blog-Apple card

เจาะลึก Apple Card บัตรเครดิตของคนใช้ Apple เด็ดแค่ไหน พี่หมีพาไปดู!

เมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะได้ยินข่าวการเปิดตัวของบัตรเครดิต Apple Card กันไปบ้างแล้ว ซึ่งถือว่าเขย่าวงการ online payment กันไปพอสมควร วันนี้พี่หมี GoBear ขออาสาเจาะลึกรายละเอียดของบัตรใบนี้กันบ้างว่าน่าสนใจและน่าลองใช้งานจริงหรือเปล่า เราจะได้รับสิทธิพิเศษอะไรบ้าง แล้วถ้าเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่ที่ไม่ใช่ iPhone ล่ะจะทำยังไง พร้อมแล้วลุยกันเลยครับ

 

Apple Card คืออะไร? 

Apple Card cash back

Apple Card เป็นบัตรเครดิตที่ทาง Apple ดีไซน์เอง ร่วมกับทางธนาคารผู้ให้สินเชื่อคือ Goldman Sachs และพาร์ทเนอร์ Mastercard ขนาดเท่ากับบัตรเครดิตทั่วไป แต่จะมีความหนามากกว่า ตัวบัตรทำจากไทเทเนียมให้ความหรูหรา พร้อมดีไซน์สไตล์มินิมอลที่มีเพียงชื่อของผู้ใช้งาน ไม่มีทั้งหมายเลขบัตรเครดิต CVV หรือวันหมดอายุ เพราะบัตรใบนี้ไม่มีวันหมดอายุนั่นเอง!!! วิธีการใช้งานก็แสนง่ายครับ เมื่อเราได้บัตรไทเทเนียม Apple Card ใบนี้มาแล้ว สามารถนำไปใช้งานร่วมกับ Wallet ได้เลย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์อีกมากมายไม่แพ้บัตรเครดิตใบอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

 

เจาะลึกจุดเด่น บัตรเครดิต Apple Card

1. ไม่มีค่าความเสี่ยงในการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ

Apple จะใช้เรทแปลงสกุลเงินของ Mastercard และไม่มีค่าความเสี่ยงในการแปลงสกุลเงินเมื่อรูดเป็นเงินต่างประเทศ นั่นหมายความว่า สำหรับคนที่ชอบไปเที่ยวต่างประเทศ และใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศบ่อย ๆ บัตรนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

 

2. ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และไม่มีวันหมดอายุ

บัตรเครดิต Apple Card ใบนี้ไม่มีวันหมดอายุครับ ไม่ใช่แค่ไม่มีวันหมดอายุแสดงบนหน้าบัตรเท่านั้น แต่เรายังสามารถใช้งานบัตรใบนี้ได้ตลอดๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าบัตรจะหมดอายุเมื่อไหร่ บัตรใบใหม่จะจัดส่งมาให้ทันมั้ย แต่ถ้าหากบัตรหายไปก็สามารถสั่งล็อกการใช้งานบัตรจากตัวแอปพลิเคชัน และกดขอบัตรใหม่ได้ฟรีอีกด้วย

 

3.ได้เครดิตเงินคืน (Cash back) 

สิทธิพิเศษที่เพื่อน ๆ จะได้รับเมื่อใช้จ่ายบัตรใบนี้นั้นจะมาในรูปแบบเงินคืน (cash back) ครับ ซึ่งก็จำง่ายดี สอดคล้องกับความต้องการที่จะทำให้อะไรมันง่ายตามคอนเซ็ปต์ของ Apple นั่นเอง รูดปุ๊บ เงินก็คืนเข้าบัญชีปั๊บ ไม่ต้องแลกแต้มให้ยุ่งยาก

  • ผู้ใช้จะได้เครดิตเงินคืน 1% เมื่อใช้บัตร Titanium Apple Card ทุกการใช้จ่าย
  • ผู้ใช้จะได้เครดิตเงินคืน 2% เมื่อใช้จ่าย Apple Card ผ่านแอป Apple Pay
  • ผู้ใช้จะได้เครดิตเงินคืน 3% ทุกการใช้จ่ายผ่าน App Store หรือใช้จ่ายบริการต่าง ๆ ของ Apple เช่น Apple Music, iTunes Store

 

4.แสดงข้อมูลประเภทการใช้จ่ายด้วยแถบสี

screen Apple Card

เมื่อเราเข้าไปในแอปพลิเคชั่น Wallet เราจะเห็นว่า การใช้จ่ายผ่านบัตร Apple Card ของเราแต่ละประเภทจะถูกแบ่งเป็นแถบสีที่แตกต่างกัน ซึ่งสีสันนี้จะแสดงในรูปบัตรเครดิตที่อยู่ในแอปพลิเคชันของเราด้วย (ตัวบัตรไทเทเนียมของเรายังคงเป็นสีขาวเหมือนเดิมครับ ไม่ได้เปลี่ยนสีไปเหมือนที่เห็นในแอปนะครับ) ซึ่งตรงนี้ดีตรงที่ช่วยให้เรารู้ว่า เราใช้จ่ายไปกับเรื่องอะไรมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังบอกรายละเอียดชักเจนเลยว่าเราซื้อของไปจากร้านค้าชื่ออะไร ร้านค้านั้นตั้งอยู่ตรงไหน  นอกจากจะติดตามรายการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นแล้วยังส่งผลต่อการวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายของเราด้วยครับ

 

5.ทำงานร่วมกับ wallet ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

cash back Apple Card

นอกจากรายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทแล้ว บัตรใบนี้ยังทำงานร่วมกับ wallet ได้อย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องของความปลอดภัย เพราะถึงแม้จะไม่มีเลข CVV มาให้ก็ตาม แต่การใช้จ่ายนั้นต้องยืนยันตัวตนด้วย Touch ID หรือ Face ID บนมือถืออยู่ครับ

 

ข้อจำกัดของบัตรเครดิต Apple Card

  • ตอนนี้ยังเปิดให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาก่อน ในไทยยังไม่มีกำหนดครับ
  • แน่นอนว่า คนที่จะใช้งานได้ต้องมีโทรศัพท์มือถือ iPhone หรือใช้งานบนอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการ iOS 12.4 เป็นอย่างน้อยเท่านั้น หากเพื่อน ๆ ใช้งานโทรศัพท์มือถือระบบ Android อยู่ ก็จำเป็นที่จะต้องมีโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง อีกเครื่องคือ iPhone ไว้สำหรับใช้งานแอพพลิเคชั่น Apple wallet  
  • หากเพื่อนๆทำ iPhone หาย ก็ต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก iOS เครื่องนั้น หรือสามารถโทรไปที่หมายเลขโทรศัพท์ฝ่ายสนับสนุนของ Apple ซึ่งจะเชื่อมต่อเรากับ Goldman Sachs เพื่อชำระค่าใช้จ่ายครับ

 

GoBear Tips: 

จากข้อจำกัดที่กล่าวมา พี่หมี GoBear มีทางเลือกให้สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิต cash back โดยไม่ต้องรอบัตร Apple Card เข้าไทย ด้วยการแนะนำบัตรเครดิต cash back ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ลองดูก่อนได้นะครับเผื่อเพื่อน ๆ อาจจะเจอบัตรเครดิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองก็ได้ 

 

บัตรเครดิต cash back: TMB So Smart (ทีเอ็มบี โซ สมาร์ท)

TMB So Smart
  • รับ cash back เงินคืน 1% เข้าบัญชีเงินฝากทีเอ็มบี โน ฟิกซ์ จากทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร 100 บาทขึ้นไป สูงสุด 2,000 บาท/บัตร/รอบบัญชี
  • บริการแบ่งจ่ายสำหรับยอดรูดตั้งแต่ 1,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน หรือ 6 เดือน และ 10 เดือน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
  • รับฟรี ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุจากการเดินทางสูงสุดถึง 6 ล้านบาท
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

สนใจสมัครบัตรนี้ คลิก: TMB So Smart

 

บัตรเครดิต cash back:  UOB Yolo Platinum

UOB Yolo Platinum
  • รับ cash back เครดิตเงินคืนสูงสุด 10% เมื่อใช้จ่ายที่รถไฟฟ้า MRT , ร้านบูทส์ , ร้านวัตสัน , ร้านมัตสึโมโตะ คิโยชิ , ร้านแฟมิลี่มาร์ท , เบอร์เกอร์ คิง , Shopee , Grab เมื่อใช้จ่ายครบ 5 ครั้ง และมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อครั้ง 
  • รับ cash back เครดิตเงินคืน 1% สำหรับยอดใช้จ่ายอื่นๆ
  • รับสิทธิ์แบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือน สำหรับยอดรูดใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยวและออนไลน์ที่มียอด 10,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป
  • ซื้อ 1 ฟรี 1 สำหรับบัตรชมภาพยนตร์ที่ SF ทุกสาขา

สนใจสมัครบัตรนี้ คลิก: UOB Yolo Platinum

 

บัตรเครดิต cash back:  Citibank Cashback Platinum

Citibank Cashback Platinum
  • รับ cash back เครดิตเงินคืน 11% ที่รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินและคาเฟ่ อเมซอน*
  • รับ cash back เครดิตเงินคืน 5% ที่ร้านบู๊ทส์ และร้านวัตสัน
  • รับ cash back เครดิตเงินคืน 5% เมื่อเรียก Grab
  • รับ cash back เครดิตเงินคืน 1% จากยอดใช้จ่ายอื่นๆ
  • รับ cash back เครดิตเงินคืน เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ทุกสาขาทั่วประเทศ ครบทุก 800 บาท/เซลส์สลิป *
    (ต้องลงทะเบียนกับทาง citibank ก่อนเพื่อรับเครดิตเงินคืน)
  • ฟรี บริการเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ เสมือนเลขาส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง 

สนใจสมัครบัตรนี้ คลิก: Citibank Cashback Platinum

 

นอกเหนือจากบัตรเครดิตที่พี่หมีแนะนำไปแล้วในข้างต้น เพื่อน ๆ ยังสามารถเปรียบเทียบบัตรเครดิต cash back ตลอดจนบัตรเครดิตที่ให้สิทธิประโยชน์อื่นได้ง่ายๆ โดยการคลิ๊กที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ได้เลยครับ 

Compare-Credit-Cards-in-Seconds.png