สุขภาพจิตกับการฟื้นฟูให้ดีขึ้น

 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดความกังวลจนคนมองหาประกันภัย COVID-19 กันให้ไปทั่ว รวมไปถึงสถานการณ์ความเครียดที่ได้เกาะกุมจิตใจของทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วย รวมไปถึงตัวพี่หมีเองด้วย จนพลอยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตแย่ไปหมด แต่ก่อนที่สุขภาพกายและสุขภาพจิตจะแย่ไปกว่านี้ จะดีกว่าไหม หากเราจะจับมือร่วมแรงร่วมใจให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ด้วยการเรียนรู้วิธีการจัดการกับความเครียด หรือวิธีการฟื้นฟูสุขภาพจิต เพื่อให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นนั่นเองครับ

 

เปรียบเทียบประกันโรคร้ายแรง

 

สุขภาพจิต หมายถึง อะไร

ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ถึงวิธีการจัดการกับความเครียด หรือวิธีการฟื้นฟูสุขภาพจิต เรามาทราบถึงความหมายอันแท้จริงของคำว่าสุขภาพจิตกันก่อน

ซึ่งคำว่า สุขภาพจิต หมายถึง ภาวะจิตใจที่เป็นสุข สามารถปรับตัวแก้ปัญหา สร้างสรรค์ทำงานได้ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความมั่นคงทางจิตใจ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ อยู่ในสังคม และอยู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก หากมีสิ่งใดมากระทบอย่างรุนแรง หรือมีความเครียดรุมเร้า ก็อาจทำให้สุขภาพจิตพังได้ ฉะนั้น บทความนี้ พี่หมีจะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้ถึงวิธีการจัดการกับความเครียด หรือวิธีการฟื้นฟูสุขภาพจิตกัน

 

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ 2563

 

สุขภาพจิตที่ดี เป็นอย่างไร

การมีสุขภาพจิตที่ดี ก็คือ สภาวะจิตใจของเพื่อนๆ มีความสุข มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สามารถปรับตัวเพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาหรือความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปได้ รวมถึงใช้ชีวิตในสังคมต่อไปได้เป็นปกติ ดังนั้น สุขภาพจิตที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของเพื่อนๆ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม ทั้งวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ หรือแม้กระทั่งวัยเด็ก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาก็ได้ระบุลักษณะของผู้ที่มีสุขภาพจิตดีไว้ดังนี้ครับ

  • ไม่ค่อยรู้สึกสิ้นหวัง
  • เข้าสู่โหมดอารมณ์แง่ลบได้ยาก และปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติได้เร็ว
  • มีแนวโน้มจะนึกถึงช่วงเวลาที่ดีมากกว่าช่วงเวลาที่เลวร้าย
  • เข้าใจถึงความหมายของชีวิต และสามารถใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย
  • ให้ความสนใจกับสิ่งที่สำคัญจริง ๆ และคำนึงถึงการคงไว้ซึ่งอารมณ์และสุขภาพจิตที่ดี
  • มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่นมากกว่าผู้ที่มีสุขภาพจิตไม่ดี

สุขภาพกาย สุขภาพจิต ส่งผลต่อกันอย่างไร

สุขภาพจิต สุขภาพกายและสุขภาพจิต

การมีสุขภาพจิตดีและการมองโลกในแง่ดีนั้นสัมพันธ์กับการมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นด้วยครับ เพราะการมีสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ รวมทั้ง ช่วยในเรื่องน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพของเพื่อนๆ มากขึ้น ทำให้เรามีอายุยืนยาวขึ้น และมีปัญหาสุขภาพที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันน้อยลง ในทางกลับกัน เมื่อเพื่อนๆ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพกายให้ดีขึ้น ก็จะส่งผลให้เพื่อนๆ สุขภาพจิตดีที่ดีขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งพี่หมีเองก็อยากชักชวนให้เพื่อนๆ ลองเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นได้ดังต่อไปนี้ครับ

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

    ในช่วงก่อนและหลังจากออกกำลังกาย ร่างกายจะปลดปล่อยสารเอนดอร์ฟินที่ช่วยให้อารมณ์ดีและผ่อนคลายจากความเครียด การออกกำลังกายจึงเป็นวิธีที่ช่วยจัดการกับความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าได้ดี โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

    สารอาหารจะช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายและสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ โดยรับประทานผักผลไม้ให้มาก และเลือกบริโภคไขมันดีจากปลาแซลมอน ปลาทูน่า ถั่ว หรือเมล็ดแฟล็กซ์แทนเนื้อสัตว์ติดมัน

  • เลิกพฤติกรรมเสี่ยง

    ควรลด ละ เลิกบุหรี่ รวมถึงลดหรืองดดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารเสพติด เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย เพราะอาจทำให้เกิดความตึงเครียดและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

  • ผ่อนคลายจากความเครียด

    หากชีวิตประจำวันวุ่นวายหรือมีตารางงานรัดแน่น ควรหาเวลาพักเพื่อผ่อนคลายสัก 30 นาที เช่น ฟังเพลง ดูทีวี นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ เป็นต้น

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

    งานวิจัยขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งพบว่าการนอนไม่พอส่งผลให้เกิดอารมณ์ด้านลบและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ จึงควรพยายามเข้านอนให้ตรงเวลาทุกวัน และฝึกนิสัยการนอนที่จะช่วยให้นอนหลับสนิท เช่น ไม่จ้องหน้าจอมือถือหรืออุปกรณ์ดิจิทัล รวมทั้งงดออกกำลังกายในช่วง 1 ชั่วโมงก่อนนอน ไม่บริโภคเครื่องดื่มคาเฟอีนหลังจากช่วงบ่าย เป็นต้น

 

เปรียบเทียบประกันอุบัติเหตุ

 

วิธีการฟื้นฟูสุขภาพจิตหรือจัดการกับความเครียด

  1. อย่าทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

    อย่างที่ทราบกันดีว่า เมื่อมีความเครียดสะสม อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด อาทิ การทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตาย การลาออกจากงาน การย้ายที่อยู่ การขายบ้าน การหย่าขาดจากคู่สมรส การตัดสินใจผิดพลาดทางธุรกิจ การทะเลาะกับคนใกล้ชิด การกระทบกระทั่งกันในหมู่เพื่อนในระหว่างที่เราเผชิญกับความเครียด เป็นต้น ฉะนั้น ในระหว่างนี้ไม่ควรมีการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ ใดๆ ทั้งสิ้น เพียงประคับประคองให้ผ่านสถานการณ์แต่ละวันก็พอครับ

  2. ติดตามข่าวสารเท่าที่จำเป็น

    อาทิ ประกาศของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น และลดการเสพโซเชียลมีเดียลง เพราะข่าวสาร หรือผู้คนในโซเชียลมีเดีย อาจทำให้เพื่อนๆ ตื่นตระหนกจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก

  3. ตรวจสอบอาการทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์อย่างสม่ำเสมอ

    หากเพื่อนๆ มีอาการซึมเศร้า การนอนที่ผิดปกติ การดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น จนกระทบศักยภาพ หน้าที่การงาน หรือความสัมพันธ์ เพื่อนๆ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

 

aetna ประกันสุขภาพ

 

และทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือ วิธีการจัดการกับความเครียด หรือวิธีการฟื้นฟูสุขภาพจิต เพื่อให้คุณมีสุขภาพจิตที่ดีดังเดิม ที่พี่หมีโกแบร์นำมาฝากกันในบทความนี้ พี่หมีหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนๆ จะนำข้อมูลความรู้จากบทความนี้ไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 กันนะครับ อย่างไรก็ตาม หากเพื่อนๆ ยังรู้สึกไม่สบายใจ การมีประกันสุขภาพที่ช่วยรับภาระเบิกค่ารักษาพยาบาลและครอบคลุมความคุ้มครองโรคโควิด-19 ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ สบายใจหายห่วงก็เป็นได้ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์ได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มสีเขียวด้านล่างเลยครับ

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ

 

Thus Noumong

Thus Noumong

บรรณาธิการประจำโกแบร์ประเทศไทย ยามว่างชื่นชอบการออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน หรือในครัว รักในการเขียนเรื่องราวไลฟ์สไตล์และต้องการทำให้เรื่องการเงิน ย่อยง่าย เข้าถึงได้ทุก ๆ คน

คลิกเพิ่มเติม