ชนแล้วหนี

เจอเหตุการณ์ “ชนแล้วหนี” ประกันรถยนต์ช่วยเราได้อย่างไรบ้าง?

หากพูดถึงการ “ ชนแล้วหนี ” แน่นอนครับว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายชนแล้วต้องหนี หรือเป็นฝ่ายที่โดน “ชนแล้วหนี” คุณทั้งคู่ในสองสถานการณ์นั้น มักถูกทิ้งไว้ด้วย ความเสียหาย ไม่ว่าจะต่อร่างกาย หรือทรัพย์สินให้ต้องแบกรับไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้น การมีประกันรถยนต์เอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราได้เลือกและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่คุ้มครองดีที่สุด ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด บนเว็บไซต์เปรียบเทียบอย่าง GoBear.com อย่างน้อย หากเกิดอะไรขึ้น ก็สามารถแบ่งเบาภาระด้านการใช้จ่ายให้กับเราไปได้อย่างมาก จึงถือเป็นเรื่องที่ดีและควรทำครับ

 

เมื่อมีคน “ชน” รถของเรา

หากวันนึงเราตื่นมา เมื่อเดินไปที่รถ ปรากฏว่า รถเรามีรอยเฉี่ยวชนโดยที่เราไม่รู้ตัว แน่นอนว่าต้องมีคนขับเฉี่ยวรถแล้วหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่แม้แต่ทิ้งโน๊ตไว้ดูต่างหน้า ให้เราตามไปเรียกร้องค่าเสียหาย หรือหากขับรถอยู่ดีๆ รถคันข้างๆ หรือมอร์เตอร์ไซค์ กลับเฉี่ยวชนเรา และใช้โอกาสช่วงชุลมุน หรือช่วงที่เรายังไม่ทันได้ตั้งสติ หนีไปต่อหน้าต่อตา ถ้าคุณเจอเรื่องราวเหล่านี้ พูดง่ายๆ คุณคือเหยื่อของการ “ ชนแล้วหนี ” โดยสมบูรณ์ครับ

 

และเมื่อคุณโดนชนแล้วหนี นั่นหมายความว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น คุณ “ไม่มีคู่กรณี” ครับ เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการความคุ้มครองให้ครอบคลุมในส่วนนี้ เพราะคิดว่า ในทุกๆ วัน คุณมีความเสี่ยงในเรื่องแบบนี้เหลือเกิน อาทิ คุณอาจจะขับรถในย่านใจกลางเมืองที่แสนจะรถติด มีมอเตอร์ไซค์ขับแทรกไปแทรกมา ให้คุณเสียวหลังอยู่ตลอด หรือคุณอยู่อาศัยในซอยคับแคบ ที่เวลาจอดรถหน้าบ้าน อาจจะมีความเสี่ยงที่รถที่สันจรไปมาจะเฉี่ยวรถคุณได้ง่ายๆ ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี ซึ่งก็คือ “ประกันรถยนต์ชั้น 1” ที่คุ้มครองอุบัติเหตุทุกกรณี ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ จะสามารถเป็นเพื่อนคู่ใจของคุณบนท้องถนนได้ครับ
 

เจอ ชนแล้วหนี ต้องทำอะไรต่อ?

ถ้าโดนชน แล้วคนที่ขับชน ลงมาแสดงความรับผิดชอบ ก็ดีไป ทุกอย่างง่ายเหมือนปอกกล้วย แจ้งตำรวจ แจ้งประกัน ทุกอย่างจบ ฝ่ายตรงข้าม หรือประกันของฝ่ายตรงข้ามก็จะรับผิดชอบค่าเสียหายให้กับเรา แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ฝ่ายตรงข้ามชนแล้วหนีไปกับกลีบเมฆ นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นครับ

 

1. จำรายละเอียดรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ที่ชนคุณให้ได้มากที่สุด

ในอุดมคติ ก็คือ การจำป้ายทะเบียนรถยนต์ คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณ ประกันฝ่ายของคุณ และทางตำรวจ ติดตามรถที่ชนคุณแล้วหนีได้ดีที่สุด แต่หากคู่กรณีของคุณไวเกินไป สิ่งที่คุณควรจำเป็นอย่างน้อยคือ ยี่ห้อรถ รุ่นรถ สีรถ นี่คือรายละเอียดที่จะทำให้ สามารถติดตามได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น หากคุณคิดว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วคุณจะไม่สามารถครองสติ ให้จำรายละเอียดเหล่านั้นได้แน่ๆ ลองดู “กล้องติดรถยนต์” สิครับ กล้องติดรถยนต์จะสามารถถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

2. โทรแจ้งตำรวจ พร้อมถ่ายภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อจดจำรายละเอียดข้างต้นได้แล้ว ให้โทรแจ้งตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ เกิดที่ไหน เกิดอย่างไร เกิดเวลาเมื่อไหร่ ใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูก การแจ้งนี้จะถูกนำไปเป็นหลักฐานประกอบคดีได้ครับ หากตำรวจจำเป็นต้องไล่ล่าหาผู้กระทำผิดที่ชนรถของคุณแล้วหนีนั่นเอง หลังจากนั้น ให้ถ่ายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความเสียหายของรถคุณเพื่อประกอบการเคลมประกันต่อไปครับ
 

3. แจ้งประกันรถยนต์

หากคุณมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองแม้ไม่มีคู่กรณี คุณก็สบายใจหายห่วงได้ครับ เพราะอย่างน้อยรถของคุณก็ได้รับการคุ้มครองแน่นอน คุณสามารถใช้หลักฐานทั้งหมดที่มีเพื่อยื่นเรื่องเคลมประกันได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากหลักฐานทั้งหมดที่มีข้างต้น สามารถทำให้ทางเจ้าหน้าที่ สืบสาวราวเรื่องว่าใครเป็นผู้กระทำได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับคุณมากขึ้นไปอีก เพราะคราวนี้ ประกันของคุณจะไปไล่เบี้ยเอาจากคู่กรณีได้ และคุณจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากเบี้ยประกันรถที่อาจจะสูงขึ้นในปีถัดไปเพราะคราวนี้มีคู่กรณี และคุณไม่ผิดนั่นเอง

 

ชนแล้วหนี

เมื่อคุณเป็นฝ่ายชนคนอื่น

ถ้าคุณเป็นฝ่ายชน นี่คือสิ่งที่คุณควรทำ เพื่ออย่างน้อย คุณจะได้ไม่จบลงด้วยการต้องรับผิดชอบมากกว่าที่คุณควรจะต้องรับ หรืออาจะถูกดำเนินคดีใหญ่โต เรามาดูกันครับ ว่าคุณทำอะไรได้บ้าง

 

เช็คให้แน่ใจว่า ทุกคนในที่เกิดเหตุปลอดภัย

หากคุณขับรถชนคนอื่น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ อย่าหนี เช็คว่ามีคนบาดเจ็บหรือไม่ หากมีคนเจ็บ ให้รีบโทรแจ้งตำรวจ หรือหน่วยกู้ภัยเพื่อดูแลคนเจ็บทันที

 

อย่าหนี จากจุดเกิดเหตุ พร้อมแลกข้อมูลติดต่อ

หากชนแล้วหนี หรือสร้างความเสียหายหรือการบาดเจ็บให้แก่ผู้อื่นแล้วหนี ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายครับ แม้จะเป็นการชนเล็กๆ อย่าง เฉี่ยวชนรถที่จอดอยู่ การหนี ก็ถือว่าผิดเช่นกัน เพราะฉะนั้น อย่าหนี และแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อรับผิดชอบจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ หลังจากนั้น หากคนที่คุณชน อยู่ในที่เกิดเหตุเช่นกัน ก็ควรแลกข้อมูลติดต่อกัน หรือข้อมูลประกันที่คุณมี เพื่อดำเนินการเรื่องสินไหมทดแทนต่อไปครับ

 

ถ่ายภาพ

แม้ว่าคุณจะเป็นคนผิด แต่ถ้าคุณมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองทุกกรณี คุณก็สบายใจได้ครับว่า ทรัพย์สินของคุณ หรืออาการบาดเจ็บของคุณจะได้รับการคุ้มครอง ดังนั้น คุณก็ต้องถ่ายภาพเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานให้มากที่สุด

 

สุดท้ายนี้ ถึงแม้ว่า การชนแล้วหนี จะเป็นเรื่องที่น่ากลัว ทั้งจากคนที่เป็นคนชน หรือโดนชน แต่ถ้าเราตั้งสติ และมีประกันรถยนต์ไว้คุ้มครอง เรื่องหนัก ก็จะกลายเป็นเบาได้ และทำให้เราไม่จำเป็นต้องหนี เพราะกลัวที่จะรับผิดชอบ จนเสี่ยงที่จะเกิดเป็นคดีความในอนาคตได้อีกด้วยครับ เพราะฉะนั้น อย่าลืมทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ คุ้มครองทรัพย์สินและตัวคุณด้วยนะครับ

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์