พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก! อ่านเลยครับ!

สวัสดีครับเพื่อน ๆ พี่หมีว่าทุกคนก็คงเคยเจอปัญหาการสตาร์ทรถไม่ติดกันใช่มั้ยครับ ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจาก แบตเตอรี่รถยนต์ เสื่อมสภาพหรือไม่มีประจุไฟเหลือแล้ว ถ้าเพื่อน ๆ เจอเหตุการณ์แบบนี้และมีสายพ่วงอยู่กับรถก็เบาใจหน่อย แต่อย่างน้อยเพื่อน ๆ ก็ควรมีความรู้เรื่องการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์อย่างถูกวิธีก่อนจะจั๊มแบตเตอรี่รถยนต์นะครับ

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์

เลือกสายพ่วงที่ถูกลักษณะ

เพื่อน ๆ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์มากมายในการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์เลยนะครับ เพียงแค่ต้องหารถอีกคันที่สามารถมาพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยได้ และสามารถหาตัวแบตเตอรี่และตำแหน่งขั้วแบตเตอรี่รถยนต์ ส่วนสายพ่วงนั้น ก็มีหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่ขนาด 3 - 6 เมตรครับ บางคนอาจคิดว่าสายพ่วงยาวถึงจะดีและสะดวกในการพ่วง แต่จริง ๆ แล้วหากสายพ่วงยิ่งสั้น กำลังส่งจะยิ่งดีต่างหากครับ นอกจากนี้ ความหนาของสายพ่วงจะกำหนดความทนทานได้ด้วยครับ ยิ่งหนาก็ยิ่งทนนั่นเองครับ

ปลอดภัยไว้ก่อน

เพื่อน ๆ ควรคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยนะครับ อย่างแรกก็คืออย่าให้มีเด็กเล็กอยู่ใกล้รถ อ่านคู่มือการใช้รถ และที่สำคัญห้ามจับส่วนที่เป็นโลหะระหว่างที่เครื่องยนต์กำลังติดและพ่วงอยู่กับรถอีกคันนะครับ นอกจากนี้ พี่หมีขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ใส่แว่นตาหากเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรด้วยครับ

วิธีพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

1.  เตรียมพร้อมก่อนพ่วงแบต ดังนี้

1) จอดรถสองคันหันหน้าเข้าหากันแต่ให้ห่างกันอย่างน้อยครึ่งเมตร และห้ามให้รถติดกันครับ และ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ให้ใส่เกียร์ว่างเอาไว้ด้วย

2) ใส่เบรกมือของทั้งสองคัน กันรถไหลครับ

3) ดับเครื่องยนต์และดึงกุญแจออก

4) วางสายพ่วงบนพื้นและระวังอย่าให้ที่หนีบแตะกัน

5) เปิดฝากระโปรงหน้าและหาขั้ว แบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งปกติจะเป็นสีแดงกับดำ หรือดูสัญลักษณ์ + หรือ - และเช็คดูว่าขั้วแบตเตอรี่สกปรกหรือเปล่า

2.  เริ่มการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

1) พ่วงหัวหนีบสีแดงกับขั้ว + ของแบตเตอรี่รถยนต์ที่เสื่อม และเช็คว่าแน่นแล้ว

2) หนีบอีกด้านกับขั้ว + ของรถที่แบตเตอรี่เต็ม

3) ต่อหัวหนีบสีดำที่เป็นขั้ว - กับแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ อย่าเพิ่งพ่วงกับรถที่แบตเสื่อมนะครับ แต่ให้หนีบกับส่วนที่เป็นโลหะ เพื่อความปลอดภัยครับ

3.  ระยะเวลาการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

เมื่อเพื่อน ๆ พร้อม พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ แล้ว ก็ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลยครับ
 

1) สตาร์ทรถคันที่แบตเตอรี่รถยนต์ยังใช้การได้ดี

2) รอสัก 1 นาที โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับอายุของแบตด้วย ถ้าเก่าหน่อยก็อาจจะต้องรอสัก 1 - 2 นาทีครับ

3) คราวนี้สตาร์ทรถคันที่แบตเตอรี่รถยนต์เสีย ถ้าไม่ติดให้รอแบตชาร์จอีก 1 - 2 นาที หรือในบางครั้ง อาจให้เพื่อน ๆ เร่งเครื่องสัก 2 - 3 ครั้ง

4) พอรถที่แบตเสื่อมติดแล้วให้ดึงสายพ่วงออกได้นะครับ เริ่มจากขั้ว - โดยระวังอย่าให้หัวหนีบแตะกันขณะที่พ่วงกับตัวแบตนะครับ

5) ลองขับรถดูเพื่อให้แบตเตอรี่เริ่มชาร์จตัวเองเพื่อกันไม่ให้แบตหมดอีก

4.  กรณีพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์แล้วยังสตาร์ทไม่ติด

ถ้าเพื่อน ๆ ลองทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยังสตาร์ทไม่ติด หรือถ้าติดแล้วเครื่องดับทันที อาจจะเกิดจากปัญหาอื่นนะครับ แบตเตอรี่รถยนต์ ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 4 - 6 ปี ถ้าแบตเก่าเกินไป ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้ายังใช้ได้อยู่ ก็อาจจะเป็นปัญหาของส่วนประกอบอื่น เช่น
 

1) ตัวฟิวส์

2) แบตถูกกัดกร่อน

3) ตัวกำเนิดไฟฟ้าสลับเสีย

4) ตัวจุดเสีย

5) ตัวเชื่อมเสีย
 

หากเพื่อน ๆ ทราบว่ารถมีปัญหา พี่หมีขอแนะนำให้นำไปให้ศูนย์เข้าตรวจสภาพดูนะครับ ช่างสามารถให้ความช่วยเหลือด้านแบตเตอรี่ได้เช่นกันครับ ปัญหาแบตตายนั้นเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัว แต่ข้อดีก็คือ วิธีแก้ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เพื่อน ๆ ใช้สายพ่วงและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ถูกต้องและปลอดภัย แต่ที่สำคัญนะครับพี่หมีก็แนะนำให้ทำประกันรถยนต์ไว้ดีกว่าครับ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา จะได้หายห่วงครับ

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์