ฝากไฟล์

10 Web ฝากไฟล์ฟรีออนไลน์ ฝากไฟล์ใหญ่ ไม่มีหมดอายุ

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป ฟังเพลง หรือโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งคนที่มีไฟล์งานเยอะแยะเต็มไปหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ตาม คงเคยเจอปัญหา หน่วยความจำเครื่องเต็มกันมาบ้างใช่ไหมครับ

ปัจจุบันหลาย ๆ คนจึงเลือกที่จะเก็บไฟล์ข้อมูลเหล่านี้ลงในคลาวด์ หรือ บริการฝากไฟล์บนอินเทอร์เน็ตแทน ซึ่งเราก็จำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการที่เสนอพื้นที่ฝากไฟล์ให้มากที่สุด ค่าบริการไม่แพงมากนัก และที่สำคัญต้องมั่นใจในความปลอดภัยด้วย วันนี้พี่หมีจะพาไปรีวิวและเปรียบเทียบคลาวด์ที่ให้บริการฟรีกันว่า แต่ละแห่งเป็นยังไงบ้าง ตามไปดูด้วยกันเลยครับ

ฝากไฟล์ที่ไหนดี

1. Dropbox

ฝากไฟล์ Dropbox
Dropbox

จัดได้ว่าเป็นผู้ให้บริการรายแรกๆ ของตลาดคลาวด์ เรียกว่า รุ่นปู่เลยก็ได้ครับ มีพื้นที่ให้เราเก็บข้อมูลได้ฟรี 2GB และสามารถเพิ่มได้ถึง 16GB โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องทำภารกิจบางอย่าง เช่น แนะนำให้เพื่อนคนอื่นๆ ของเราใช้ Dropbox ด้วย เมื่อเพื่อนตกลง ก็จะได้พื้นที่เพิ่มครับ หากยังไม่จุใจ และต้องการนำ dropbox ไปใช้ในธุรกิจ ก็สามารถสมัครสมาชิก Dropbox Business ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันได้ตลอด และแต่ละคนยังได้รับพื้นที่ไม่จำกัด ในบัญชี Dropbox ส่วนตัวอีกด้วย

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 2 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 2GB แรก และ 10USD สำหรับพื้นที่ 1TB ต่อเดือน หรือถ้ายังไม่จุใจ สามารถใช้บริการ Dropbox Professional ได้ในราคา 19.99 USD สำหรับพื้นที่ 2TB ต่อเดือน พร้อมคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาด้วยครับ

ข้อดี: มีฟีเจอร์ใช้งานระหว่างกันสำหรับในองค์กร ฟรี 16 GB ถ้าแนะนำเพื่อน

ข้อด้อย: เริ่มต้นใช้งานฟรีแค่ 2 GB

2. Google Drive

ฝากไฟล์ Google Drive
Google Drive

เหมาะมากสำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ แต่ถึงแม้จะไม่ได้ใช้แอนดรอยด์ ก็ยังน่าใช้งานอยู่ดีเพราะมีปริมาณพื้นที่ฝากไฟล์ที่ให้กันฟรีๆ ถึง 15GB! นอกจากนี้ยังสามารถจัดเก็บรูปภาพความละเอียดสูงไว้ในโทรศัพท์มือถือผ่านทางแอพพลิเคชั่น Google Photo ได้ด้วย ข้อด้อยยังมีอยู่เล็กน้อยในส่วนของหน้าตาการใช้งานที่ดูแล้วยังงง ๆ อยู่บ้าง ซึ่งหากเพื่อนๆใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Google Drive ลงบนเดสก์ท็อป จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นด้วยการลากไฟล์ไปวางเท่านี้เองครับ

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 15 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 15GB แรก. 100GB ราคา $1.99 ต่อเดือน, 200GB ราคา $2.99 ต่อเดือน , 2TB ราคา $9.99 ต่อเดือน, 10TB ราคา $99.99 ต่อเดือน

ข้อดี: เริ่มต้นใช้งานฟรีถึง 15GB

ข้อด้อย: หน้าตาการใช้งานอาจดูเข้าใจยากไปนิด

3. Mega

ฝากไฟล์ Mega
Mega

เชื่อว่า หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นหูกันอยู่บ้างกับชื่อ mega upload นะครับ ซึ่ง Mega นี้ก็คือเจ้าของเดียวกัน เป็นผู้ให้บริการคลาวด์จากนิวซีแลนด์ โดยมีจุดเด่นสุดๆ เลยได้พื้นที่ฟรีถึง 50GB!!! เว็บไซต์ใช้งานง่าย และทุกไฟล์ที่เพื่อนๆ ฝากไฟล์เข้าไปใน Mega จะได้รับการเข้ารหัส และผู้รับปลายทางจะต้องมี key จากเจ้าของไฟล์ด้วย จึงจะสามารถเปิดและดาวน์โหลดไฟล์ได้ครับ

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 50 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 50GB แรก, 200GB ราคา $6 ต่อเดือน, 1TB ราคา $12 ต่อเดือน, 4TB for $23 ต่อเดือน, 8TB ราคา $35 ต่อเดือน

ข้อดี: ใช้ฟรีเต็มอิ่ม 50 GB ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล วิธีใช้งานไม่ยุ่งยาก เข้าใจง่าย

ข้อด้อย: ถ้าผู้รับไม่มี key จะเปิดไฟล์ไม่ได้

4. OneDrive

ฝากไฟล์ OneDrive
OneDrive

ชื่อเดิมคือ SkyDrive เป็นบริการเว็บฝากไฟล์ของ Microsoft ที่ให้บริการมายาวนานถึง 10 ปี เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีบัญชีของ Microsoft อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Outlook, Hotmail, Windowslive นอกจากนี้ ผู้ใช้งาน Windows 10 สามารถใช้งาน OneDrive ได้เลย ซึ่งแอพพลิเคชั่นรูปภาพของ Microsoft สามารถซิงค์รูปภาพกับ OneDrive ผ่านอุปกรณ์ต่างๆของเพื่อนๆได้ นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือทั้งแอนดรอยด์ และ iOS ด้วย

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 5 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 5GB แรก, 50GB ราคา $3 ต่อเดือน, 1TB ราคา $8 ต่อเดือน, 5TB ราคา $11 ต่อเดือน

ข้อดี: มีฟังก์ชั่นกู้คืนไฟล์ ซิงค์กับผู้ใช้งาน Microsoft และ Windows 10

ข้อด้อย: พื้นที่ใช้งานฟรีแค่ 5GB

5. iCloud

ฝากไฟล์ iCloud
iCloud

สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ไอโฟน น่าจะคุ้นเคยกันดีกับการสำรองข้อมูลลงบน iCloud นะครับ ถึงแม้ว่าทาง Apple จะให้พื้นที่เริ่มต้นมาเพียง 5GB แต่ถ้าเพื่อน ๆ อยากสมัครสมาชิกเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นก็ถือว่าราคาสมเหตุสมผลอยู่ครับ โดยการใช้งาน iCloud นี้ เราสามารถฝากไฟล์งานที่สร้างไว้ใน iWork ได้ และสามารถซิงค์ระหว่างอุปกรณ์ Apple ของเพื่อนๆ เองได้ด้วย และถึงแม้ว่าเราจะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ก็สามารถซิงค์ไฟล์ได้ ด้วยการดาวน์โหลด iCloud for Windows มาใช้งานครับ

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 5 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 5GB แรก, 50GB ราคา $0.99 ต่อเดือน, 200GB ราคา $2.99 ต่อเดือน, 2TB ราคา $9.99 ต่อเดือน

ข้อดี: ราคาสมเหตุสมผล เหมาะกับผู้ที่ใช้มือถือไอโฟน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ ios

ข้อด้อย: พื้นที่ฟรีแค่ 5GB

6. Box

ฝากไฟล์ Box
Box

เปิดให้ใช้งานฟรี สำหรับ 10GB แรก และตอนนี้เว็บไซต์กำลังผลักดันบริการสำหรับผู้ใช้งานกลุ่มธุรกิจในราคาเพียง $17.30 ต่อคน ซึ่งเพื่อนๆจะได้รับผลประโยชน์ที่มากขึ้นเป็นพื้นที่ฝากไฟล์แบบไม่จำกัดและคุณสมบัติเพิ่มเติมในการใช้งานร่วมกันครับ นอกจากนี้ Box ยังสนับสนุนการใช้งานร่วมกับ Apps ยอดนิยมอื่นๆ เช่น Google Docs และ Office 365 สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งผู้ใช้งานระบบ Mac Windows และมือถือแอนดรอยด์ครับ

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 10 GB

ราคา: ฟรีสำหรับ 10GB แรก และ $10 ต่อเดือน สำหรับพื้นที่ 100GB

ข้อดี: ใช้งานกับหลายๆ แอพพลิเคชั่นได้ดี แผนธุรกิจที่เพิ่มเติมคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ข้อด้อย: ถ้าใช้ฟรีจะลิมิตความเร็วในการอัพโหลดอยู่ที่ 250 MB

7. NextCloud

ฝากไฟล์ NextCloud
NextCloud

จริงๆแล้ว NextCloud จะต่างกับผู้ให้บริการรายอื่นตรงที่ ไม่สามารถฝากไฟล์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ได้ แต่นำเสนอซอฟท์แวร์ฟรีที่เพื่อนๆสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งเพื่อที่จะฝากไฟล์ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่บ้านของตัวเองได้ครับ เพราะจะเร็วกว่า และยังสามารถเปิดใช้งานการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลไม่ได้รั่วไหลออกไปจากเน็ตเวิร์คที่บ้านของเพื่อนๆเองได้ด้วยครับ และถึงแม้ว่าเพื่อนๆ จะไม่มีประสบการณ์ทางด้านไอทีหรือการใช้งานเซิร์ฟเวอร์มาก่อน ก็สามารถเลือกใช้ฟังก์ชั่น NextCloud Box สำหรับการฝากไฟล์ผ่านเว็บไซต์ โดยจะได้รับพื้นที่ 1 TB ซึ่งจะทำงานรวมกับ Raspberry Pi (เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว ที่มีขนาดพอๆกับบัตรเครดิต) เพื่อซิงค์และเก็บข้อมูลครับ

ฝากไฟล์ฟรีสำหรับการดาวน์โหลดและติดตั้งข้อมูลด้วยตนเอง

ราคา: ฟรีสำหรับการดาวน์โหลดและติดตั้งข้อมูลด้วยตนเอง, NextCloud Box ราคา $79.99

ข้อดี: Innovative self-hosting solution ปรับแต่งพื้นที่เก็บข้อมูลในคลาวด์ให้ตรงกับความต้องการของคุณ ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าได้

ข้อด้อย: ฝากไฟล์ออนไลน์ผ่านเว็บไม่ได้

8. SpiderOak

ฝากไฟล์ SpiderOak
SpiderOak

SpiderOak สามารถใช้งานได้เกือบทุกระบบปฏิบัติการทั้ง Windows, Mac และ Linux รวมไปถึง Android และ iOSด้วยครับ แต่อย่างหลังนี้เป็นแอพพลิเคชั่นแบบให้อ่านไฟล์ได้อย่างเดียว ไม่สามารถอัพโหลด หรือซิงค์ไฟล์กับอะไรได้ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถล็อคอินใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ของ SpiderOak ได้ ส่วนจุดเด่นของ SpiderOak นั้นคือการที่ทางบริษัทเคลมว่า หลังทำการติดตั้งแล้วข้อมูลของลูกค้าจะถูกเข้ารหัสก่อนที่จะทำการซิงค์หรือเชื่อมต่อ แต่เนื่องจากทาง SpiderOak ไม่ได้ทำ source code แบบสาธารณะจึงไม่สามารถยืนยันจุดเด่นในข้อดีได้อย่างชัดเจนครับ

ฝากไฟล์ฟรีได้ 21 วันแรก

ราคา: ทดลองใช้งานฟรีได้ 21 วัน, 150GB ราคา $5 ต่อเดือน, 400GB ราคา $9 ต่อเดือน, 2TB ราคา $12 ต่อเดือน, 5TB ราคา $25 ต่อเดือน

ข้อดี: ปลอดภัยรัดกุม

ข้อด้อย: เปิดให้ทดลองใช้งานฟรีแค่ 21 วัน

9. IDrive

ฝากไฟล์ IDrive
IDrive

หน้าเว็บไซต์ถูกออกแบบมาให้สนับสนุนการแชร์ไฟล์ผ่านอีเมล์ เฟสบุ๊ค และทวิตเตอร์ และสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานน่าจะชอบกันก็คือ เมื่อเราลบไฟล์งานออกจากคอมพิวเตอร์แล้ว ไฟล์นั้นจะยังไม่ถูกลบอัตโนมัติออกไปจากเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้ IDrive ยังมีบริการ IDrive Express ซึ่งจะส่งฮาร์ดไดร์ฟมาให้เราในกรณีที่ข้อมูลสูญหาย เพื่อให้เราสามารถกู้คืนไฟล์สำรองทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วครับ

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 5 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 5GB แรก กรณีใช้งานส่วนตัว 2TB ราคา $52 ต่อปี และหากใช้งานในองค์กรหรือธุรกิจ 250GB ราคา $74.62 ต่อปี

ข้อดี: มีรูปแบบการแชร์ไฟล์ที่หลากหลาย บริการ IDrive Express service

ข้อด้อย: พื้นที่ใช้งานฟรีแค่ 5 GB

10. pCloud

ฝากไฟล์ pCloud
pCloud

บริการของ pCloud สามารถใช้ได้ทั้งเดสก์ท็อปและโทรศัพท์มือถือเลยครับ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถล็อกอินผ่านเว็บไซต์ได้ ทั้งยังสามารถฝากไฟล์ขนาดใหญ่แค่ไหนก็ได้ผ่าน pCloud เพราะที่นี่ไม่มีกำหนดลิมิตความเร็วในการอัพโหลดไฟล์ครับ ตัวบริษัทจดทะเบียนที่สวิตเซอร์แลนด์ภายใต้กฎหมายรักษาความปลอดภัยและข้อมูลส่วนบุคคลที่ค่อนข้างจะเข้มงวด สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็สามารถ สมัครสมาชิกแบบฟรีเมียมได้ในราคา 4.99 USD ต่อเดือน สำหรับบริการเข้ารหัสล็อคและปลดล็อคไฟล์ข้อมูลด้วยพาสเวิร์ดได้ครับ

ฝากไฟล์ฟรีขนาดใหญ่ที่สุด 20 GB

ราคา: ฟรี สำหรับ 20GB แรก (ตอนแรกจะเริ่มที่ 10GB ก่อน เมื่อเราทำการแนะนำเพื่อนแล้วเพื่อนลองใช้งานก็จะได้พื้นที่ฟรีเพิ่มขึ้นครับ), 500GB ราคา $3.99 ต่อเดือน, 2TB ราคา $7.99 ต่อเดือน, หรือจ่ายค่าบริการแบบใช้ยาวๆกันไปเลยครั้งเดียวจบสำหรับพื้นที่ 500GB ราคา 175$ และ 2TB ราคา 350$

ข้อดี: ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและข้อมูลส่วนบุคคล ฝากไฟล์ใหญ่แค่ไหนก็ได้

ข้อด้อย: พื้นที่ใช้งานเริ่มที่ 10GB ต้องแนะนำเพื่อนก่อนจึงจะได้พื้นที่ฟรีเพิ่มขึ้น

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับข้อมูลผู้ให้บริการคลาวด์ที่พี่หมี GoBear นำมาฝากกันในครั้งนี้ หวังว่าคงช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนๆ ที่มีข้อมูลสำคัญอัดแน่นเต็มเครื่อง ไม่อยากลบ แต่ก็ไม่รู้จะเอาไฟล์ไปเก็บไว้ที่ไหนดี ได้นะครับ สำหรับเพื่อนๆที่สนใจจะซื้อพื้นที่เพิ่ม และต้องการจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนของแต่ละที่ให้สะดวกโดยการตัดผ่านบัตรเครดิต สามารถสมัครและเปรียบเทียบดอกเบี้ยบัตรเครดิต และข้อมูลสิทธิพิเศษที่จะได้รับ ผ่านทางลิงค์นี้ได้เลยครับ

เปรียบเทียบบัตรเครดิต