บิตคอย

Bitcoin คืออะไร? เงินดิจิตอลคืออะไร? เรามีคำตอบ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับพี่หมีโกแบร์และสาระน่ารู้ดีๆ ในเรื่องการวางแผนทางการเงินกันอีกแล้วนะครับ ในช่วงนี้เพื่อนๆน่าจะเคยได้ยินเรื่องของสกุลเงินใหม่ที่เรียกว่า bitcoin หรือเงินดิจิตอล (cryptocurrencies) กันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจากปากนักลงทุนหรือธุรกิจต่างๆ ที่พยากรณ์ว่า ค่าเงินนี้จะเข้ามาเป็นสิ่งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต แต่เพื่อนๆรู้อะไรเกี่ยวกับ bitcoin บ้าง? อันที่จริงแล้ว bitcoin เป็นเพียงหนึ่งในเงินดิจิตอลหลายๆสกุลที่มีอยู่ในตลาดนะครับ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า bitcoin หรือเงินดิจิตอลนั้น มีความสำคัญอย่างไร และเพื่อนๆควรเตรียมตัวสำหรับการลงทุนในสกุลเงินเหล่านี้อย่างไรบ้างในอนาคต

บิตคอย

ขอบคุณภาพจาก Daily Dot

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เงินดิจิตอลคืออะไร?

เงินดิจิตอล คือค่าเงินที่ไม่ได้มีหน่วยงานใดๆเข้ามากำหนดมูลค่า หากแต่จะมีมูลค่าที่แท้จริงขึ้นลงตามการซื้อขายในตลาด

ถ้าหากลองนึกถึงค่าเงินอื่นๆที่เรารู้จักกันอย่างเช่นค่าเงินบาท แน่นอนว่าก็ถูกควบคุมมูลค่าโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ถูกต้องไหมครับ? โดยค่าเงินต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นค่าเงินที่ถูกตั้งขึ้นตามแต่ละประเทศนั้นๆ และควบคุมโดยรัฐบาลหรือธนาคารของประเทศนั้นๆ นั่นทำให้ค่าเงินของแต่ละประเทศนั้น มีผลต่อการดำเนินงานและสถานะทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ถ้าในช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งกว่าเงินดอลล่าร์ เราก็อาจจะมีการส่งออกไปยังสหรัฐหรือประเทศอื่นๆที่อิงค่าเงินดอลลาร์ในการแลกเปลี่ยนเป็นหลักน้อยลง เนื่องจากของทุกอย่างแพงขึ้นสำหรับผู้นำเข้านั่นเอง สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำนั่นก็คือการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้ค่าเงินอ่อนตัวลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเงินดิจิตอลนั้นกลับต่างกัน นั่นก็คือไม่มีคนควบคุมว่ามูลค่าของค่าเงินจะเป็นเท่าไหร่ แต่ค่าเงินดิจิตอลจะขึ้นอยู่กับหลักอุปสงค์และอุปทานอย่างแท้จริง


แต่สกุลเงินทั่วไปก็ไม่ได้ขึ้นกับอุปสงค์และอุปทานหรอกหรอ? แตกต่างกันยังไงอ่ะ?

ถ้าเพื่อนๆยังคงไม่เห็นความแตกต่างถ้าอย่างนั้นพี่หมีจึงมี ลักษณะ 7 ข้อ ของเงินดิจิตอลมาฝากกันครับ ไปดูกันเลย


1. ความปลอดภัย

คุณสมบัติหลักของเงินดิจิตอลเลยก็คือเรื่องความปลอดภัยนั่นเองครับ การที่ใครสักคนจะแฮกเงินดิจิตอลนั้นก็ยากมาก เนื่องจากว่ามีการเข้ารหัสหรือที่เรียกว่า cryptography ที่แข็งแกร่งและซับซ้อน เพราะฉะนั้น ถ้าหากเพื่อนๆถือเงินดิจิตอลหรือ bitcoin ก็จะไม่สามารถมีผู้ใดเข้ามาขโมยเงินของคุณได้ เว้นแต่ว่า password ที่เพื่อนๆเก็บไว้จะถูกขโมยไปนั่นเองครับ


2. ความไร้ตัวตน

การทำธุรกรรมผ่านเงินดิจิตอลหรือ bitcoin นั้น เพื่อนๆสามารถทำได้โดยไม่ต้องบอกบอกให้คนอื่นรู้ว่าใครเป็นผู้ทำธุรกรรม เนื่องจากว่าเพื่อนๆจะทำการโอนเงิน หรือรับเงิน bitcoin โดยใช้อักขระหลายๆตัวผสมกันแทนการกรอกที่อยู่ นั่นทำให้ยากที่คนอื่นจะตามสะกดรอยธุรกรรมทางการเงินของเพื่อนๆในโลกแห่งความเป็นจริงได้นั่นเองครับ


3. ทำธุรกรรมแล้ว ยกเลิกไม่ได้

ถ้าเพื่อนๆทำธุรกรรมผ่านเงินดิจิตอลหรือ bitcoin แล้ว หากอยากย้อนกลับหรือยกเลิกภายหลังจากที่การโอนเงินเสร็จสิ้นลงแล้ว ก็ไม่สามารถทำได้แล้วครับ พี่หมีมองว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็นผลเสียแต่อย่างใด แต่กลับเป็นมาตรการหนึ่งทางด้านความปลอดภัยที่ป้องกันไม่ให้มีผู้ไม่หวังดีทำการโอนเงินแบบหลอกๆ ผ่านมือที่สามนั่นเองครับ


4. ใครๆก็เข้าถึงได้

ไม่ว่าเป็นใคร หรือสัญชาติใดก็ใช้ค่าเงินดิจิตอลได้แน่นอนครับ เพราะถ้าหากเป็นค่าเงินสกุลทั่วไปก็มักจะมีข้อจำกัดอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเพื่อนๆเป็นผู้เยาว์ แน่นอนว่าก็ไม่สามารถเปิดบัญชีทำธุรกรรมได้หากไม่มีคำอนุญาตจากผู้ปกครอง นอกจากนี้ หากเพื่อนๆเปิดบัญชีกับธนาคาร แต่ไม่ได้มีเงินฝากถึงตาม ยอดที่ธนาคารตั้งไว้ ธนาคารก็จะทำการหักค่าธรรมเนียมไปทุกปีเป็นค่ารักษาบัญชี แต่หากเป็นค่าเงินดิจิตอลแล้ว ข้อจำกัดเหล่านี้ถ้าจะไม่มีอยู่เลยครับ เนื่องจากว่าเป็นค่าเงินที่ดำเนินการอยู่บนซอฟต์แวร์ที่ใครจะดาวน์โหลดลงมาก็ได้ฟรี แต่ ณ ปัจจุบันเพื่อนๆก็ยังคงต้องมีบัญชีธนาคารเอาไว้โอนเงิน เพื่อแลกเป็นค่าเงินดิจิตอลอยู่นะครับ


5. สะดวกรวดเร็ว

นอกจากว่าใครๆก็เข้าถึงได้แล้ว ค่าเงินดิจิตอลยังมีความสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากธุรกรรมทั้งหมดจะทำบนโลกออนไลน์ซึ่งเพื่อนๆสามารถเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ แถมยังไม่มีค่าธรรมเนียมอีกด้วยครับ


6. มีการควบคุมจำนวนหน่วยของเงิน

สิ่งนี้ถือเป็นคุณลักษณะหลักของค่าเงิน bitcoin เลยก็ว่าได้ครับ ให้ลองนึกภาพตามถึงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แม้ว่าจะมีความสามารถในการผลิตธนบัตรได้ แต่ก็ต้องผลิตจำนวนธนบัตรให้ออกมาสมดุลกับการเติบโตของเศรษฐกิจและปัจจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์อื่นๆ แต่สำหรับ bitcoin แล้ว จะถูกกำหนดจำนวนหน่วยไว้ตายตัวเลยที่ 21 ล้านหน่วยในตลาดเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นเงินดิจิตอลสกุลอื่นอย่างเช่น Ethereum ก็จะไม่มีการควบคุมจำนวนหน่วยแบบนี้นะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้จะเป็นเรื่องแย่แต่อย่างใด


7. ไม่มีการเอาเงินเราไปหมุนก่อน

ถ้าหากเพื่อนๆลองนึกถึงค่าเงินทั่วไป เวลาเพื่อนๆฝากเงินเข้าไปในบัญชีธนาคารแน่นอนว่า ธนาคารก็จะเอาเงินของเราไปหมุนในธุรกรรมการเงินอื่นๆ ทำให้มูลค่าโดยรวมของธุรกรรมดูเยอะกว่าตัวเงินจริงๆที่ธนาคารถือไว้ ให้ลองนึกถึงเวลาที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แล้วลูกค้าทุกคนพากันแห่ไปถอนเงินกับธนาคาร รับรองได้ว่า ธนาคารย่อมจะล้มละลายเนื่องจากไม่มีตัวเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายคืนทุกคนได้ ในขณะที่ค่าเงินดิจิตอลจะทำตัวเหมือนเป็นตัวกลาง ไม่มีการเอาไปหมุนต่อ ทำให้มูลค่าของเงินเป็นจริงและเสถียรอยู่ตลอดเวลาครับ


แล้ว Initial Coin Offering คืออะไร?

บิตคอย

ขอบคุณภาพจาก Sencanada
 

ถ้าหากเพื่อนๆเคยได้ยินคำศัพท์ในการเข้าตลาดหุ้นที่เรียกว่า IPO ในโลกดิจิตอล ก็มี การทำ ICO ด้วยเหมือนกันครับ สิ่งนี้จะตั้งอยู่บน ระบบ crowdfunding แต่เรียกได้ว่า เป็นการ funding ขนานใหญ่ ที่ใช้เงิน bitcoin เป็นตัวกลางเอง โดยการทำ ICO นี้ กฎเกณฑ์ก็มีน้อยกว่าการทำ IPO หรือ crowdfunding project ทั่วไป ซึ่งก็มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีก็คือ ทำให้โปรเจคต่างๆได้รับเงินทุนมหาศาลเข้ามาอย่างง่ายดาย หรือนี่อาจหมายถึงการหลอกลวงครั้งใหญ่ถ้าหากไม่ได้มีการตรวจสอบที่เพียงพอนั่นเองครับ


เมื่อรู้แบบนี้แล้ว นักลงทุนแบบเพื่อนๆ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนใน bitcoin และค่าเงินดิจิตอลอื่นๆดูนะครับ เพราะนี่คือค่าเงินแห่งอนาคตที่จะเปลี่ยนโลกการเงินให้ทุกคนเข้าถึงกันได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และถ้าหากอยากวางแผนการเงินให้เป็นอย่างคุ้มค่า ก็ให้เข้ามาดูบริการเปรียบเทียบบัตรเครดิตจากเว็บไซต์ GoBear.com/th ได้ทุกเมื่อเลยนะครับ


เปรียบเทียบบัตรเครดิต