รถเก่า คลาสสิค

ถึงเก่าแต่ก็รัก: รวม 5 เคล็ดลับดูแล “รถเก่า” ของคุณให้ใช้ได้นานๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มาพบกับเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถดูแลรถยนต์สุดรักให้อยู่คู่กับเราไปได้นานๆนะครับ อันที่จริงแล้วรถยนต์นั้น นอกจากจะเป็นพาหนะพาเราไปไหนต่อไหนหลายๆคนยังมองว่ารถยนต์มีคุณค่าทางจิตใจที่อยู่คู่กับเรามานานและผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะในการเดินทาง ทั้งนี้ ไม่ว่าเพื่อนๆจะซื้อรถมือหนึ่งหรือรถมือสอง เมื่อรถเริ่มเก่าลง ค่าใช้จ่ายเริ่มสูงขึ้น หลายๆคนก็อดเสียดายไม่ได้ถ้าหากจะต้องขายรถเก่าทิ้งเพื่อซื้อรถใหม่

อย่างไรก็ดี ถ้าหากเพื่อนๆรู้วิธีดูแลรักษารถเก่าของเพื่อนๆได้ ก็จะช่วยประหยัดค่าซ่อมแซม ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และต่ออายุชีวิตของรถสุดรักของเพื่อนๆได้อีกยาวเลยล่ะครับ วันนี้พี่หมีจึงมีเคล็ดลับดีๆมาบอก ว่าเพื่อนๆควรต้องดูแลรถมือสองของตัวเองอย่างไรให้อยู่คู่กัยเราไปนานๆ ไปดูกันเลยครับ

 

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์

 

1) เอารถไปตรวจเช็คตามตารางซ่อมบำรุง

ตารางซ่อมบำรุงมักมีติดมาอยู่ในรถทุกคัน เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆสามารถนำรถเก่าเข้าไปตรวจซ่อมได้ตามเวลาที่สมควร อีกทั้งทำให้เพื่อนๆตรวจพบปัญหาได้แต่เนิ่นๆ เพราะถ้าหากทิ้งปัญหาไว้จนบานปลาย ก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเยอะเลยละครับ เวลาเอารถไปตรวจเช็ค ช่างก็จะทำการเติมหรือเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็คผ้าเบรค เช็ควงล้อ เปลี่ยนไส้กรองอากาศ แต่เนื่องจากรถแต่ละรุ่นก็จะมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันไป ถ้าหากเพื่อนๆยึดถือตารางซ่อมบำรุงของรถคันนั้นๆเป็นหลัก ก็จะทำให้เราเข้าใจได้ชัดเจนว่า จะต้องดูแลอะไรส่วนไหนเมื่อไหร่บ้าง ถ้าหากรถของเพื่อนๆเก่ามากและไม่ได้มีคู่มือตารางซ่อมบำรุงติดมาด้วย ก็ลองเสิร์ชหาในอินเตอร์เน็ตดูก็ได้ครับ หาไม่ยากหรอก แล้วอย่าลืมว่า เมื่อนำรถไปตรวจเช็คแล้ว ก็ให้จดเอาไว้ด้วยว่าคุณได้ทำอะไรไปบ้าง รวมถึงเก็บใบเสร็จการตรวจเช็คต่างๆไว้ในกรณีที่เพื่อนๆต้องขายรถเก่าของตนไปเป็นรถมือสอง ลูกค้าจะได้เชื่อใจและติดตามตารางการตรวจเช็คต่อได้ครับ หรือเดี่ยวนี้ เพื่อนๆจะลองใช้แอพเพื่อติดตามเลขไมล์และตารางตรวจเช็คก็ทำได้แล้วนะครับ เช่นแอพ aCar หรือ Car Maintenance Reminder ครับ

 

2) เช็คของเหลวในเครื่องให้เป็นกิจวัตร

เพื่อนๆควรจับเวลาเช็คของเหลวในเครื่องและความสะอาดแบบเร็วๆอยู่บ่อยๆนะครับ ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำยาแอร์ และน้ำมันหล่อลื่น หากเป็นไปได้ ควรตรวจเช็คด้วยตนเองแบบเร็วๆทุกๆ 2 อาทิตย์ แต่ไม่น้อยกว่าเดือนละครั้งนะครับ หากเป็นของเหลวที่เพื่อนๆสามารถเติมเองได้ เช่นน้ำมันเครื่องและน้ำในหม้อน้ำ ก็เติมเลยครับ แต่ถ้าเป็นน้ำมันหล่อลื่นอื่นๆ หรือน้ำมันเบรค ถ้าเริ่มอยู่ในระดับต่ำ เพื่อนๆก็รู้แล้วล่ะครับว่าถึงเวลาเอารถเก่าหรือรถมือสองของเพื่อนๆไปหาช่างเพื่อตรวจเช็ค และเติมของเหลวเหล่านี้เข้าไปให้เต็ม หากไม่รู้ว่าจะตรวจเช็ครถของเราเองยังไง ก็ให้ดูในคู่มือที่ติดมากับรถของเพื่อนๆครับ

 

3) ระมัดระวังเวลาขับรถ แล้วคอยสังเกตเสียงเครื่องยนต์

รถเก่าหรือรถมือสองของเพื่อนๆ จะอยู่กับเราไปได้นานหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการขับรถของเพื่อนๆเช่นกันครับ ด้วยความเป็นรถแก่ ถ้าหากเพื่อนๆเปลี่ยนเกียร์เร็วเกินไปหรือแบกของหนักเกินไปโดยไม่แคร์เครื่องยนต์ จะยิ่งทำให้สภาพรถของเพื่อนๆทรุดโทรมลงได้เร็ว แล้วค่าซ่อมแซมก็จะยิ่งแพงขึ้นไปครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยชะลอความเก่าของรถยนต์ลงได้ ก็คือให้ขับให้นิ่มที่สุดด้วยความระมัดระวังครับ แล้วก็อย่าเคลื่อนไหวรถยนต์อย่างรวดเร็ว ทั้งการเปลี่ยนเกียร์ การเบรก หรือการหมุนพวงมาลัย เพราะจะยิ่งทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักเกินไปครับ นอกจากนี้แล้ว ก็ให้ฟังเสียงเครื่องยนต์ให้ดีๆว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ทั้งเสียงกระตุก เสียงดังครืดคราด เสียงเป๊าะแป๊ะ ก็ล้วนชี้ว่ารถของคุณมีปัญหาอะไรบางอย่าง ควรนำเข้าอู่เพื่อให้ช่างช่วยตรวจเช็คให้เร็วที่สุดนะครับ

 

4) หมุนเปลี่ยนยาง และเช็คลมยางเป็นประจำ

การตรวจเช็คลมยางเป็นประจำจะทำให้เพื่อนๆสามารถยืดอายุยางรถยนต์ของรถเก่าหรือรถมือสองไปได้อีกยาวเลยละครับ โดยควรตรวจเช็คลมยางให้ได้ทุกๆ 2 อาทิตย์ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุยางระเบิดหรือยางร้อนเกินไปเมื่อยางนิ่ม นอกจากนี้แล้ว ให้หมุนเปลี่ยนยางใช้ด้วยครับ นั่นหมายความว่าเพื่อนๆสลับเอายางล้อด้านหลังมาไว้เป็นล้อด้านหน้า แล้วล้อด้านหน้าก็เอาไปไว้ด้านหลัง ก็จะช่วยยืดอายุการทำงานของยางรถยนต์ไปได้อีกครับ อย่าลืมหมุนเปลี่ยนยางเมื่อรถของเพื่อนๆ วิ่งไปได้ทุกๆ 6000 ถึง 8000 ไมลส์ครับ

 

5) ล้างและเคลือบเงารถเป็นประจำ

การล้างและเคลือบเงารถเก่าของเพื่อนๆ เป็นประจำจะทำให้รถของเพื่อนๆไม่ค่อยมีฝุ่น รอยสนิมหรือรอยน้ำมาเกาะ ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องล้างและเคลือบเงารถเป็นประจำแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า ณ ขณะนั้นเป็นฤดูอะไร สภาพอากาศเป็นอย่างไร และสภาพถนนที่เพื่อนๆใช้อยู่ประจำเป็นอย่างไรครับ ถ้าหากเพื่อนๆขับรถบนถนนที่มีฝุ่นมาก อากาศร้อน หรือในที่ที่ถนนเป็นโคลนและอากาศชื้น เพื่อนๆก็ต้องล้างรถบ่อยๆหน่อยนะครับแต่อย่างไรก็ดีถึงเป็นหน้าแล้งหรือหน้าหนาวที่รถไม่ค่อยเปื้อนอะไร เพื่อนๆก็ยังคงควรล้างรถด้วยน้ำเปล่าทุกๆ 1 หรือ 2 อาทิตย์นะครับ เพราะแน่นอนว่าการวิ่งบนถนนก็ย่อมมีสิ่งสกปรกสะสมบนพื้นผิวรถได้ ก็จะทำให้เกิดสนิมได้ง่ายขึ้นครับ นอกจากนี้ การเอารถไปเคลือบเงาอย่างต่ำ 3-4 ครั้งต่อปี ก็จะช่วยรักษาสภาพรถเก่าหรือรถมือสองของเพื่อนๆให้ดูใหม่ ไร้รอยขูดขีดตลอดเวลาครับ

 


เพียงเท่านี้ เพื่อนๆก็สามารถดูแลรักษารถเก่าหรือรถมือสองให้อยู่คู่กับเราไปได้นานๆแล้วล่ะครับ ดูแลเขาหน่อย แล้วเขาก็จะพาคุณไปพบประสบการณ์ใหม่ๆได้ในทุกที่ที่คุณต้องการเลยล่ะครับ นอกจากนี้ หากเพื่อนๆทำประกันรถยนต์ติดไว้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนๆก็อุ่นใจได้ตลอดนะครับ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ได้ที่เว็บไซต์โกแบร์หรือแบนเนอร์ด้านล่างเลยนะครับ

 

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์