วิธีการฝึกสมาธิอย่างง่าย 5 ขั้นตอน

  1. เลือกแอปพลิเคชันให้เข้ากับไลฟ์สไตล์
  2. ปักหมุดเวลาฝึกให้ชัดเจน
  3. เตรียมสถานที่และบรรยากาศให้พร้อม
  4. นั่งและหายใจแบบรู้ตัวตลอดเวลา
  5. จัดตารางเวลาให้ต่อเนื่อง

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าการฝึกสมาธินั้นให้ประโยชน์กับเราหลายอย่างโดยเฉพาะความแข็งแรงทางสุขภาพจิตใจ ทั้งลดความเครียด ความกังวลในแต่ละวัน ช่วยเรื่องการนอนหลับ และเป็นเหมือนการจัดลิ้นชักความคิดให้เรามีสติมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันการฝึกสมาธิไม่จำเป็นต้องมุ่งเข้าศูนย์ปฏิบัติธรรมหรือวัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่สามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน และปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชันฝึกสมาธิมากมายให้เราเลือกใช้ ทั้งยังเป็นผู้ช่วยชั้นดีโดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้นอีกด้วย ทำให้การฝึกสมาธิด้วยตนเองในปัจจุบันไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ใครๆ ก็เข้าถึงการฝึกสมาธิได้ เพราะการฝึกสมาธิอย่างง่ายนั้นทำได้ทุกที่ แม้แต่ในห้องนอนของคุณ

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแอปพลิเคชันฝึกสมาธิเป็นผู้ช่วยคนสำคัญประจำตัวแล้วแต่การฝึกก็ยังคงมีขั้นตอนอื่นๆ ที่ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญ เพื่อการฝึกสมาธิที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น วันนี้จะขอนำเสนอ 5 วิธีฝึกสมาธิเบื้องต้นที่สามารถปรับใช้กับแอปพลิเคชันฝึกสมาธิด้วยตนเองของคุณ

 

1. เลือกแอปพลิเคชันให้เข้ากับไลฟ์สไตล์

อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าแอปพลิเคชันฝึกสมาธิที่มีให้เลือกมากมายนั้นมีจุดเด่นและวิธีการทำงานแตกต่างกัน บางแอปพลิเคชันอาจเน้นสร้างบรรยากาศให้เหมาะสมผ่านเสียงเพลงหรือเสียงธรรมชาติ บางแอปพลิเคชันอาจใช้เสียงพูดบรรยายในการสร้างสมาธิ บางแอปพลิเคชันอาจมีแบบทดสอบเล็กๆ น้อยๆ ให้เราทำก่อนจะจัดโปรแกรมให้ และบางแอปพลิเคชันอาจจัดรูปแบบและลำดับการฝึกสมาธิให้เราอย่างชัดเจนราวกับเป็นบทเรียนบทหนึ่ง เลือกแอปพลิเคชันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการฝึกที่คุณต้องการ โดยเฉพาะสำหรับคนที่วอกแวก ไม่มีสมาธิได้ง่ายหรือไม่มีเวลาฝึกต่อครั้งมากนักอาจเลือกแอปพลิเคชันที่สามารถตั้งค่ากำหนดเวลาฝึกให้คุณ

2. ปักหมุดเวลาฝึกให้ชัดเจน

สำหรับมือใหม่ในการฝึกสมาธิ อาจเริ่มต้นที่กำหนดเวลาไว้ 5-10 นาทีต่อครั้ง และค่อยๆ ปรับความยาวนานของเวลาตามความสามารถในการกำหนดสมาธิที่พัฒนาขึ้น คุณอาจใช้แอปพลิเคชันฝึกสมาธิที่สามารถกำหนดเวลาได้ว่าต้องการฝึกกี่นาทีต่อครั้งเป็นตัวช่วย เรื่องของเวลาฝึกนี้ยังรวมถึงช่วงเวลาที่เลือกฝึกในแต่ละวัน เช่น ตอนเช้า ตอนเย็น หรือก่อนนอน เลือกให้เเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณว่าสะดวกฝึกในช่วงเวลาใด

3. เตรียมสถานที่และบรรยากาศให้พร้อม

ฝึกสมาธิ

สถานที่และบรรยากาศที่เหมาะสมทำให้การฝึกสมาธิได้ประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจนมากขึ้น แม้จะเป็นการฝึกสมาธิด้วยตนเอง โดยเบื้องต้นควรเป็นสถานที่ที่สงบเงียบ ไม่มีเสียงรบกวนนอกเหนือจากเสียงธรรมชาติหรือเสียงที่เลือกไว้ มีแสงสว่างที่พอดี อุณหภูมิห้องที่ไม่ร้อนหรือไม่หนาวจนเกินไป อาจเพิ่มบรรยากาศด้วยกลิ่นที่รู้สึกสงบเมื่อได้สูดดม โดยเฉพาะกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างเปปเปอร์มินต์ ลาเวนเดอร์ มะลิ หรือกลิ่นสมุนไพรอย่างตะไคร้ โรสแมรี เป็นต้น ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้สามารถสร้างได้ในห้องส่วนตัวของคุณ และข้อดีของการฝึกสมาธิด้วยตนเองคือคุณสามารถจัดแต่งสถานที่ให้เป็นแบบที่คุณชอบได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

4. นั่งและหายใจแบบรู้ตัวตลอดเวลา

การฝึกสมาธิไม่ใช่การหลับตาแล้วปล่อยลมหายใจไปเรื่อยๆ แบบไร้กำหนดสิ้นสุด การฝึกจึงมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนคล้ายกับการออกกำลังกาย เริ่มจากนั่งหลังตรงและศีรษะตรงในท่าที่สบาย ซึ่งท่านั่งขัดสมาธิเป็นท่านั่งหนึ่งที่นิยม กำหนดลมหายใจเข้าออกตามธรรมชาติและคอยนับลมหายใจเข้าออกของตัวเอง และค่อยๆ บล็อกความคิดอื่นที่พยายามเข้ามาวุ่นวายไม่ให้ความคิดเหล่านั้นกวนใจเราได้จนจบระยะเวลาฝึก นอกจากการกำหนดลมหายใจของตัวเองแล้ว หากเลือกเปิดเสียงบทบรรยายคลอไปกับการฝึก ก็สามารถกำหนดใจให้จดจ่อกับบทบรรยายได้เช่นกัน

5. จัดตารางเวลาให้ต่อเนื่อง

ฝึกสมาธิ

อย่างที่กล่าวไว้ว่าการฝึกสมาธินั้นไม่ต่างจากการออกกำลังกาย การฝึกอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด จัดให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมประจำวันอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อใจเริ่มนิ่งได้นานขึ้นแล้วก็สามารถเพิ่มได้ทั้งระยะเวลาและความถี่ อาจเป็น 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์หรือวันละครั้งโดยเฉพาะก่อนนอน การเลือกช่วงเวลาฝึกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์จะช่วยให้คุณจัดตารางสำหรับการฝึกสมาธิได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การฝึกส่งผลดีต่อตัวคุณอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

 

เห็นไหมครับว่าการฝึกสมาธิด้วยตนเองที่บ้านนั้นแม้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ทำได้ไม่ยาก และเป็นวิธีการดูแลจิตใจรูปแบบหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถคลายความเครียดที่ต้องเจอในแต่ละวันและทำให้เรามีสติในชีวิตมากขึ้นเป็นอย่างดี วิธีการฝึกสมาธิอย่างง่ายทั้ง 5 ข้อนี้สามารถปรับใช้กับแอปพลิเคชันฝึกสมาธิที่คุณชื่นชอบ และที่สำคัญมากๆ คือความต่อเนื่อง รับรองครับว่าหากทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ จิตใจและสมาธิของคุณจะแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน

แต่นอกจากการดูแลร่างกายและจิตใจให้ดีอยู่เสมอแล้ว การมีประกันสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้ามาเปรียบเทียบแบบประกันแต่ละตัวทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มครอง และสิทธิรักษาพยาบาลที่จะได้รับผ่านทางเว็บไซต์ของพี่หมีโกแบร์ เพื่อหาแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพของเพื่อน ๆ มากที่สุด ตรงปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ประกันสุขภาพ เปรียบเทียบ

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม