อัตราค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชน 2563

 

แม้เราจะรู้กันว่าหากเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา การไปโรงพยาบาลคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะโรงพยาบาลมีทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือตรวจรักษาที่พร้อมสรรพ แต่เรื่องที่คนมักกลัวเมื่อนึกถึงการไปโรงพยาบาลคือเรื่อง ค่ารักษาพยาบาล ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง วันนี้พี่หมีมีข้อมูลเกี่ยวกับอัตราค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนแบบอัปเดตประจำปี 2563 ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและค่าห้องพัก ไว้เป็นข้อมูลเตรียมตัวเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องพบหมอกะทันหันกันครับ

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ 2563

ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก รพ. เอกชน 2563

การตรวจผู้ป่วยนอกคือการให้บริการทางการแพทย์กับผู้ป่วยที่อาการไม่ร้ายแรง สามารถสังเกตอาการด้วยตนเองได้ไม่จำเป็นต้องนอนพักที่โรงพยาบาล ตรวจเสร็จแล้วผู้ป่วยสามารถรอรับยากลับบ้านได้ทันที การรับบริการอาจใช้เวลาราว 10-30 นาที ขึ้นอยู่กับอาการที่เป็นและความร้ายแรง

สำหรับการตรวจผู้ป่วยนอกที่ใช้เวลาตรวจราว 10-30 นาทีนั้นค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว 200-3,000 บาทขึ้นอยู่กับอาการ หากใช้เวลานานกว่านั้นค่ารักษาอาจเพิ่มมากขึ้นได้อีกถึง 4,000-5,000 บาท อย่างเช่นโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 อยู่ที่ราว 600 บาท โรงพยาบาลบางนา 1 อยู่ที่ราว 3,000 บาท ค่ารักษาส่วนนี้มีตั้งแต่ค่าตรวจวินิจฉัยและให้คำปรึกษา ค่าอุปกรณ์เครื่องมือ ค่าแล็ป ค่าพยาบาลเบื้องต้น และอาจรวมถึงค่ายารักษาด้วย

ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชน 2563

ในการรักษาบางครั้ง แพทย์อาจแนะนำให้นอนพักที่โรงพยาบาลเมื่อเห็นว่าควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ห้องพักผู้ป่วยจึงเป็นประโยชน์ต่อการรักษาเนื่องจากแพทย์สามารถติดตามอาการ รวมถึงรับบริการการดูแลจากพยาบาล และสามารถขอความช่วยเหลือหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออาการแย่ลงฉับพลันได้ในทันที อย่างไรก็ตาม ห้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวแต่ละครั้งอย่างมาก เนื่องจากค่าห้องพักทุกรูปแบบของทุกโรงพยาบาลคิดเป็นรายวัน และระยะเวลาในการนอนห้องพักขึ้นอยู่กับอาการป่วยเป็นสำคัญ

ค่าห้องรวม

ห้องรวมของโรงพยาบาลเอกชนนั้นมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่พักรวมกันหลายเตียงในห้องโถงใหญ่ บางแห่งอาจแบ่งเป็นห้องรวม 4 เตียง และโรงพยาบาลบางแห่งอาจแบ่งเป็นห้องรวม 2 เตียงหรือห้องคู่ ซึ่งปริมาณเตียงที่น้อยลงหมายถึงความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นทั้งของผู้ป่วยและผู้ดูแล แต่ขนาดของห้องที่ต่างกันก็มีค่าบริการที่แตกต่างกัน

โดยเบื้องต้น อัตราค่าห้องพักรวมของโรงพยาบาลเอกชนนั้นอยู่ที่ราว 2,000-3,500 บาท อย่างเช่นห้องรวมของโรงพยาบาลเซนส์หลุยส์อยู่ที่ 1,900 บาท ห้องรวมของโรงพยาบาลวิชัยเวชอยู่ที่ 2,520 บาท แต่หากต้องการห้องรวมที่ปริมาณเตียงน้อยลง ค่าบริการก็จะอยู่ที่ราว 2,500-5,000 บาท อย่างเช่นห้องรวม 4 เตียงของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์อยู่ที่ 4,040 บาท ห้องรวม 4 เตียงของโรงพยาบาลธนบุรีอยู่ที่ 4,010 บาท และหากต้องการห้องคู่ อัตราค่าบริการก็อาจสูงขึ้นอีกได้ในแต่ละแห่ง

ค่าห้องเดี่ยว

ห้องเดี่ยวหรือห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนนั้นจะมีผู้ป่วย 1 คนต่อห้องพัก 1 ห้องเท่านั้น จึงตอบโจทย์ทั้งด้านการรักษาในด้านความสะอาดและการติดตามอาการ และตอบโจทย์ด้านความสบายใจในด้านการพักอาศัยทั้งของผู้ป่วยและผู้ดูแล โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งมีห้องเดี่ยวหลายรูปแบบ มอบทั้งความหรูหราและความสะดวกสบายในการใช้บริการเช่นเดียวกับโรงแรม แต่ต้องแลกด้วยอัตราค่าบริการที่สูงลิ่วเช่นกัน

โดยเบื้องต้น อัตราค่าห้องพักเดี่ยวของโรงพยาบาลนั้นเริ่มต้นที่ราว 3,500 - 6,000 บาท และราคาก็อาจปรับสูงขึ้นได้อีกตามรูปแบบห้องพักที่ต้องการหรือพร้อมบริการผู้ป่วยในขณะนั้น อย่างเช่นห้องพักเดี่ยวของโรงพยาบาลสินแพทย์อยู่ที่ 3,940 บาท หรือโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทอยู่ที่ประมาณ 7,740 บาท โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์อยู่ที่ 12,850 บาทโรงพยาบาลบางแห่งอาจมีห้องพักเดี่ยวหลายรูปแบบเพื่อรองรับทุกความต้องการ และโรงพยาบาลบางแห่งอาจมีห้องพักเดี่ยวสุดหรูที่ค่าบริการสูงถึงราว 20,000 หรือ 30,000 บาทเลยครับ

ค่าห้อง ICU

ห้อง ICU หรือห้องฉุกเฉินเป็นห้องรักษาตัวสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาแบบเฉพาะทางหรือผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าสังเกตอาการ เฝ้าระวังภาวะติดเชื้อเป็นพิเศษ โดยเบื้องต้นค่าบริการห้อง ICU ของแต่ละโรงพยาบาลนั้นจะใกล้เคียงกับห้องพักเดี่ยวแต่สูงกว่าจากการติดตั้งเครื่องมือและระบบการตรวจรักษา ที่สำคัญ การเข้าพักห้อง ICU นั้นไม่ใช่การตัดสินใจของผู้ป่วยหรือผู้ดูแลแต่เป็นการตัดสินใจของแพทย์โดยตรงเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษา บางครั้งอาจหมายถึงการรักษาชีวิตผู้ป่วย ทำให้การพักห้อง ICU กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแบบกะทันหันได้

เปรียบเทียบประกันโรคร้ายแรง

เข้า รพ. เอกชนแต่ละครั้งควรมีเงินเท่าไหร่

มาถึงส่วนนี้ หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า แล้วอย่างนี้เราควรจะมีเงินสำรองเท่าไหร่ในการเข้าโรงพยาบาลเอกชนแต่ละครั้ง สำหรับการตรวจรักษาที่ไม่ต้องนอนพักนั้น คุณควรมีเงินสำรองราว 1,000-3,000 บาท แต่หากแพทย์วินิจฉัยว่าคุณต้องอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการก็จะมีเรื่องค่าห้องพักและค่าหัตถการอื่นๆ รวมถึงค่ายาที่ใช้ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มมาอีกขั้น ค่าใช้จ่ายการรักษาต่อครั้งอาจทะลุหลักหมื่นได้ ซึ่งจุดนี้ การทำประกันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้มากเลยล่ะครับ

ดูจากข้อมูลค่ารักษากันแล้วก็บอกได้เลยว่า หากเรามีประกันสุขภาพแบบครบวงจรพกติดตัวไว้ย่อมต้องดีกว่าเข้าโรงพยาบาลตัวเปล่าแน่นอน นอกจากอุ่นใจได้ว่ามีประกันจ่ายให้ในยามเจ็บป่วยไม่ว่าจะต้องพักรักษาตัวหรือไม่แล้วยังสามารถใช้เบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้ด้วย หากเพื่อนอยากเปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์ ก็สามารถเข้ามาเปรียบเทียบประกันสุขภาพตัวที่ใช่ที่เว็บไซต์โกแบร์ได้เลยนะครับ

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม