ใบขับขี่ออนไลน์

ใบขับขี่ออนไลน์ ใช้ยังไงแทนใบขับขี่จริงได้ไหม

ที่ผ่านมา ผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์จำเป็นที่จะต้องพกใบขับขี่ติดตัวไว้ตลอดเวลาขณะขับรถ เพื่อสามารถแสดงแก่เจ้าพนักงานเวลาโดนขอเรียกตรวจหรือเวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่ก็จะมีปัญหาตามมากรณีที่ใบขับขี่หาย, ตัวหนังสือและรูปถ่ายบนบัตรซีดจางเลอะเลือน, ลืมพกใบขับขี่ นอกจากนี้ยังอาจโดนยึดใบขับขี่เมื่อมีการทำผิดกฎจราจรไว้จนกว่าเราจะไปจ่ายค่าปรับอีกด้วย แต่ปัญหาเหล่านี้จะลดลงไป เพราะทางกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ออกนโยบาย ใบขับขี่ดิจิทัล หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า ใบขับขี่ออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนครับ แล้วใบขับขี่ออนไลน์นี้มีดีตรงไหน ใช้งานยังไง ใช้แทนใบขับขี่จริงได้หรือเปล่า พี่หมี GoBear จะพาไปหาคำตอบด้วยกันครับ

ใบขับขี่ออนไลน์ คืออะไร?

ใบขับขี่ออนไลน์ หรือ DLT Smart Licence ก็คือภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ปรากฏอยู่ในหน้าแอปพลิเคชัน DLT QR Licence (ถ่ายรูปใบขับขี่เองใช้อ้างอิงไม่ได้นะครับ) ซึ่งเราต้องทำการสแกน QR Code ที่อยู่ด้านหลังใบขับขี่จริงผ่านแอปพลิเคชั่นนี้ ก็จะสามารถใช้งานได้ครับ

ใบขับขี่ดิจิทัล

เครดิตภาพจาก: กรมการขนส่งทางบก

การใช้ใบขับขี่ออนไลน์ผ่าน DLT QR Licence

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “DLT QR Licence”

2. ลงทะเบียนโดยกรอกข้อมูลเลขที่บัตรประชาชน และอีเมล์ ระบบจะทำการส่งรหัส OTP ให้ทางอีเมล์

3. เข้าแอปพลิเคชันอีกครั้ง นำรหัส OTP ที่ได้จากอีเมล์ไปใส่ในแอป แล้วกดตกลง

4. ทำการตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก แล้วเข้าสู่ระบบ

5. สแกน QR Code ที่อยู่ด้านหลังใบอนุญาตขับรถ

6. สามารถเข้าเมนูฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ ได้

แอปพลิเคชัน DLT QR Licence

ตำรวจยอมรับใบขับขี่ออนไลน์หรือเปล่า?

เราสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจแทนใบขับขี่ได้ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ตามที่ในราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่า

“มาตรา 31/1 ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดง ต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่าย ใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว ดังนั้น ตำรวจจราจรสามารถเรียกตรวจใบขับขี่ได้ ออกใบสั่งได้ แต่จะยึดใบขับขี่ไม่ได้ และประชาชนใช้ใบขับขี่ดิจิทัลจากกรมการขนส่งทางบกได้”

ใบขับขี่ออนไลน์ และ DLT QR Licence มีข้อดียังไง

1.เพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนเมื่อต้องใบอนุญาตขับรถต่อเจ้าพนักงาน

2. มีเมนู SOS สามารถโทรศัพท์แจ้งหรือส่ง SMS ไปยังบุคคลที่ต้องขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้

3.มีระบบแจ้งเตือนก่อนใบอนุญาตขับรถหมดอายุ

4. ผู้ใช้งานสามารถแชร์เส้นทางการเดินทาง หรือหมายเลขทะเบียนรถโดยสารสาธารณะให้ครอบครัวหรือผู้อื่นทราบได้

5.เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งกรุ๊ปเลือด ประวัติการแพ้ยา, โรคประจำตัว, ตลอดจนสิทธิรักษาพยาบาล และข้อมูลการบริจาคอวัยวะให้แก่สภากาชาดไทย ผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้

6.สามารถทราบข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์จากกรมการขนส่งได้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการต่ออายุ, การเปลี่ยนประเภท/เปลี่ยนชนิด ใบอนุญาตชนิดต่าง ๆ

ถ้าใบขับขี่ที่มีอยู่เป็นแบบเก่า ไม่มี QR Code จะทำยังไง?

1. สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันได้บางรายการ เช่น การแชร์เส้นทางการเดินทาง, SOS ขอความช่วยเหลือ ฯลฯ แต่จะใช้งานใบอนุญาตขับรถแบบเสมือนจริงไม่ได้

2. สามารถขอเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถที่มี QR Code ได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการออกใบแทนจำนวน 105 บาท และหากมีการแก้ไขชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ จะมีค่าดำเนินการแก้ไขข้อมูลอีกจำนวน 50 บาท สอบถาม โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่าใบขับขี่เป็นสิ่งสำคัญเมื่อมีอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้น เพราะเราต้องใช้ข้อมูลที่อยู่ในใบขับขี่แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ซึ่งการทำใบขับขี่ดิจิทัลไว้ก็ช่วยอำนวยความสะดวกตรงนี้ได้ในระดับหนึ่ง แต่จะให้ดียิ่งขึ้นอย่าลืมทำประกันรถยนต์ไว้ด้วยนะครับ จะได้อุ่นใจว่ามีคนช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายให้เราเวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นด้วย ซึ่งเพื่อน ๆ ที่สนใจ สามารถเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับรถของตัวเองได้ เพียงคลิกที่ลิงค์นี้เลย

เปรียบเทียบประกันรถยนต์