต่อประกันรถยนต์ดีๆ ปรึกษาพี่หมีได้เลยที่เว็บไซต์ GoBear นะครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม