รู้จักเทศกาล “ฮานามิ” หรือเทศกาลชมดอกซากุระบาน

รู้จักเทศกาล “ฮานามิ” หรือเทศกาลชมดอกซากุระบาน

ถ้านึกถึงช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมไปประเทศญี่ปุ่น คงมีสองช่วงหลักๆที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป นั่นคือการไปชมดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และการไปชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สำหรับเทศกาลซากุระที่กำลังจะมาถึง จะมีอะไรน่าสนใจและต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตามไปอ่านกันได้เลย…

ฮานามิ จริงๆแล้วหมายถึงการชมดอกไม้ ซึ่งวัฒนธรรมนี้มีมายาวนานนับพันปีในประเทศญี่ปุ่น โดยดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวตั้งตารอมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นดอกซากุระ ทำให้ “ฮานามิ” ถูกใช้ในความหมายของการชมดอกซากุระนั่นเอง เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะรอคอยการบานของดอกซากุระ ชาวญี่ปุ่นเองก็ติดตามข่าวการพยากรณ์อย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน เพราะถือเป็นช่วงเวลาพิเศษของปีที่จะมีแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น

Jetradar-sakura-01.jpg

สถานที่ยอดนิยมในการชมซากุระ

การชมซากุระนั้นสามารถชมได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยการบานของซากุระจะบานไล่จากภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศ (ทิศทางตรงข้ามกับการเปลี่ยนสีของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง) โดยแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งจากสายพันธุ์ของต้นซากุระ ที่ทำให้ดอกมีสีสันที่ต่างกันไป รวมถึงวัฒนธรรมในการชมซากุระของคนในพื้นที่นั้นๆ อาหารเครื่องดื่มท้องถิ่นก็เปลี่ยนไปตามแต่ละพื้นที่ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะไปจุดไหนในญี่ปุ่นก็จะได้รับความประทับใจที่แตกต่างกันไปอย่างแน่นอน

บริเวณโตเกียว

เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเมืองยอดนิยมของคนไทย ที่เพียบพร้อมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวต่างๆมากมาย รวมถึงถ้าอยากไปชมซากุระที่ภูเขาไฟฟูจิ ก็ต้องมาตั้งต้นที่โตเกียวเช่นกัน

1) สวนสาธารณะ ชินจูกุ เกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen)

เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว รายล้อมด้วยตึกสูง จุดเด่นของที่นี่ก็คือต้นซากุระที่มีมากกว่า 1,000 ต้นและประกอบด้วยหลากหลายสายพันธุ์ ดังนั้นใครที่พลาดช่วงเวลาบานเต็มที่ของที่อื่น ให้แวะมาดูที่นี่อาจจะได้เจอบางสายพันธุ์ที่ยังบานอยู่

::::การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ Shinjuku::::

Jetradar-sakura-02.jpg


2) จิโดริงาฟูจิ (Chidoringafuchi)

สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับพระราชวังอิมพีเรียล จุดเด่นของที่นี่ก็คือมีบ่อน้ำขนาดใหญ่และมีต้นซากุระอยู่รายรอบบ่อน้ำ ผู้คนนิยมพายเรือท่ามกลางซากุระริมฝั่ง และตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟเพิ่มความสวยงามอีกด้วย

::::การเดินทาง : เดิน 3 นาทีจากสถานีรถไฟ Kudanshita::::

Jetradar-sakura-03.jpg


3) สวนสาธารณะอุเอโนะ (Ueno)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงโตเกียว เป็นศูนย์กลางการเดินทางและร้านค้า นักท่องเที่ยวชาวไทยอาจจะคุ้นชินกับการช้อปปิ้งที่บริเวณนี้ แต่เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนสาธารณะแห่งนี้ก็เป็นจุดที่ผู้คนคับคั่งอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะมานั่งสังสรรค์ใต้ต้นซากุระ

::::การเดินทาง : เดิน 3 นาทีจากสถานีรถไฟ Ueno::::

Jetradar-sakura-04.jpg


4) ทะเลสาบคาวากูชิและเจดีย์แดง (Kawaguchi Lake and Chureito Pagoda)

วิวซากุระที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง เรียกได้ว่าเป็น 2 เอกลักษณ์ที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเมื่ออยู่ด้วยกันย่อมเป็นส่วนผสมที่ลงตัวเป็นอย่างมาก โดยทะเลสาบคาวากูชิเป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบที่ตั้งอยู่บริเวณรอบภูเขาไฟฟูจิและยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก ในช่วงฤดูใบไม่ผลิ นอกจากสภาพอากาศที่ทำให้มีโอกาสได้เห็นภูเขาไปฟูจิได้ชัดเจนมากขึ้นแล้ว ต้นซากุระที่อยู่รายล้อมทะเลสาบยังบานสะพรั่งสวยงาม และอย่าลืมแวะขึ้นไปชมเจดีย์แดง ที่อาจจะเหนื่อยซักหน่อยแต่วิวข้างบนต้องบอกว่าคุ้มค่ากับเหงื่อทุกหยดที่เสียไป!

::::การเดินทาง : รถไฟประมาณ 1.30 ชั่วโมงจากโตเกียว (ต้องเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟเอกชนที่สถานี Otsuki) ลงสถานี Kawaguchiko สำหรับทะเลสาบ และ Shimoyoshida สำหรับเจดีย์แดง::::

Jetradar-sakura-05.jpg


บริเวณโอซาก้า

เมืองหลักของภูมิภาคคันไซ คนไทยอาจจะคุ้นเคยรองลงมาจากโตเกียว ความคึกคักวุ่นวายอาจจะไม่เท่ากับโตเกียว แต่เสน่ห์ของโอซาก้าก็มามากและหลงรักได้ไม่ยากเลย


1) ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

แลนมาร์คที่สำคัญ เป็นจุดที่ใครแวะไปโอซาก้าก็ต้องไป ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระโดยรอบปราสาทมากกว่า 4,000 ต้นก็จะเบ่งบานพร้อมกัน เป็นจุดที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด และในบริเวณนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะนิชิโนะมารุ(Nishinomaru) ที่เป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

::::การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ Mironomiya /Osakajokoen::::

Jetradar-sakura-06.jpg


2) โรงกษาปณ์โอซาก้า (Osaka Mint Bureau)

สถานที่นี้จะเปิดให้เข้าชมระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ใน 1 ปีเท่านั้น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโยโด มีซากุระกว่า 100 สายพันธุ์ปลูกอยู่ที่นี่ ทำให้ที่นี่เป็นจุดที่ใครมาโอซาก้าช่วงเวลานี้ต้องมาเยือน แต่ต้องทำใจกับจำนวนคนมหาศาล แต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน

::::การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ Osaka Tenmangu / Minamimorimachi::::

Jetradar-sakura-07.jpg


3) สวนสาธารณะเคมะซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya)

สวนสาธารณะริมแม่น้ำโอกาวะ มีต้นซากุระมากกว่า 5,000 ต้น เรียงรายริมน้ำ ชาวญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งสังสรรค์กันบริเวณนี้ หรือถ้าเป็นการล่องเรือในแม่น้ำ เมื่อผ่านจุดนี้ก็จะได้พบกับวิวที่สวยงามมาก

::::การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ Sakuranomiya::::

Jetradar-sakura-08.jpg


เกียวโต

ใครมาภูมิภาคคันไซ ย่อมไม่ควรพลาดเกียวโต นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากมายนับไม่ถ้วน เกียวโตยังเป็นจุดหมายสำคัญทั้งช่วงเทศกาลชมดอกซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี


ถนนนักปราชญ์ (Philosopher’s Path)

เป็นถนนและลำธารเล็กๆระหว่างวัดกินคะคุจิ(Ginkakuji) และวัดนันเซนจิ (Nanzenji) มีต้นซากุระเรียงรายนับร้อยต้น เมื่อถึงวันที่ซากุระบานเต็มที่ ถนนเส้นนี้จะกลายเป็นถนนสีชมพูไปทั้งหมด ทั้งที่บานสะพรั่งอยู่บนต้นและดอกที่ร่วงลงมาบนพื้นดิน

Jetradar-sakura-09.jpg

:::: นอกจากนี้เกียวโตยังมีจุดชมซากุระที่สวยงามอยู่อีกมากมาย เช่น สวนมารุยามา(Maruyama) , คลองโอคาซากิ (Okazali Canel)::::


นารา

อีกเมืองที่เป็นที่นิยมในบริเวณนี้ หลายคนอาจจะรู้จักนาราจากกวาง แต่นาราก็เป็นอีกที่ที่ไม่ควรพลาดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

สวนสาธารณะนารา (Nara Park) จุดมุ่งหมายหลักของผู้คนที่มานารา ย่อมมีสวนนี้อยู่แน่นอน แน่นอนว่าจุดเด่นของที่นี่ก็คือกวางจำนวนมากกว่า 500 ตัว แต่ในฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระเกือบ 2,000 ต้นที่นี่ก็จะเบ่งบานเต็มที่ ต้นซากุระกับกวางน่ารักๆก็ดูสวยงามไม่ซ้ำกับที่อื่น


::::การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟ Kintetsu Nara::::

Jetradar-sakura-10.jpg


:::: นอกจากนี้ นารายังมีจุดชมซากุระที่สวยงามอีกเช่น ปราสาทโคริยามะ (Koriyama Castle) , พระราชวังเฮโจ (Heijo Palace)::::


สถานที่ชมซากุระในเมืองอื่นๆที่น่าสนใจ


ภูมิภาคคิวชู

ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) เมืองคุมาโมโตะ เมืองของขวัญใจมหาชน”คุมะมง” ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือปราสาทคุมาโมโตะ ปราสาทขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์สำคัญคือสีดำ ตัดกับดอกซากุระสีชมพูที่บานล้อมรอบปราสาทอย่างสวยงาม

Jetradar-sakura-11.jpg


ภูมิภาคชูโกกุ

Hiroshima Peace Memorial Park เมืองฮิโรชิม่า สวนสาธารณะกลางเมืองฮิโรชิม่า สร้างขึ้นเพื่อรำลุกถึงเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มีอาคาร Atomic Dome ตั้งโดดเด่นอยู่ริ่มน้ำ สวนนี้ยังมีต้นซากุระจำนวนมากและเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน

Jetradar-sakura-12.jpg


ภูมิภาคคันไซ

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) เมืองฮิเมจิ ปราสาทขนาดใหญ่สีขาวบริสุทธิ์ที่พึ่งเปิดให้เข้าชมจากการบูรณะมาได้ไม่นาน ล้อมรอบด้วยต้นซากุระมากมาย โดยเฉพาะในวันที่อากาศปลอดโปร่งฟ้าใส สีชมพูของดอกซากุระตัดกับสีขาวของตัวปราสาทจะเป็นภาพที่สวยงามมาก

Jetradar-sakura-13.jpg


ภูมิภาคชูบุ

เค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen) เมืองคานาซาว่า เมืองริมฝั่งทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น มีสวนเค็นโรคุเอ็น สวนสาธารณะชื่อดัง มีต้นซากุระมากมาย และบริเวณเดียวกับสวนนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของปราสาทคานาซาว่าอีกด้วย

Jetradar-sakura-14.jpg


ภูมิภาคโทโฮคุ

ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle) เมืองอาโอโมริ อาโอมิริเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องของแอปเปิ้ล ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว แต่ถ้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่ปราสาทฮิโรซากิมีให้ชมมากกว่า 2,000 ต้น และบริเวณปราสาทยังมีคลองที่มีต้นซากุระทั้งสองฝั่ง และสามารถเช่าเรือลงไปภายในคลองได้ ซึ่งถ้าใครนั่งรถไฟจะไปฮอกไกโด การแวะที่อาโอโมริซักวันรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

Jetradar-sakura-15.jpg


ภูมิภาคฮอกไกโด

ป้อมโกเรียวคาคุ (Goryokaku Fort) เมืองฮาโกดาเตะ ป้อมปราการเก่า ที่มีความพิเศษคือเป็นรูปดาว 5 แฉกเมือมองจากมุมสูง และที่สำคัญคือมีต้นซากุระปลูกไว้แน่นเกือบเต็มพื้นที่เลยทีเดียว

Jetradar-sakura-16.jpg


เตรียมตัวก่อนไปเทศกาล “ฮานามิ”


สิ่งที่ควรและไม่ควรทำในการไปเทศการชมซากุระ

ทุกคนพอจะทราบกันดี ว่าประเทศญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่น ค่อนข้างมีแบบแผนในเรื่องต่างๆ รวมถึงการร่วมเทศกาลฮานามิหรือการชมซากุระก็มีข้อที่ควรทำและไม่ควรทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นมาดูกันว่าควรรู้อะไรก่อนจะไปบ้าง จะได้ไม่พลาดทุกความสุขของเทศกาลนี้


1) จองที่แบบใครมาก่อนได้ก่อน ถ้าบริเวณไหนสามารถนั่งทานอาหารและสังสรรค์ได้ การจองที่จะเป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน โดยส่วนใหญ่จะใช้การกางแผ่นรองนั่งในการจองพื้นที่ แต่ไม่ควรนำแผ่นมากางจองไว้เฉยๆควรมีคนอยู่ตลอดเวลา และการจองที่ขนาดใหญ่เกินความจำเป็นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

2) ตรวจสอบก่อนว่าบริเวณนั้นสามารถนั่งทานอาหารได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าที่ไหนมีต้นซากุระบานแล้วจะสามารถนั่งสังสรรค์ได้ และบางจุดที่มีคนนั่งอยู่แล้วก็อาจจะเป็นจุดที่ไม่อนุญาตก็ได้ ทางที่ดีควรตรวจสอบไปก่อน (ติดต่อโดยสถานที่โดยตรงหรือทาง website)

3) ห้ามทิ้งขยะไว้เด็ดขาด โดยส่วนสถานที่ที่จัดให้นั่งทานอาหารใต้ต้นซากุระนั้นมักมีถังขยะที่จัดไว้ให้ไม่เพียงพอจากปริมาณคนที่เยอะมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถทิ้งไว้ตรงนั้นได้ ดังนั้นควรเก็บไปทิ้งที่อื่น หรือรวบรวมถือกลับไปด้วย

4) ดูแต่ตามืออย่าต้อง ไม่ว่าดอกซากุระจะสวยแค่ไหน และกิ่งจะโน้มลงมาใกล้พื้นแค่ไหนก็ห้ามสัมผัสดอกหรือกื่งซากุระเป็นอันคาด ดอกซากุระค่อนข้างบอบบาง โดนนิดเดียวอาจจะทำให้ดอกหลุดจากต้นได้แล้ว ดังนั้นเก็บไว้ให้คนที่ยังไม่ได้มาได้ชมความงามร่วมกันดีกว่า

5) เล็งห้องน้ำไว้ให้ดี สถานที่สำหรับ”ฮานามิ” นั้นบางที่ไม่มีห้องน้ำ หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ดังนั้นเล็งไว้ให้ดีก่อนหาชัยภูมิเหมาะๆในการปิกนิก ยิ่งถ้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปอาจจะต้องเข้าบ่อยและเผื่อเวลาให้ดีเพราะคิวอาจจะยาวมาก

6) อากาศอาจจะหนาวจนหมดสนุก ช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น อากาศอาจจะยังหนาว ยิ่งคนไทยอาจจะไม่คุ้นชินทำให้หมดสนุกเอาได้ ดังนั้นเตรียมตัวไปให้พร้อม เสื้อหนาว ผ้าพันคอ หรือพวกอุปกรณ์ทำความร้อนพกพา เหลือย่อมดีกว่าขาดแน่นอน

7) อย่าลืมอาหารประจำฤดูกาล ในช่วงเทศกาล ร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าต่างๆพร้อมใจกันออกสินค้าและอาหารเครื่องดื่มพิเศษเฉพาะฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่องเบนโตะ หรือเครื่องดื่มกระป๋อง กาแฟ แม้กระทั้งเบียร์ ดังนั้นถ้ามีโอกาสได้ไป ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

Jetradar-sakura-17.jpg

ขอบคุณข้อมูลจาก JNTO


ติดของเหล่านี้ไว้ หายห่วง (แถมหาได้ในร้าน 100 เยนซะด้วย)

1) แผ่นปูพื้นพลาสติก ไม่ต้องเตรียมเสื่อไปจากเมืองไทย ไปหาซื้อที่ญี่ปุ่นได้ ไม่ต้องกลัวของหมดเพราะคนญี่ปุ่นมีติดไว้แทบทุกบ้าน

2) แผ่นรองนั่งพกพา บางทีพื้นใต้แผ่นปูพื้นอาจจะไม่เรียบ ดังนั้นติดแผ่นรองนั่งพกพาไว้ นั่งสบายกว่าเยอะ (คนญี่ปุ่นเรียกว่า Zabuton)

3) ถุงขยะ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะหลังจากเสร็จกิจกรรม ไม่ควรเหลือขยะทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียว

4) อุปกรณ์ทำความร้อนพกพา ที่หาง่ายและเป็นที่นิยมก็ถือถุงร้อน มีขนาดเล็กและให้ความอบอุ่นได้มากเลยทีเดียว

5) แก้วน้ำและจานกระดาษ ไม่ต้องขนไปจากเมืองไทย หรือแอบยืมไปจากโรงแรม ไปหาซื้อได้เลย แถมคุณภาพดี ใช้แทนของจริงได้แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจนอยากจะเก็บกลับเมืองไทยเลยทีเดียว

Jetradar-sakura-18.jpg

ขอบคุณข้อมูลจาก JNTO


ช่วงเวลาบานของซากุระในแต่ละภูมิภาค

*ข้อมูลจาก weathermap japan http://sakura.weathermap.jp/ (วันที่คาดว่าจะเริ่มบาน/ช่วงเวลาที่คาดว่าจะบานเต็มที่)

1) โตเกียว (26 มีนาคม/2-10 เมษายน)

2) โอซาก้า (30 มีนาคม/5-13 เมษายน)

3) เกียวโต (29 มีนาคม/4-12 เมษายน)

4) นารา (31 มีนาคม/6-14 เมษายน)

5) ฮิโรชิมา (28 มีนาคม/3-11 เมษายน)

6) คานาซาว่า (5 เมษายน/9-17 เมษายน)

7) ฟุกุโอกะ (26 มีนาคม/3-11 เมษายน)

8) คุมาโมโตะ (27 มีนาคม/3-11 เมษายน)

9) ฮาโกดาเตะ (ยังไม่มีพยากรณ์ ณ ตอนนี้)


โดยข้อมูลที่เป็นที่นิยมและเชื่อถือได้มากที่สุด คือข้อมูลจากการท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือ JNTO แต่ขณะนี้(กลางเดือนกุมภาพันธ์)ยังไม่มีรายงานพยากรณ์ออกมา


ทั้งหมดนี้คือข้อมูลคร่าวๆของเทศกาลชมซากุระที่ประเทศญี่ปุ่น รับรองว่า ไม่ว่าจะมีโอกาสได้ไปที่เมืองไหน ก็จะได้รับความประทับใจกลับมาอย่างมากแน่นอน และถ้าต้องการหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก อย่าลืมจองกับ Jetradar เว็บ/แอปจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก


โดย Jetradar ยังได้ร่วมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ชวนคุณแชร์ประสบการณ์ "เที่ยวญี่ปุ่น....ยิ่งไปยิ่งค้นพบ" ลุ้นตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศญี่ปุ่น(1 รางวัล 2 ที่นั่ง มูลค่า 30,000 บาท) และรับไปเลยโค้ดส่วนลดสำหรับทุกท่านที่ร่วมกิจกรรม ร่วมกิจกรรมคลิกเลย! (ระยะเวลากิจกรรม 14-28 กุมภาพันธ์ 2560)

Compare-TA-in-Seconds.png