สาเหตุของรถสตาร์ทไม่ติดและอาการเบื้องต้น

 

เวลาเพื่อนๆเตรียมตัวจะออกจากบ้านไปทำงานตอนเช้า สิ่งสุดท้ายที่อยากให้เกิดก็คงเป็นเรื่องของ รถสตาร์ทไม่ติด แน่นอน เพราะถ้ารถมีปัญหาตอนทุกอย่างพร้อมแล้ว แผนการที่คุณเตรียมจะทำทั้งวันก็คงไม่ได้ทำเป็นแน่ ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดแม้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่กลับพบว่าปัญหานี้พบได้บ่อยกับเจ้าของรถทุกคน ซึ่งพี่หมีก็เชื่อว่าหลายๆคนคงต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ตอนจะออกจากบ้านกันบ้างล่ะครับ ถ้าเพื่อนๆกำลังกลุ้มใจว่าทำไมรถถึงสตาร์ทไม่ติด งั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับว่า แท้จริงแล้วสาเหตุที่รถสตาร์ทไม่ติดมาจากอะไรบ้าง

  1. แบตเตอรี่หมดหรือเสื่อมสภาพ

    รถสตาร์ทไม่ติด

    ปัญหาแบตหมดมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ รถสตาร์ทไม่ติด โดยอาจเกิดจากการใช้งานหรือการที่แบตเตอรี่รั่วจากหลายๆสาเหตุ เช่น ในบางวันเพื่อนๆอาจจะจอดรถแล้วลืมปิดไฟหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน ก็อาจทำให้แบตหมดก่อนเวลาอันควร หรือบางทีปัญหาแบตหมดอาจจะเป็นเพราะสายไฟหลวมหรือมีไอน้ำจากเครื่องยนต์ออกมาเกาะตัวแบตทำให้นำไฟฟ้าได้ไม่ดี หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเพื่อนๆใช้แบตตัวนั้นมานานแล้วก็ได้ครับ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ก็จะทำให้รถสตาร์ทไม่ติดในที่สุด

    โดยอาการแบตหมดมักเป็นที่รถสตาร์ทไม่ติดแล้วเงียบ หรือรถสตาร์ทไม่ติดแล้วมีเสียงคลิก หรือเสียงรถสตาร์ทแบบยานๆ เมื่ออาการมีหลากหลายรูปแบบเช่นนี้ วิธีตรวจสอบว่ารถสตาร์ทไม่ติดมาจากสาเหตุแบตหมดหรือไม่ ก็ทำได้โดยการลองจั๊มพ์แบตดู ถ้าจั๊มพ์แบตแล้วรถสตาร์ทติด นั่นก็หมายความว่าปัญหาเกิดมาจากเรื่องแบตเตอรี่นั้นเองครับ แต่ถ้าหากลองจั๊มแบตแล้วรถยังสตาร์ทไม่ติด งั้นก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นแล้วครับ อีกวิธีหนึ่งที่เพื่อนๆก็สามารถตรวจสอบได้ก็โดยการลองเปิดไฟหน้าดู ถ้าไฟหน้าติด ก็แปลว่าแบตเตอรี่ยังดีอยู่ และที่รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจากปัญหาอื่นที่ต้องเช็คต่อไปครับ

  2. สวิตช์ไฟหน้าปัดภายในรถเสีย

    ถ้าหากเพื่อนๆเช็คแล้วพบว่าแบตเตอรี่ยังมีอยู่ งั้นก็ให้ลองมาสำรวจสาเหตุรถสตาร์ทไม่ติดกันต่อ ซึ่งอาจเป็นเรื่องของการที่สวิตช์ไฟหน้าปัดภายในรถเสีย โดยอาการมักเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนๆพยายามสตาร์ทรถ ตอนแรกก็สตาร์ทติดแต่กลับดับไปกลางคัน ก็อาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้นั่นเองครับ

    วิธีเช็คก็คือ ให้เพื่อนๆเสียบกุญแจรถเพื่อสตาร์ทแล้วลองปล่อยกุญแจดู โดยให้พยายามสังเกตตอนรถสตาร์ทไม่ติดแล้วไฟหน้าปัดขึ้น ถ้าหากไฟหน้าปัดดับตอนที่กุญแจดีดกลับมาอยู่ที่ตำแหน่งเริ่มต้น งั้นก็แปลว่าสวิตช์ไฟหน้าปัดเสียแล้วล่ะครับ

  3. ไดสตาร์ทเสีย

    ไดสตาร์ทเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ช่วยให้เครื่องยนต์เริ่มหมุนได้ ในช่วงแรก ถ้าไดสตาร์ทเสียรถก็จะสตาร์ทไม่ติดเลย

    วิธีเช็คว่าไดสตาร์ทเสียหรือไม่ก็สามารถทำได้โดย ลองดูว่าตอนรถสตาร์ทไม่ติดมีเสียงแชะหรือไม่ ถ้าได้ยินเสียงนี้ก็แปลว่าไดสตาร์ทเสียแล้วล่ะครับ

  4. ไส้กรองน้ำมันอุดตัน

    เพื่อนๆควรดูแลให้ไส้กรองน้ำมันสะอาดอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้น้ำมันกรองผ่านไปได้ และควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันตามระยะทางที่กำหนดเพื่อไม่ให้มีก้อนน้ำมันไปอุดตันที่ไส้กรอง เพราะทำให้น้ำมันไม่สามารถไหลไปสู่เครื่องยนต์ได้ ก็จะทำให้รถสตาร์ทไม่ติดนั่นเองครับ

    เพื่อนๆสามารถเช็คสาเหตุรถสตาร์ทไม่ติดว่ามีปัญหามาจากเรื่องไส้กรองหรือไม่ ด้วยการเปิดกระโปรงรถแล้วเช็คไส้กรองดู รวมถึงเพื่อนๆสามารถป้องกันปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการหมั่นเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันตามระยะทางที่กำหนดครับ

  5. น้ำมันหมด

    รถสตาร์ทไม่ติด

    บางทีปัญหารถสตาร์ทไม่ติดง่ายๆแบบนี้ก็อาจเป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้ามไปนะครับ โดยอาจเกิดขึ้นเพราะเพื่อนๆขับรถเป็นระยะเวลานานโดยไม่เติมน้ำมันเลยหรือลืมเติมน้ำมัน พอน้ำมันหมดรถก็เลยสตาร์ทไม่ติด วิธีแก้ที่ดีที่สุดก็คือไปที่ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอซื้อน้ำมันมาเติมครับ

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เพื่อนๆก็คงโล่งใจได้ว่าถ้าหากสามารถหาสาเหตุรถสตาร์ทไม่ติดได้ เพื่อนๆก็จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและสามารถออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางหรือไปทำธุระตามที่เพื่อนๆต้องการได้อย่างราบรื่นครับ แล้วอย่าลืมนะครับว่า วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ให้เพื่อนๆอุ่นใจในทุกสถานการณ์ก็รวมไปถึงการซื้อประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถของเพื่อนๆด้วย โดยเพื่อนๆ สามารถเข้ามาเปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2 และแผนประกันรถยนต์แบบที่ต้องการได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยนะครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

Thus Noumong

Thus Noumong

บรรณาธิการประจำโกแบร์ประเทศไทย ยามว่างชื่นชอบการออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน หรือในครัว รักในการเขียนเรื่องราวไลฟ์สไตล์และต้องการทำให้เรื่องการเงิน ย่อยง่าย เข้าถึงได้ทุก ๆ คน

คลิกเพิ่มเติม