4 วิธีออมเงินให้ลูกสุดคุ้มของพ่อแม่มือใหม่

  1. เงินฝากประจำปลอดภาษี
  2. ซื้อหุ้นกู้ในชื่อลูก
  3. กองทุนรวมตราสารทุน
  4. ประกันชีวิตสะสมทรัพย์สำหรับเด็ก

 

สำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกแล้ว สิ่งหนึ่งที่อยู่ในความกังวลของทุกคน ก็คือ การวางแผนอนาคตต่าง ๆ ให้ลูกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะ การเก็บเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษาให้ลูกต่อไป เพราะถ้าหากเรามีการวางแผนที่ดีตั้งแต่วันนี้ ก็ช่วยให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของเราเติบโตงอกเงยได้เร็วขึ้น แต่การออมเงินระยะยาวแบบนี้ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แล้วจะเลือกทางไหนดีจึงจะเหมาะสำหรับเรามากที่สุด พี่หมีโกแบร์ หาคำตอบมาให้แล้วครับ

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

1) เงินฝากประจำปลอดภาษี

เงินฝากประจำปลอดภาษี เป็นอีกทางเลือกที่พ่อแม่หลายคนเลือกที่จะออมเงินไว้ให้ลูก เพราะเป็นวิธีที่ค่อนข้างง่าย ความเสี่ยงต่ำ ไม่ยุ่งยาก โดยการฝากเงินจำนวนที่เท่ากันเป็นประจำทุกเดือน แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียตรงที่ 1 คนจะสามารถเปิดได้เพียงแค่ 1 บัญชีต่อทุกธนาคาร เท่านั้น จึงจะได้สิทธิปลอดภาษี หมายความว่า ถ้าเราเปิดบัญชีฝากประจำ 24 เดือน กับธนาคารแห่งที่ 1 แล้ว จะไม่สามารถเปิดกับธนาคารแห่งที่ 2 ได้ จนกว่าจะครบกำหนดฝาก หรือทำการปิดบัญชีนั้นก่อนครบกำหนด

นอกจากนี้การฝากประจำปลอดภาษีควรจะต้องเป็นเงินเย็น เพราะถ้าหากเพื่อน ๆ ออมเงินไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนด หรือมีเหตุให้ต้องถอนเงินออกมาก่อน เพื่อน ๆ ก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ด้วยครับ

2) ซื้อหุ้นกู้ในชื่อลูก

การซื้อหุ้นกู้นั้น หมายความว่า เราได้ให้เงินกู้กับบริษัทนั้น ๆ เราจึงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ และทางบริษัทที่ได้รับเงินจากเราไป (บริษัทผู้ออกหุ้นกู้) มีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ยตามที่ได้ตกลงกันไว้ตลอดช่วงอายุของหุ้นกู้ และจะชำระเงินต้นคืนเมื่อถึงวันครบกำหนดอายุของหุ้นกู้ ซึ่งโดยปกติแล้ว อายุของหุ้นกู้ มักกำหนดเป็นจำนวนปี ตั้งแต่ 2 ปี 3 ปี 5 ปี 7 ปี 10 ปี ไปจนถึงหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (คือ ไม่ได้เงินต้นคืน แต่ได้รับดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ ) ข้อดีก็คือ เพื่อน ๆ จะมีแหล่งรายได้ประจำ โดยที่เงินต้นของการลงทุนยังคงอยู่ครบ แต่ข้อเสียก็คือ ต้องซื้อในครั้งละมาก ๆ (จำนวนเงินมักเริ่มจากหนึ่งแสนบาทขึ้นไป) สภานคล่องต่ำ และอาจมีการยืดอายุการจ่ายดอกเบี้ยหรือแม้กระทั่งผิดนัดชำระหนี้ได้ครับ

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์ ผลตอบแทนสูง

3) กองทุนรวมตราสารทุน

หากเราซื้อหุ้นกู้ เราก็จะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ แต่หากเราซื้อ ตราสารทุน หรือ หุ้น เราก็จะมีฐานะเป็นเจ้าของตามสัดส่วนที่ถือครองแทน ทำให้ความเสี่ยงสูงกว่าตามไปด้วย (ลองนึกภาพว่าเราเป็นเจ้าของกิจการนะครับ หากกิจการไปได้ดีมีกำไร เราก็จะได้ส่วนแบ่งของกำไรคือเงินปันผลไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน หากกิจการประสบภาวะขาดทุน เราก็จะมีส่วนรับผลตรงนี้ด้วยเช่นกัน)

สำหรับกองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน หรือลงทุนในหุ้นประเภทต่างๆ ข้อดีก็คือ เป็นการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง ซึ่งแม้มีโอกาสทำกำไรเยอะ แต่ก็เสี่ยงต่อการขาดทุนสูงมาก เพราะตลาดหุ้นจะมีความผันผวนสูงตามสภาวะเศรษฐกิจ หากตลาดหุ้นตกต่ำ จะทำให้มูลค่าของกองทุนรวมประเภทนี้ตกลงตามไปด้วย

ดังนั้นคุณพ่อ-คุณแม่ที่ตั้งใจออมเงินให้ลูกผ่านกองทุนรวมหุ้น จะต้องมีความรู้พอสมควร ถึงแม้ว่าจะมีผู้ที่ชำนาญการทางด้านนี้ดูแลกองทุนให้อยู่แล้วก็ตาม และต้องคอยและหมั่นติดตามข่าวสารอยู่เสมอ หากปล่อยเงินทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่กลับมาดูพอร์ตเลย อาจสูญเสียเงินออมที่เราอุตส่าห์ตั้งใจเก็บหอมรอมริบให้ลูกไปก็เป็นไปได้ครับ

4) ออมโดยใช้ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ หรือ ประกันชีวิตเด็ก

เพราะเงินค่าใช้จ่ายในการศึกษามีแต่จะสูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะค่าเทอม ค่าหนังสือใหม่ ค่าชุดนักเรียนที่ต้องซื้อเพิ่ม การออมโดยใช้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จึงเหมาะกับคนที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ อยากสร้างวินัยในการออมเงิน หรือคนที่อยากได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากกว่าเงินฝาก แต่รับความเสี่ยงได้ไม่สูงมากนัก ซึ่งหากเพื่อน ๆ เป็นหัวหน้าครอบครัวสามารถเลือกออมโดยวิธีนี้ให้ตนเองก็ได้ หรือทำให้ลูกของเราด้วยก็ได้เช่นกันครับ

ประโยชน์ที่จะได้รับประโยชน์จากการออมโดยใช้ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

  1. หากเราเลือกที่จะทำประกันชีวิตให้ลูก หรือ ประกันชีวิตเด็ก ก็จะเป็นการสร้างวินัยการออมเงินเพื่อลูก ลูกจะได้รับทั้งความคุ้มครองชีวิต และความคุ้มครองอุบัติเหตุตลอดระยะเวลาสัญญา
  2. หากเลือกทำประกันออมทรัพย์ให้ตนเอง ก็จะสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของเราเองได้ สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
  3. เพื่อนๆ จะได้รับเงินต้นคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด นอกจากนี้ยังอาจได้รับเงินคืนระหว่างสัญญาด้วย คล้าย ๆ กับเราฝากเงินแล้วได้รับดอกเบี้ยทุกปีนั่นเอง ผลตอบแทนแน่นอนไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ จึงมั่นใจได้ว่าหากเราจ่ายครบตามสัญญา เราจะมีเงินก้อนเพื่อการศึกษาลูกแน่นอน
  4. หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดกับตัวเราเอง ทางครอบครัวหรือคนที่อยู่ข้างหลังก็จะได้รับเงินก้อน ไม่ต้องลำบากในภายหลัง

ทั้ง 4 วิธีที่พี่หมีกล่าวมาล้วนเป็นวิธีที่น่าสนใจในการออมเงินให้ลูกทั้งหมดเลยครับ โดยเพื่อน ๆ สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการและเงื่อนไขของครอบครัวมากที่สุด สำหรับคนที่สนใจ ประกันชีวิตเด็ก หรือ ประกันสะสมทรัพย์เด็ก สามารถเลือกเปรียบเทียบด้วยตนเองได้ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที ที่ปุ่มนี้ได้เลยครับ

เปรียบเทียบประกันชีวิต

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม