รถจมน้ำ

รถจมน้ำ น้ำท่วมรถจน "รถเสีย" ขอเคลมประกันรถได้ไหม?

บทความนี้อัพเดทข้อมูลเมื่อ 8 กรกฎาคม 2562 

 

เข้าฤดูฝนกันแล้วนะครับเพื่อนๆ หลายๆ คนคงเห็นว่าเวลาฝนตกหนัก ถนนบางสายอาจจะน้ำท่วม บางซอยอาจจะเกิดน้ำท่วมขังสูง ทำให้บางครั้งเพื่อนๆ ต้องกลับบ้าน ก็ต้องมีรถลุยน้ำกันบ้าง หรือบางทีถ้าน้ำท่วมฉับพลัน น้ำอาจจะท่วมรถเกิดความเสียหายได้นะครับ ซึ่งตัวอย่างที่สำคัญของเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในกรุงเทพ และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลางของประเทศไทย หรือล่าสุดเมื่อปี 2562 นี้เอง ที่มีข่าวน้ำท่วมรถ จากการที่ฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขังหลายจุดทั่วกรุงเทพ วันนี้พี่หมีเลยขอเอาข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดน้ำท่วมรถมาฝากกันครับ มาดูกันเลย

รถจมน้ำ รถเสีย

 

น้ำท่วมรถแต่ละระดับ มีผลกับรถอย่างไรบ้าง

ระดับน้ำ 5-20 เซนติเมตร: ความสูงของระดับน้ำประมาณนี้แม้จะน้อยแต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดสนิมจากความชื้นของน้ำได้ครับ สามารถใช้ที่เป่าลม หรือ หรือไดร์เป่าผม เป่าทุกมุมในรถแล้วใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดทิ้งไว้

ระดับน้ำ 20 -40 เซนติเมตร: ระดับความสูงของน้ำเกินครึ่งล้อมีผลให้ท่อไอเสียจม กรณีที่เป็นรถเก๋ง น้ำอาจเริ่มซึมเข้ามาในรถสร้างความเสียหายแก่พรมได้ ถ้าพรมเปียกชิ้นจะเป็นเชื้อราได้ครับ

ระดับน้ำ 40 -60 เซนติเมตร: (ประมาณ 2 ฟุต) ถือเป็นอันตรายสำหรับรถเก๋ง โดยเฉพาะ

ระดับน้ำ 60 -80 เซนติเมตร: อาจมีโอกาสที่น้ำไหลเข้าเครื่องกรองอากาศ เสี่ยงต่อความเสียหายของระบบเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ได้

ระดับน้ำสูงเกินกว่า 80 เซนติเมตร: เป็นระดับที่สูงมากพอถึงกระโปรงรถ มีโอกาสที่น้ำจะท่วมไฟหน้ามิด เป็นอันตรายต่อระบบไฟ ระบบเครื่องยนต์ต่าง ๆ

 

รถจมน้ำ
 

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นที่คุ้มครองกรณีน้ำท่วม

แม้ว่าประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจะมีหลายระดับชั้นให้เราเลือกก็ตาม ทั้งประกันชั้น 1, 2, 2+, 3 และ 3+ แต่ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นครับ ที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม รวมถึงภัยพิบัติต่าง ๆ เท่านั้นครับ และทั้งนี้ต้องพิสูจน์ได้ด้วยนะครับว่า เราไม่ได้จงใจให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น เช่น จอดรถที่หน้าบ้านแล้วไปทำงาน อยู่ดี ๆ เกิดฝนตกหนักขึ้นมา จนทำให้น้ำท่วมขังภายในซอย รถเราก็พลอยโดนน้ำไปด้วยอย่างนี้เป็นต้นครับ แต่ถ้าเห็นอยู่แล้วว่าน้ำท่วม แต่ยังจะดึงดันขับลุยน้ำไป แบบนี้ถ้าประกันพิสูจน์ได้ ก็อาจจะไม่จ่ายได้ครับ เพราะเราเป็นฝ่ายทำให้รถตัวเองเสียหาย

อ่านเพิ่มเติม: ประกันรถยนต์ชั้นไหน... เหมาะกับคุณมากที่สุด?

 

รถจมน้ำ น้ำท่วมรถ ประกันจ่ายมั้ย จ่ายยังไง? 

car flood

เมื่อสักครู่เราได้ทำความเข้าใจไปแล้วนะครับว่า ประกันรถที่คุ้มครองกรณีรถจมน้ำ หรือน้ำท่วมรถก็คือ ประกันชั้น 1 เท่านั้น แล้วทีนี้ถ้าเราจะนำรถไปเคลมหลังจากถูกน้ำท่วมจะเคลมได้เท่าไหร่ มีข้อปฏิบัติยังไงบ้าง ตามไปดูกันเลยครับ 

1) กรณีน้ำท่วมมิดคัน และรถยนต์ได้รับความเสียหายมากกว่า 70% ทางประกันจะจ่ายเงินตามจำนวน และรถจะตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกัน

- ข้อควรปฏิบัติเมื่อน้ำท่วมถึงบริเวณคอนโซลหน้าหรือมิดหลังคา ให้รีบนำรถยนต์ขึ้นมาจากน้ำก่อน โดยติดต่อกับประกันที่เพื่อน ๆ ทีอยู่ เพื่อใช้รถลากจูงออกมาครับ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วกรมธรรม์ประกันรถยนต์จะให้เพื่อน ๆ สามารถใช้สิทธิ์รถลากจูงได้อย่างน้อย 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อนำรถขึ้นจากน้ำแล้วห้ามสตาร์ทรถโดยเด็ดขาดเลยนะครับ เพราะอาจเกิดระบบไฟฟ้าลัดวงจร และเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนักได้ ให้รีบถอดแบตเตอรี่ออกโดยทันที แล้วส่งให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเช็คระบบของเสียต่าง ๆ ภายในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ น้ำหล่อเย็น สารหล่อลื่น ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร จำเป็นที่จะต้องถอดออกมาเป่าแห้งและทำความสะอาด แต่ส่วนใหญ่แล้วรถที่โดนน้ำท่วมจนเสียหายหนักระดับนี้เพื่อน ๆ อาจจะต้องทำใจไว้ก่อนนะครับว่า รถอาจไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนปกติได้ เมื่อทางบริษัทประกันเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมให้เราแล้ว ก็ถือว่ารถตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกันเลยครับ แต่เงินเราไม่ได้ 100% เต็มนะครับ จะถูกหักค่าใช้จ่ายของการเสื่อมสภาพรถไปบางส่วนครับ

2) กรณีที่เสียหายน้อยกว่า 70% และสามารถซ่อมได้ ประกันจะจ่ายค่าซ่อมให้ ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์และการทำความสะอาด

- หากน้ำท่วมถึงพื้นของรถยนต์ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์เหล่านี้จะเสียหาย อันได้แก่ ห้องเครื่องยนต์ ไดสตาร์ท สายพานแอร์ คลัทช์คอมแอร์ ผ้าเบรก ระบบเบรกทั้ง 4 ล้อ และพรมภายในห้องโดยสาร ซึ่งถ้าหากว่าพรมเปียกชื้น ก็ควรจะนำพรมไปซักและตากแดดให้แห้งเพื่อป้องกันกลิ่นอับที่จะตามมาครับ ส่วนตรงซุ้มล้อและใต้ท้องรถก็เป็นบริเวณที่เราไม่ควรละเลยอีกเช่นกัน อย่าลืมสำรวจให้รอบ ล้างครบโคลนและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ฝังแน่นออกมาด้วยนะครับ

- เมื่อน้ำท่วมถึงเบาะที่นั่งของรถยนต์ โทรเรียกประกันเพื่อติดต่อขอรถลากให้มาช่วยเอารถขึ้นครับ และเหมือนเดิมคือ เมื่อนำรถขึ้นมาได้แล้วอย่าเพิ่งสตาร์ทรถ ให้รีบถอดแบตเตอรี่ออกโดยทันที และสำรวจห้องเครื่องยนต์ กล่อง ECU น้ำมันเครื่อง ระบบเกียร์ ระบบของเหลวต่าง ๆ น้ำมันเกียร์ ขั้วสายไฟ ประตูต่าง ๆ เช่น แผงนวมประตู สวิตซ์แผงประตู ระบบเซ็นทรัลล็อค เบาะนั่ง ชุดตู้แอร์ และห้องสัมภาระท้ายครับ 

 

รถจมน้ำหรือน้ำท่วมรถ ขอเคลมประกันอย่างไร?

รถจมน้ำ

 

1) ถ่ายรูปหรือคลิปวีดีโอสภาพรถตอนน้ำท่วม ทั้งตอนที่น้ำท่วมรถเรา และให้เห็นบริเวณข้างๆโดยรอบ แล้วถ่ายรูปอีกทีตอนที่น้ำลดแล้ว ถ้าเป็นไปได้ให้เห็นเลขป้ายทะเบียนด้วยนะครับ จดบันทึกวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุไว้ด้วยครับ

2) โทรเรียกประกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายเบื้องต้น

3) รอใบเคลมแล้วเอารถเข้าซ่อมอู่ แต่ถ้าสภาพรถนั้นเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ ทางบริษัทประกันก็จะตีเช็คมาให้เลย แล้วถือว่ารถเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกันอย่างที่พี่หมีได้บอกไปแล้วในตอนต้นนั่นเองครับ หากมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1186 สายด่วนประกันภัยครับ 

อ่านเพิ่มเติม: รวมเรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ"ประกันรถยนต์"

 

กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าแย่จะแก้ไม่ทันนะครับเพื่อนๆ สำหรับใครที่ไม่ได้ต่อประกันรถยนต์ และกำลังสนใจอยากเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสม อย่าลืมเข้าไปให้พี่หมีช่วยเลือกประกันรถยนต์ได้นะครับ

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์