ออกรถใหม่

ออกรถใหม่ ต้องจ่ายค่าอะไร ต้องเลือกประกันแบบไหนบ้าง

ต้นปีมาถึงแล้ว สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ได้โบนัสก้อนโตมา พี่หมีก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ และในช่วงนี้ หากใครที่กำลังวางแผน ออกรถใหม่ ในปี 2563 แล้วล่ะก็ บทความที่พี่หมีนำมาฝากกันวันนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ พอสมควร เพราะพี่หมีจะพาไปดูว่า การออกรถใหม่สักคันนั้น นอกจากเงินค่างวดในการผ่อนรถ และค่าน้ำมันในแต่ละเดือนแล้ว เพื่อนๆ ต้องเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อะไรอีกบ้าง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของ " พรบ. " และการเลือกทำ " ประกันรถยนต์ " ที่เหมาะกับรถใหม่นั่นเอง

ออกรถใหม่เตรียมอะไรบ้าง? 7 เรื่องที่ต้องจ่ายแน่ๆ

1. เงินดาวน์และค่าผ่อนรถยนต์รายเดือน

เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าเราจะ ออกรถใหม่ รุ่นไหน คันไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้งานของเราเป็นหลัก สิ่งที่เพื่อน ๆ ควรเตรียมไว้ก็คือเงินดาวน์ และเงินงวดที่เราจะผ่อนกับไฟแนนซ์ต่อเดือนนั่นเอง หลังจากที่เราวางเงินดาวน์ไปแล้ว เงินที่เหลือจะถูกเรียกว่า "ยอดจัดไฟแนนซ์" ซึ่งเราจะต้องผ่อนจ่ายรายเดือนทั้งเงินต้นส่วนที่เหลืออยู่และดอกเบี้ย บางรายอาจต้องใช้ผู้ค้ำประกันด้วย 

แม้ว่าปัจจุบันจะมี โปรออกรถใหม่ ของรถยนต์บางค่าย ที่สามารถดาวน์ 0% ได้ แต่พี่หมีแนะนำว่า เพื่อน ๆ ควรทยอยเก็บเงินสำหรับดาวน์รถก่อน ประมาณ 20-40% ของราคารถนะครับ นอกจากจะประหยัดดอกเบี้ยไปได้แบบเห็น ๆ แล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถประเมินตนเองได้ด้วยว่า เราผ่อนต่อเดือนเท่าไหร่จึงจะไม่เกินกำลัง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าเราผ่อนรถเกินเงินเดือนจนไม่มีเงินเหลือเก็บ หรือมีเงินเหลือไม่พอไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันครับ (ค่าผ่อนรถ คิดแบบสุด ๆ เลยไม่ควรจะเกิน 40% ของเงินเดือนครับ) 

2. ค่าใช้จ่ายในการโอนทะเบียนรถ (กรณีซื้อสด)

ออกรถใหม่

หากเพื่อน ๆ สามารถเก็บเงิน ออกรถใหม่ ด้วยเงินสดได้เลย โดยไม่ต้องผ่อน ตรงนี้พี่หมีก็ขอปรบมือแสดงความยินดี ดังๆ ให้เลยครับ ในกรณีที่เราซื้อเงินสดแบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนรถยนต์ที่เราต้องจ่ายเองด้วย แต่ก็คุยกับโชว์รูมได้ครับ เพราะบางแห่งอาจมีโปรโมชั่นในการโอนทะเบียนรถฟรี แต่เราต้องไปทำเรื่องเองที่สำนักงานขนส่ง ซึ่งใช้เวลาดำเนินการประมาณชั่วโมงครึ่งครับ อย่าลืมเตรียมเอกสารสำคัญเพื่อใช้ในการโอนรถเหล่านี้ไปด้วย

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)
  • หลักฐานในการจองและจ่ายเงินซื้อรถ
  • ใบเสร็จรับเงิน-ใบกำกับภาษี

3.ค่าน้ำมันรถ หรือค่าแก๊ส

ค่าน้ำมันนี่ก็เป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่เพื่อน ๆ ต้องเสียแน่ ๆ เมื่อ ออกรถใหม่ป้ายแดง ครับ เราสามารถคำนวณตามระยะทางได้ว่าจากบ้านไปที่ทำงานจะกินน้ำมันเท่าไหร่ และอย่าลืมคูณเป็นรายเดือน กับรายปีไว้ด้วยนะครับ สำหรับรถเล็ก ถ้าเราใช้รถทุกวันค่าน้ำมันก็จะอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาท นอกจากนี้ก็ควรเผื่องบสำหรับค่าน้ำมันในกรณีขับไปท่องเที่ยวที่ไกล ๆ เอาไว้บ้างก็ดีครับ

4. ค่าที่จอดรถ

การออกรถใหม่ ที่จอดรถนี่ก็เรื่องใหญ่อีกเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่หอพัก หรือคอนโดที่ไม่มีโควต้าสำหรับที่จอดรถให้ เราก็จำเป็นจะต้องเช่าที่จอดรถจ่ายเป็นรายเดือน รายปี ก็ว่ากันไป หรือบางคนขับรถไปจอดใกล้สถานีรถไฟฟ้าแล้วนั่งต่อมา เพื่อความรวดเร็วในการหลีกหนีรถติด ก็ต้องจ่ายค่าที่จอดรถอีกเหมือนกัน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเวลาเราขับรถไปช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หากเกินเวลาที่ระบุไว้ ก็ต้องจ่ายค่าที่จอดรถด้วย ซึ่งค่าที่จอดรถนี้ก็มีตั้งแต่ 500-5,000 ต่อเดือน โดยประมาณครับ

5. ค่าล้างรถและบำรุงรักษารถ

ค่าล้างรถนี่อย่าประมาทเชียวนะครับ เพราะอาจตกเดือนละหลายพันบาทก็เป็นได้ ถ้าอยากลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ ก็ใช้วิธีหันมาล้างรถด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา โดยเฉลี่ยทุก 6-12 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร แม้จะเป็นรถยนต์ธรรมดาๆ ค่าดูแลรักษาที่เหมาะสม โดยประมาณอยู่ที่ปีละ 5,000-10,000 บาท แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่มีความซับซ้อนสูงค่าบำรุงรักษาก็จะแพงขึ้นอีกครับ

6. ค่าใช้จ่ายในการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ และภาษีประจำปี

ออกรถใหม่

เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่า รถทุกคันจะต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ที่เรารู้จักกันว่า (พ.ร.บ.) นั่นเอง ซึ่งเจ้าของที่ ออกรถใหม่ป้ายแดง อย่างเราก็จะต้องเตรียมตัวสำหรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วยเป็นประจำทุกปี ปีละครั้ง สาเหตุที่เราต้องทำ พ.ร.บ. รถยนต์นั้นก็เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บตามกฎหมาย เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และใช้ พ.ร.บ. นี้เป็นเอกสารในการต่อทะเบียนรถประจำปีอีกทีด้วยครับ

  • ค่าใช้จ่ายในการต่อ  พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับรถเก๋ง หรือรถกระบะ 4 ประตู ประมาณ 6XX บาท
  • ค่าใช้จ่ายในการต่อ  พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับ รถกระบะ 4 ประตู ประมาณ 9XX บาท
  • ค่าต่อทะเบียน หรือค่าภาษีรถยนต์รายปี เฉลี่ย 1,500-3,000 บาทต่อปี ยิ่งรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ก็ยิ่งเสียภาษีส่วนนี้แพงขึ้น สำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี ต้องนำรถไปตรวจสภาพด้วย

7.ค่าใช้จ่ายในการต่อประกันรถยนต์

โดยทั่วไปแล้วถ้าเรา ออกรถใหม่ มา ก็มักจะมีโปรโมชั่นแถมประกันรถยนต์มาด้วย แต่ถ้าหากไม่มีแถมประกัน หรือต้องเลือกซื้อประกันรถยนต์เองแล้วล่ะก็ พี่หมีแนะนำให้เพื่อน ๆ ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ก่อนนะครับ เพราะประกันชั้น 1 นั้นได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราเป็นมือใหม่ยังขับรถไม่แข็ง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และรถใหม่ ก็ยังล่อตาล่อใจโจร เสี่ยงต่อการโดนขโมยรถอีกด้วยครับ ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นจะช่วยให้เพื่อน ๆ อุ่นใจจากความคุ้มครองในกรณีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • คุ้มครองทั้งผู้เอาประกันภัย คู่กรณี และบุคคลที่สาม
  • คุ้มครองในกรณีไฟไหม้
  • คุ้มครองกรณีน้ำท่วมรถ
  • คุ้มครองกรณีรถหาย ชิ้นส่วนถูกขโมย

ทั้งนี้พอเพื่อน ๆ ขับไปประมาณ 4- 5 ปีแล้ว อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนเป็นประกันรถยนต์ชั้นอื่นแทน เพื่อประหยัดค่าเบี้ยลงก็ได้ครับ สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเปรียบเทียบและเลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ด้วยตัวเอง สามารถทำรายการผ่ายทางเว็บไซต์ GoBear หรือคลิ๊กที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ได้เลย

เปรียบเทียบประกันรถยนต์