รถ
Check-car-fluid

วิธีตรวจเช็คระดับน้ำมันต่างๆ สำหรับรถยนต์


การตรวจเช็ครถยนต์นั้น เป็นเรื่องง่ายที่คุณสามารถทำได้เบื้องต้นด้วยตัวคุณเอง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถไปได้อีกยาวนาน และสามารถใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การตรวจเช็คระดับน้ำมัน ต่างๆของรถก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะทุกอะไหล่ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ต่างต้องใช้น้ำมันในการทำงานเหมือนกับเครื่องยนต์ รวมถึงเครื่องยนต์โดยตรง วันนี้ เอเชียไดเร็ค นำวิธีตรวจเช็คมาบอกทุกคนดังนี้ค่ะ


1. ระดับน้ำมันเบรก

Car-fluid

ขอบคุณภาพจาก YouTube


วิธีสังเกตดูง่ายๆ เวลาเปิดกระโปรงหน้ารถเราจะเห็นกระปุกน้ำมันเบรกมีคำว่า MAX และ MIN แน่นอนว่าระดับน้ำมันเบรกต้องอยู่ที่ระดับ MAX เสมอ หากน้ำมันเบรกตกไปอยู่ที่ระดับ MIN สาเหตุที่เป็นไปได้ ที่มีผลทำให้ปริมาณน้ำมันเบรกในกระปุกน้ำมันเบรก ลดลงต่ำลงมี 2 ข้อ คือ อาจมีการรั่วของน้ำมันเบรกออกจากระบบเบรก หรือผ้าเบรกอาจสึกหรอทำให้ระดับน้ำมันเบรกจะลดลงน้อย


2. ระดับน้ำมันคลัทช์

Car-fluid

ขอบคุณภาพจาก Auto Mthai


ควรตรวจเช็คด้วยสายตา สังเกตดูที่กระปุกน้ำมันคลัทช์ จะมีคำว่า MAX กับ MIN ระดับน้ำมันคลัชท์ ควรอยู่ที่ระดับ MAX เสมอ ถ้าพบว่าระดับ น้ำมันคลัทช์ในกระปุกลดลงต่ำลง ควรนำรถเข้าศูนย์ บริการ เพื่อตรวจเช็คหาสาเหตุ


3. ระดับน้ำมันเกียร์ออโต

Car-fluid

ขอบคุณภาพจาก Auto Deft


ควรตรวจเช็คขณะที่สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยการการดึงก้านวัด น้ำมันเกียร์ออโต้ ออกเช็คด้วยการดึงก้านวัดออกมาและเสียบกลับลงไปใหม่ จากนั้นให้ดึงออกมาอีกครั้งสังเกตระดับ น้ำมันเกียร์ที่ปลายด้าม หากระดบน้ำมันเกียร์อยู่ที่ขีด F แสดงว่าระดับ น้ำมันเกียร์ยังใช้งานได้ปกติ


4. ระดับน้ำมัน POWER

Car-fluid

ขอบคุณภาพจาก Paperandthreadt


ควรตรวจเช็คขณะที่เครื่องยนต์ติดอยู่ โดยการหมุนฝาปิดกระปุกน้ำมัน POWER จะติด อยู่กับฝากระปุกน้ำมัน POWER ที่ก้านวัดจะมีคำว่า HOT และ COLD อยู่คนละด้าน หากวัดตอนที่ เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ให้ดูด้าน COLD ถ้าวัดตอนเครื่อง ร้อนให้ดูด้าน HOT ถ้าเป็นรุ่นใหม่ให้ดูที่กระปุกน้ำมัน POWER จะเป็นพลาสติกใส ที่กระปุกจะมีคำว่า HOT และ COLD อยู่คนละด้าน และมีขีดระดับ MAX กับ MIN อยู่ด้วย แน่นอนว่าเราต้องหมั่นคอยดูให้ระดับน้ำมันอยู่ที่ MAX ตลอด

           

น้ำมันต่างๆ เหล่านี้ ก็มีผลต่อการใช้รถยนต์ไม่แพ้น้ำมันเครื่อง ดังนั้น ควรตรวจเช็คเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และทำให้อยู่ในระดับที่ปกติอยู่เสมอ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถเราให้มีประสิทธิภาพพร้อมตลอดการใช้งานค่ะ นอกจาก การดูแลรถยนต์แล้ว อีกเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับรถยนต์ คือ การทำประกันภัยรถยนต์ เป็นอีกตัวช่วยที่เพิ่มความปลอดภัยทั้งรถและบุคคลในรถค่ะ

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์