ประกันรถยนต์ชั้น 1 ปีที่ 2 ต่ออย่างไรให้ยังคุ้ม

 

ประกันรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถทุกคนต้องมี เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เช่น รถเฉี่ยวหรือรถชน ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ ล้วนแล้วแต่เป็นภัยเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากทั้งสิ้น

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อออกรถใหม่ เพื่อนๆ มักจะได้รับข้อเสนอประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นโปรโมชั่นแถมมาให้ แต่ธรรมชาติของประกันรถยนต์คือต้องต่ออายุทุกปี คำถามที่ตามมาคือ รถยนต์ปีที่ 2 จำเป็นต้องต่อประกันชั้น 1 เหมือนเดิมไหม เพราะทุกคนก็มีกำลังทรัพย์ไม่เท่ากัน หลักคิดในการต่อประกันก็เป็นอีกเรื่องที่ทุกคนควรรู้ เพื่อที่จะได้บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปครับ

การต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 ปีที่ 2 พิจารณาง่ายๆ ตามนี้

ก่อนตัดสินใจต่อประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะชั้นไหนก็ตาม พี่หมีอยากให้เพื่อนๆ พิจารณาหลักคิด 2 ข้อต่อไปนี้ก่อนครับ

  • สกิลการขับรถดีไหม

    ขับรถดี ก็มีโอกาสประวัติดี ส่งผลให้การต่อประกันครั้งหน้าถูกลงครับ และยังลดหลั่นไปได้เรื่อยๆ อีก ลองพิจารณาจากประสบการณ์ดูครับว่าในปีที่ผ่านมาหรือปีนี้เพื่อนๆ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหรือไม่ หรือเกือบจะไปเฉี่ยวชนใครไหม หรือเวลาขับรถ ถอยรถ จอดรถ มีความระมัดระวังและคล่องแคล่วมากแค่ไหน

    ถ้าคิดว่าตัวเองยังขับรถไม่แข็ง พี่หมีคิดว่า ประกันชั้น 1 ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ ยอมเสียเงินเยอะหน่อยเพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งตัวเองและคู่กรณีจะดีกว่า แต่ถ้าสกิลแน่นแล้ว เพื่อนๆ ก็จะมีทางเลือกเยอะขึ้นครับว่าจะต่อชั้น 1 เหมือนเดิมไหม หรือถ้าติดเรื่องทุนทรัพย์ อยากนำเงินไปใช้ในเรื่องอื่นที่จำเป็นกว่า การขยับประกันลงมาชั้น 2 หรือ 3 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

  • พฤติกรรมการใช้รถของเราเป็นอย่างไร

    พอรู้สกิล ต่อไปก็เช็คไลฟ์สไตล์ของเราดูครับ เพราะบางคนมีรถแต่ไม่ได้ใช้งานบ่อย หรือไม่ได้ขับไปไหนไกลมาก โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็น้อยลง การเปลี่ยนเป็นประกันชั้น 2+ ลงไปก็จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ หรือถ้าอยากได้ความคุ้มครองครบเหมือนเดิมแต่ขอลดเบี้ยประกันลง ก็สามารถต่อประกันชั้น 1 โดยเลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ซึ่งเดี๋ยวพี่หมีจะอธิบายในข้อต่อไปครับ

เมื่อรู้สกิลและพฤติกรรมของตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการต่อประกัน ซึ่งพี่หมีมีเทคนิคมาแนะนำตามนี้ครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์มงคล

เทคนิคการต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 ปีที่ 2 ให้คุ้ม

  • เลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

    ค่าเสียหายส่วนแรก หมายถึง การที่เพื่อนๆ ยอมจ่ายค่าเสียหายโดยสมัครใจทุกครั้งที่มีการเคลมในอุบัติเหตุที่เราเป็นฝ่ายผิด [1]

    ฟังดูงงใช่ไหมครับ เดี๋ยวพี่หมีจะยกตัวอย่างให้เข้าใจ

    ปกติแล้วเวลาทำประกันรถยนต์ เราก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันใช่ไหมครับ สมมติว่าเพื่อนๆ ต้องจ่ายเบี้ยประกันของปีนี้เป็นจำนวน 15,000 บาท ซึ่งถ้ามีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้น ทางประกันก็จะคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

    แต่ถ้าเพื่อนๆ เลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก สมมติว่าเป็นจำนวน 5,000 บาท ทางฝ่ายประกันก็จะเอาเงินนี้ไปหักกับเบี้ยประกันตอนแรก เท่ากับว่าเพื่อนๆ จะจ่ายค่าเบี้ยเพียงแค่ 10,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นและเราเป็นฝ่ายผิด เพื่อนๆ จะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ 5,000 บาท ทุกครั้งที่มีการเคลมประกัน แล้วที่เหลือประกันก็ไปจัดการ

    ทีนี้ถามว่า เอ้า แล้วทำไมต้องจ่ายซ้ำซ้อน มันคุ้มกว่าตรงไหน

    มันจะคุ้มตรงที่ ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่มีสกิลในการขับรถดี ไม่เคยมีประวัติเคลมหรือเกิดอุบัติเหตุ โอกาสที่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันก็น้อยมากถึงขั้นไม่มี หรือถ้าเกิดขึ้นมาแต่เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด เพื่อนๆ ก็ไม่ต้องจ่ายอะไร เท่ากับว่าปีนั้นประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้ถึง 5,000 บาท แบบสบายๆ

  • ระบุผู้ขับขี่

    การทำประกันรถยนต์จะแบ่งออกเป็น 2 แบบนะครับ คือ แบบไม่ระบุผู้ขับขี่ หมายถึง ไม่ว่าใครจะเป็นคนขับรถคันที่ทำประกัน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็จะได้รับความคุ้มครอง กับอีกชนิดที่ระบุผู้ขับขี่ ก็จะตรงข้ามกัน คือจะคุ้มครองและรับผิดชอบเฉพาะผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้เท่านั้น รถหนึ่งคันจะระบุได้สูงสุด 2 ผู้ขับขี่ ซึ่งประกันชนิดนี้จะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าแบบแรก เพราะบริษัทประกันจะมองว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่า เหมาะกับคนที่ใช้รถเพียงคนเดียวหรือสมาชิกในครอบครัวอีกคนที่ขับรถได้

  • รักษาสิทธิ์ No Claim Bonus (NCB)

    สำหรับคนที่ไม่เคยเคลมประกันเลย อย่าลืมใช้สิทธิ์คนประวัติดี No Claim Bonus เพื่อรับส่วนลดในปีถัดไป เป็นสิทธิ์แสนดีงามที่สามารถใช้ได้กับทุกบริษัทประกัน เพราะเป็นนโยบายจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

    ส่วนลดทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 4 ขั้น [2] ดังนี้ครับ

    • ขั้นที่ 1 รับส่วนลด 20%
    • ขั้นที่ 2 รับส่วนลด 30%
    • ขั้นที่ 3 รับส่วนลด 40%
    • ขั้นที่ 4 รับส่วนลด 50%

    ส่วนลดจะคำนวณจากเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุนะครับ ไม่ใช่จากเบี้ยประกันภัยของปีที่ผ่านมา เช่น ปีนี้เบี้ยประกัน 10,000 ก็จะได้ส่วนลด 20% หรือ 2,000 บาท นั่นเองครับ

  • เปรียบเทียบประกันอยู่เสมอ

    สำคัญที่สุดครับ เพื่อความคุ้มค่า อย่าลืมเปรียบเทียบข้อเสนอประกันจากหลายๆ เจ้า รวมถึงเงื่อนไขความคุ้มครองต่างๆ ซึ่งข้อนี้พี่หมีช่วยได้เต็มที่ครับ เพราะเพื่อนๆ สามารถเปรียบเทียบประกันรถยนต์ได้ง่ายๆ และรวดเร็ว เพียงแค่กดปุ่มด้านล่างนี้เลยครับ

 

ประกันภัยรถยนต์

ขอบคุณข้อมูลจาก

พี่หมี GoBear

พี่หมี GoBear

พี่หมีจะคอยนำเกร็ดข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินที่เข้าใจได้ง่าย และเรื่องราวรอบตัวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ เสมอครับ

คลิกเพิ่มเติม