ประกันชีวิตมีกี่แบบ กี่ประเภท

 

ประกันชีวิต เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกิดมาเพื่อช่วยเราลดความเสี่ยงในการรับมือความไม่แน่นอนของชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและค่าใช้จ่าย เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิตของเราเอง และครอบครัวเราในวันข้างหน้า แต่ประกันชีวิตนั้นมีมากมายหลายแบบ และแต่ละแบบก็มีข้อดีแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกทำประกันชีวิตแบบไหนดี ไปหาคำตอบพร้อมกับพี่หมี GoBear กันเลยครับ

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ผลตอบแทนสูง

ประกันชีวิตมีกี่ประเภท

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันออมทรัพย์ เป็นประกันชีวิตที่เพื่อนๆ จะได้รับเงินคืนหลังจากที่เราเสียชีวิตหรือ มีชีวิตอยู่จนครบสัญญา (ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตก็ได้เงินคืนพร้อมผลตอบแทนครับ)

ประกันสะสมทรัพย์ เหมาะกับใคร

ผู้ที่มองหาตัวช่วยในการออมเงินระยะยาวประมาณ 10 ปีขึ้นไป ต้องการสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษี และต้องการได้รับเงินค่าตอบแทนในรูปแบบเงินคืนแต่ละปีซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร

ข้อดีของประกันสะสมทรัพย์

เป็นประกันรูปแบบเงินออม เงินต้นไม่หาย ไม่มีความเสี่ยงมากนัก

ข้อเสียของประกันสะสมทรัพย์

เนื่องจากทุนประกันในรูปแบบนี้จะไม่สูงมาก จึงไม่เหมาะกับการทำเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง

ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance)

ประกันชีวิตแบบบำนาญ เน้นการออมเงินคล้ายๆ กับแบบสะสมทรัพย์ แต่แบบบำนาญจะเป็นการออมเงินเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ เพราะต้องจ่ายเบี้ยประกันเพื่อออมอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุ 55, 60 หรือ 65 ปี แล้วแต่กรมธรรม์ หลังจากที่เราอายุครบตามกำหนดแล้ว บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินเป็นรายงวดให้เราจนกว่าเราจะอายุครบ 90 ปีหรือเสียชีวิต

ประกันบำนาญ เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการวางแผนชีวิตระยะยาว อยากมีเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ

ข้อดีของประกันบำนาญ

ยามเกษียณเราก็จะมีเงินใช้ ช่วยให้เราไม่ใช้เงินไปกับสิ่งยั่วยวนต่างๆ ช่วยสร้างวินัยในการออม

ข้อเสียของประกันบำนาญ

เราจะเริ่มได้รับเงินตอบแทนก็ต่อเมื่ออายุครบเกณฑ์เกษียณ ตามที่ระบุเท่านั้น

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลานี้จะให้ความคุ้มครอง หรือจ่ายเงินให้กรณีที่เราเสียชีวิตในระยะเวลาที่กำหนด มีตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี และ 15 ปี เป็นต้น

ประกันแบบชั่วระยะเวลา เหมาะกับใคร

ผู้ที่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน และผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเรื่องหนี้สิน หากเสียชีวิตไปครอบครัวหรือคนข้างหลังจะได้มีเงินก้อนไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำศพ หรือไม่ต้องมาจ่ายหนี้ในส่วนที่เรายังผ่อนชำระไม่หมด

ข้อดีของประกันแบบชั่วระยะเวลา

ค่าเบี้ยถูก สามารถเลือกเวลาคุ้มครองได้ตามต้องการ

ข้อเสียของประกันแบบชั่วระยะเวลา

ไม่มีเงินคืนระหว่างปีเหมือนแบบออมทรัพย์ และจ่ายเงินเมื่อเราเสียชีวิตเท่านั้น

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)

ประกันแบบตลอดชีพ เป็นประกันที่เราจ่ายเงินค่าเบี้ยแค่ช่วงระบะเวลาหนึ่งตามสัญญา เช่น 7 ปี 10 ปี 15 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองชีวิตยาวไปจนถึงอายุ 99 ปี และได้เงินก้อนคืนเมื่ออายุครบ 99 ปี

ประกันแบบตลอดชีพ เหมาะกับใคร

เพื่อน ๆ ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ที่ต้องการใช้สิทธิ์ซื้อประกันสุขภาพบางตัวที่จำเป็นต้องคู่กับการทำประกันชีวิต

ข้อดีของประกันแบบตลอดชีพ

ค่าเบี้ยประกันต่อปีไม่แพง จ่ายเบี้ยแค่ระยะเวลาหนึ่งแต่คุ้มครองได้นานจนถึงอายุ 99 ปี

ข้อเสียของประกันแบบตลอดชีพ

รอนานกว่าจะได้รับเงินก้อนคืน แต่หากต้องการคืนก็ปิดกรมธรรม์ได้ครับ

ประกันชีวิตที่จะแบ่งสรรปันส่วนเบี้ยประกันส่วนหนึ่งที่เราจ่ายไป ไปลงทุนในกองทุนรวมอีกทีหนึ่ง โดยเราสามารถเลือกกองทุนและจัดพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตัวเอง และค่าเบี้ยประกันอีกส่วน จะถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองชีวิต

ประกัน Unit Link เหมาะกับใคร

คนที่ชอบลงทุน โดยเราสามารถเลือกกองทุนและจัดพอร์ตได้เอง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบประกันทุกรูปแบบ (เพราะแบ่งเอาเงินไปลงทุนด้วย)

ข้อดีของประกัน Unit Link

มีความยืดหยุ่นสูง สามารถกำหนดเบี้ยจ่าย, ทุนประกัน, ระยะเวลาจ่ายเบี้ย และระยะเวลาคุ้มครองเองได้

ข้อเสียของประกัน Unit Link

มักมีจำนวนเบี้ยประกันขั้นต่ำที่สูง เช่น 50,000 บาทขึ้นไป และเกิดความไม่แน่นอนของผลตอบแทน ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

ซื้อประกันชีวิตแบบไหนดี

เพราะประกันชีวิตมีมากมายหลายแบบ อย่างที่พี่หมีได้บอกไปข้างต้น แล้วเราจะเลือกซื้อประกันชีวิตอย่างไรดี ให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง และได้รับผลประโยชน์สูงสุด ลองใช้หลักการง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอนตามนี้ดูครับ

  1. ศึกษารายละเอียดข้อแตกต่างของประกันชีวิตของแต่ละประเภท ว่าเหมาะสำหรับบุคคลแบบใดบ้าง
  2. ลองดูความเหมาะสมกับช่วงอายุ งบประมาณ และเงื่อนไขความต้องการของเรา ยกตัวอย่างเช่น
    • หากเพิ่งเริ่มทำงาน เป็น First Jobber ควรทำประกันชีวิตแบบ term life ซึ่งมีเบี้ยประกันถูก เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ยังไม่มาก
    • ทำงานไปได้สักระยะ ควรเก็บทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เลือกความคุ้มครองระยะยาว 10 ปีขึ้นไป เพื่อใช้เก็บเงินสะสมไว้ใช้ในอนาคตและสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี และในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะได้นำเงินก้อนนี้มาใช้ตอบสนองความต้องการต่างๆ ทั้งแต่งงาน ซื้อรถ ดาวน์บ้าน พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิตระหว่างที่ทำประกัน
    • หากเพื่อน ๆ แต่งงานแล้ว และเป็นเสาหลักของครอบครัว อาจเลือกทำประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance) พร้อมทั้งทำประกันสุขภาพให้ครอบครัวและคุณพ่อคุณแม่ เพราะนอกจากจะเป็นการทดแทนพระคุณของท่านแล้ว ยังสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่มาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติมด้วยครับ

เมื่อได้แบบประกันที่ต้องการแล้ว อย่าลืมเปรียบเทียบรายละเอียดกรมธรรม์ประกันชีวิตและความคุ้มครองของแต่ละบริษัทประกันด้วยนะครับ ซึ่งตรงนี้ถ้าเพื่อนๆ ยังสงสัยว่า ไลฟ์สไตล์แบบตัวเองควรทำประกันชีวิตดีไหม แล้วจะทำแบบไหนดี ก็สามารถหาข้อมูลและเปรียบเทียบได้ง่ายๆ ภายในเว็บไซต์ของพี่หมีโกแบร์ได้เลยครับ

เปรียบเทียบประกันชีวิต

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม