หากเพื่อน ๆ เป็นอีกคนหนึ่งที่กู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมาเป็นระยะเวลาเกิน 3 ปีแล้ว อาจพอสังเกตได้ครับว่า เงินงวดที่เราจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละดือนไปนั้น ถูกนำไปตัดเงินต้นน้อยลงกว่าเดิม แต่นำไปตัด "ดอกเบี้ยบ้าน" มากขึ้น สาเหตุก็เนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่หมดระยะเวลาโปรโมชั่นแล้วเข้าสู่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงนั่นเอง แล้วถ้าหากอยากจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยบ้านให้น้อยลง หรือ แม้กระทั่งจ่ายเงินงวดต่อเดือนให้น้อยลงจะทำยังไงได้บ้าง "รีไฟแนนซ์" อาจเป็นหนึ่งคำตอบที่เหมาะสมครับทำไมถึงแนะนำวิธีนี้ พี่หมีจะพาไปหาคำตอบกัน

ดอกเบี้ยบ้าน คิดยังไง? ทำไมยิ่งนานยิ่งสูง?

อย่างที่พี่หมีได้บอกไปแล้วนะครับว่า ตามปกติเมื่อเราจะทำการกู้ซื้อบ้านนั้น ทางธนาคารมักจะมีโปรโมชั่นเพื่อจูงใจสำหรับการกู้สินเชื่อบ้านด้วย ดอกเบี้ยบ้าน ที่ต่ำในช่วง 6 เดือนจนถึงสามปีแรก หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยก็จะกลับมาเป็นอัตราดอกเบี้ยปกติที่เราจะต้องจ่ายจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา 20 ปี หรือ 30 ปีก็ว่ากันไป ตามแต่สินเชื่อที่เราเลือกผ่อน ทีนี้เมื่อหมดระยะเวลาโปรโมชั่นแล้ว แต่เราจ่ายเงินค่างวดเท่าเดิม เงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยบ้านแทนการตัดเงินต้น ทำให้ดูเหมือนว่าจ่ายไปเท่าไหร่ เงินต้นก็ไม่ลดลงสักทีนี่แหละครับ

รีไฟแนนซ์ คืออะไร? รีไฟแนนซ์บ้าน ดีอย่างไร? 

อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ การรีไฟแนนซ์ ก็คือการไปกู้เจ้าหนี้ใหม่ เพื่อเอาเงินนั้นมาโปะหนี้เดิมที่มีอยู่ แล้วเราก็จ่ายกับเจ้าหนี้ใหม่แทน ซึ่งการกู้ครั้งใหม่นี้เราจะต้องได้รับผลประโยชน์อย่างน้อยที่สุดก็คือข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ครับ 

ดอกเบี้ยบ้าน ถูกลง

เมื่อเราจ่ายต่อเดือนเท่าเดิม เราก็จะปลดหนี้เร็วขึ้น  

สามารถกู้ซื้อบ้านได้มากขึ้น 

เราสามารถนำเงินส่วนต่างนั้นมาหมุนใช้ในชีวิตประจำวัน เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ หรือเก็บออมยามฉุกเฉินได้ 

ผ่อนบ้านต่อเดือนน้อยลง

สำหรับใครที่รู้สึกว่ายอดผ่อนบ้านแต่ละเดือนชักจะตึงมือเกินไป เราสามารถยืดระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้นานขึ้น แลกกับยอดผ่อนต่อเดือนที่น้อยลงได้ครับ 

ดอกเบี้ยบ้าน

ค่าใช้จ่าย รีไฟแนนซ์บ้าน คิดอย่างไร?

การรีไฟแนนซ์ นั้นแม้จะมีข้อดีมากมายอย่างที่พี่หมีได้พูดไป แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คือ ค่าใช้จ่ายในการทำรีไฟแนนซ์บ้าน ครับ เพราะการรีไฟแนนซ์แต่ละธนาคารก็มีข้อเสนอที่แตกต่างกันไปให้เราเลือก แล้วเราก็นำค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียไปนี้มาเทียบกับประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการีไฟแนนซ์ว่าให้ประโยชน์ตามที่เราต้องการจริงหรือไม่  ซึ่งค่าใช้จ่ายทั่วไปเมื่อเราจะทำการรีไฟแนนซ์บ้าน มีประมาณนี้ครับ 

1. กรณีที่เรารีไฟแนนซ์บ้าน กับธนาคารเดิมโดยยังไม่ครบกำหนด 3 ปี (หรือบางธนาคารก็กำหนดไว้ว่า 5 ปี) จะมีค่าปรับราว ๆ 0-3% ของวงเงินกู้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร 

2. ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่ของแต่ละธนาคาร  ประมาณ 0-3% ของวงเงินกู้ แต่บางครั้งธนาคารก็มีโปรโมชั่นยกเว้นให้ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็อาจไม่มีได้ครับ 

3. ค่าอากรแสตมป์ คิดเท่ากันทุกธนาคารที่ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

4. ค่าจดจำนองที่ดิน คิดเป็น 1% ของวงเงินที่ขอกู้เท่ากันทุกธนาคาร หากเรารีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม ก็ไม่ต้องจ่าย เนื่องจากไม่ต้องไปจดจำนองใหม่ หรือบางธนาคารก็มีโปรโมชั่นยกเว้นค่าจดจำนองให้ด้วยเหมือนกันครับ

5. ค่าทำประกัน (ส่วนมากมักเป็นประกันอัคคีภัย) หรือค่าบริการอื่น ๆ แล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคาร 

วิธีรีไฟแนนซ์บ้าน ทำอย่างไร?

1. ถามตัวเองให้ชัดเจนว่า เราต้องการประโยชน์อะไรจาก การรีไฟแนนซ์บ้าน ในครั้งนี้ ต้องการปลดหนี้เร็วขึ้น ต้องการผ่อนต่อเดือนน้อยลง หรือต้องการเงินกู้ส่วนต่างที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อมาใช้ในเหตุจำเป็นต่าง ๆ

2.เปรียบเทียบข้อเสนอ รีไฟแนนซ์บ้าน ของแต่ละธนาคาร เช่น ถ้าเรามีเงินก้อนและต้องการปลดหนี้เร็วๆ ก็ควรพิจารณาธนาคารที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านถูกที่สุด เป็นต้น ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเปรียบเทียบเองได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลารวมรวมข้อมูลจากแต่ละธนาคาร เพราะพี่หมีได้ทำการรวมรวมมาให้แล้วโดยคลิ๊กที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ได้เลยครับ

3. นำค่าใช้จ่ายจาก การรีไฟแนนซ์ มาเทียบกับประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการรีไฟแนนซ์ว่าให้ประโยชน์ตามที่เราต้องการจริงหรือไม่ เพื่อที่จะได้เลือกแผนรีไฟแนนซ์บ้านที่เหมาะสมกับความต้องการของเราได้มากที่สุด

เพียงเท่านี้ การรีไฟแนนซ์ ของเพื่อน ๆ ก็จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแล้วล่ะครับ สำหรับผู้ที่สนใจจะรีไฟแนนซ์ หรือขอสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัย สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของพี่หมีได้เลยครับ

Thus Noumong

Thus Noumong

บรรณาธิการประจำโกแบร์ประเทศไทย ยามว่างชื่นชอบการออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน หรือในครัว รักในการเขียนเรื่องราวไลฟ์สไตล์และต้องการทำให้เรื่องการเงิน ย่อยง่าย เข้าถึงได้ทุก ๆ คน

คลิกเพิ่มเติม