ltv

มาตรการ LTV คือ อะไร? ส่งผลต่อ สินเชื่อบ้าน แค่ไหน?

บ้าน คือหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญที่สุดในชีวิต และเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในชีวิตของใครหลายคน โชคดีที่เราสามารถกู้ซื้อบ้านได้ โดยไม่ต้องเสียเวลานานนับปีในการเก็บเงินสดก้อนใหญ่ แต่ในปี 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศมาตรการคุมสินเชื่อบ้าน และ คอนโดมิเนียม โดยกำหนดให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้สูงสุดไม่เกิน 80% ของมูลค่า สำหรับผู้ที่กู้ซื้อบ้านหลังที่สอง แล้วจะกระทบต่อการขอสินเชื่อบ้านอย่างไรบ้าง? วันนี้พี่หมีจะมาอธิบายให้ฟังครับ

LTV คือ อะไร

เมื่อต้องขอ สินเชื่อบ้าน สิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึงคือ “ Loan to Value ” ( LTV ) หมายถึง อัตราส่วนการให้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 90% นั่นหมายถึง คุณต้องจ่าย 10% ที่เหลือในรูปแบบ “เงินดาวน์” นั่นเอง

LTV
แม้ว่าไม่ต้องเก็บเงิดก้อนซื้อบ้านทั้งหลัง แต่ก็ยังต้องเก็บเงินดาวน์อยู่

ทั้งธนาคาร และผู้พัฒนาอสังหาฯ ต่างทำงานร่วมกันอย่างแข็งขัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดมิเนียมได้ง่ายขึ้น จนหลายครั้งคุณอาจเคยเห็นคำโฆษณาเช่น

  • กู้ซื้อบ้านได้เต็ม 100%
  • ซื้อบ้านใหม่ ไม่ต้องดาวน์
  • ซื้อคอนโดมีเงินเหลือ

นั่นหมายถึง พวกเขาสามารถกำหนด LTV ในการปล่อยกู้ได้ 100% หรืออาจมากกว่านั้น ทำให้ผู้ที่กู้ซื้อบ้าน ไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ หรือมีเงินเหลือจากการซื้อบ้าน เพื่อนำไปตกแต่งได้อีกด้วย!

แล้ว มาตรการ LTV ในปี 2562 เปลี่ยนไปอย่างไร?

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศมาตรการคุมสินเชื่อบ้าน และ คอนโดมิเนียม โดยกำหนดให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อหรือกำหนด LTV ได้สูงสุดไม่เกิน 80% ของมูลค่า สำหรับผู้ที่กู้ซื้อบ้านหลังที่สอง หรือผู้ที่ซื้อทรัพย์สินราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป จุดประสงค์หลักคือ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้ คัดกรองผู้ที่จะกู้ซื้อบ้านหลังที่สองให้เหลือแต่ผู้ที่มีความพร้อมจริงๆ ลดอัตราการเกิดหนี้เสีย (NPL) และป้องกันฟองสบู่อสังหาฯ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

มันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูงที่ซื้ออสังหาฯ ราคาเกิน 10 ล้าน แต่สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ ที่มีภาระผ่อนบ้านอยู่หนึ่งหลังแล้ว แต่ต้องการซื้อคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเป็นบ้านหลังที่สอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน หรือเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า แต่งขายเก็งกำไร ก็นับว่าหนักเอาเรื่อง จากเดิมที่ต้องดาวน์เพียง 10% หรือไม่ต้องดาวน์เลย กลายเป็นว่าต้องดาวน์สูงถึง 20%

LTV
การอยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ช่วยลดเวลาในการเดินทางได้

แล้ว 20% นี่มันเยอะขนาดไหน? สมมุติว่าเราอยากมีคอนโดขนาด 1 ห้องนอน ทำเลดีๆ ใจกลางเมือง ในราคาราว 3 ล้านบาท เท่ากับว่าเราต้องมีเงินดาวน์ 600,000 บาท สมมุติว่าเก็บเงินได้เดือนละ 10,000 บาท ก็ต้องใช้เวลากว่า 5 ปีกว่าจะเก็บได้ ยังไม่รวมค่าโอน ค่าตกแต่ง ค่าส่วนกลาง ฯลฯ ที่ต้องจ่ายตามมา

แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ มาตรการ LTV จากประชาชน ผู้บริโภค สถาบันการเงิน ผู้พัฒนาอสังหาฯ ไปเมื่อช่วงวันที่ 4-22 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา พบว่ามีทั้งเสียงที่คัดค้านและสนับสนุน โดยจะมีการประกาศมาตรการอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงต้นเดือน พ.ย. นี้ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จะบังคับใช้ภายในเดือน ม.ค. 62 ที่กำลังจะถึงนี้

จากสถานการณ์ตอนนี้ จึงสรุปได้ว่า ใครที่มีแผนจะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม หลังที่สอง เร็วๆ นี้ ควรรีบหาข้อมูลโครงการที่ต้องการซื้อและขออนุมัติสินเชื่อให้ได้ภายในปี 2561 จะได้ไม่ให้เสียโอกาสในการยื่นกู้ภายใต้มาตรการปัจจุบัน ที่ธนาคารยังสามารถอนุมัติได้ง่ายและไม่ต้องจมเงินก้อนจำนวนมากไปกับการดาวน์

ส่วนคนที่มีแผนจะซื้อ แต่ยังไม่มีกำหนดชัดเจน ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ดีสำหรับการออมเงินมากๆ เพื่อเพิ่มจำนวนเงินดาวน์ ซึ่งจะช่วยลดภาระในการผ่อนในวันที่คุณตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด ไม่ว่ามาตรการของธปท. จะออกมาในรูปแบบใด

และระหว่างนี้ ถ้าหากเพื่อนๆ อยากรีบขอสินเชื่อเพื่อจะได้นำมาเตรียมพร้อมรับกับมาตรการรัฐที่กำลังจะมาถึงนี้ ก็สามารถเข้ามาเปรียบเทียบหาอัตราดอกเบี้ยบ้าน 2562 ทุกธนาคารในแบบต่างๆได้ที่ GoBear.com/th ได้เลยนะครับ

 

รีไฟแนนซ์บ้าน