ปีใหม่ กับการขับรถเที่ยวดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่เคียงคู่คนไทยในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันไปแล้วนะครับ เพราะมันเป็นกิจกรรมที่เราจะได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ขับไปเรื่อยๆ เหนื่อยไหน ก็นอนในรถแถวนั้น กินนู่น กินนี่ไปจนถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาอันแสนพิเศษครับ การขับรถเที่ยวจึงถือเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและดีต่อใจและความทรงจำไปพร้อมๆ กัน

แต่กระนั้น ขับรถเที่ยวจะมีแต่เรื่องดีๆ ตามมาอย่างที่ว่าถ้าเรามีความเตรียมพร้อม โดยเฉพาะรถรายานพาหนะที่จะพาเราและคนที่เรารักไปยังจุดหมายปลายทางครับ วันนี้พี่หมีจึงขอถือโอกาส ในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2563 (2020) นี้ เอาความรู้ดีๆ มาฝากกันว่า ตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกล นั้น เราต้องเช็ครถก่อนเดินทางไกลอย่างไรบ้าง ให้ทั้งทริปปลอดภัยหายห่วงกันทั้งครอบครัวครับ

ตรวจเช็คสภาพรถ ก่อนเดินทางไกล

ก่อนเดินทางไกล เช็ครถก่อนเดินทาง อย่างไร?

ข้อที่ 1:  ยางรถยนต์

ขับรถเที่ยวไปไกลๆ บางคนขับขึ้นเหนือ ลงใต้ เช่น กรุงเทพฯ - ชุมพรหลายร้อยกิโล อย่างแรกที่เราต้องเช็คคือล้อและยางรถยนต์ครับ สภาพล้อต้องไม่คด ไม่เบี้ยว น็อตขันแน่นทุกตัว ส่วนสภาพยางต้องไม่บวม ไม่มีรอยแตก ไม่มีรอยตำ ลมยางจะต้องอยู่ที่ค่ามาตรฐานของรถรุ่นนั้นๆ ซึ่งวิธีดูว่าลมยางว่าควรเติมเท่าไหร่ ก็ง่ายนิดเดียวครับ เปิดประตูรถฝั่งคนขับ ส่วนมากจะอยู่ตรงประตูด้านล่างนั่นเองครับ

ข้อที่ 2: แบตเตอรี่

เพื่อนๆ คงไม่อยากให้อยู่ดีๆ รถก็สตาร์ทไม่ติด ขณะที่กำลังเที่ยวสนุกๆ ใช่มั้ยล่ะครับ เพราะฉะนั้นข้อต่อไปที่เราต้องเช็ค คือแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจของการสตาร์ทรถก็ว่าได้ครับ เช็ดและทำความสะอาดคราบขี้เกลือที่ขั้วแบตออกให้หมด ตรวจเช็คระดับน้ำกลั่น เช็คสภาพแบตเตอรี่ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ แค่นี้ก็สบายหายห่วง สตาร์ทติดตลอดแน่นอนครับ 

ข้อที่ 3: น้ำมันเครื่อง

ความสำคัญของน้ำมันเครื่องคือทำให้เครื่องยนต์ภายในตัวรถทำงานได้อย่างราบรื่นครับ และน้ำมันเครื่องที่เปลี่ยนมา 1 รอบนั้น จะใช้ได้ตามระยะเวลาหรือระยะทางที่กำหนดเท่านั้น เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางไกล เช็ครถ ก็ควรดูระดับน้ำมันเครื่องจากก้านวัดให้ดีครับ และที่ดีที่สุดคือพกน้ำมันเครื่องสำรองไว้อย่างน้อย 1 ลิตร เผื่อกรณีฉุกเฉินครับ

ข้อที่ 4: เช็คระบบเบรก น้ำมันเบรก ผ้าเบรก

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่า จริงๆ แล้ว ระบบเบรก คือระบบปิด น้ำมันเบรกอยู่ภายในระบบเบรกนั้น จะไม่มีทางหายไปไหนได้ อยู่เท่านั้นคือเท่านั้นตลอด ดังนั้น หากเกิดกรณีที่ว่า น้ำมันเบรกลดลง จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบครับ ว่าเกิดปัญหาที่อะไร นอกจากนั้น อย่าลืมเช็คผ้าเบรกด้วยนะครับว่าผ้าเบรกของเพื่อนๆ สึกหรือไม่

ข้อที่ 5: ชุดเครื่องมือฉุกเฉินประจำรถ

การขับรถเที่ยว เราไม่รู้หรอกครับว่า เหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดกับเราตอนไหน ช่วงเวลาไหน และอยู่ตรงไหน บางทีอาจจะเกิดในจุดที่ ไม่สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ หรือไม่มีย่านชุมชนบริเวณนั้นเลย ดังนั้น อุปกรณ์ฉุกเฉินที่เราควรมีในรถควรมีดังนี้ครับ ล้อ-ยางอะไหล่ แม่แรง ชุดเครื่องมือในการถอดล้อ ที่เติมลมฉุกเฉิน สายพ่วงแบต สายลากรถ ไฟฉาย 

ข้อที่ 6: ประกันรถยนต์ ที่พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชม.

นอกจากอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินที่ควรมีแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้ ก่อนไปขับรถเที่ยว ถ้าขาดแล้ว ต้องรีบต่อคือ ประกันรถยนต์ครับ เพราะประกันรถยนต์ จะคุ้มครองเรา ทั้งตัวรถ และตัวคน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อย เราก็ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ และค่ารักษาพยาบาลทั้งต่อตัวเราเอง และต่อคู่กรณี ถ้ามีครับ นอกจากนี้ ประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำส่วนมากยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่ว่าจะเป็น รถลาก รถยก น้ำมันหมด ก็ติดต่อได้ครับ เรียกได้ว่า เหมาะมากกับการขับรถเที่ยวเพื่อความอุ่นใจ สบายตลอดช่วงเวลาแห่งความสุขเลยล่ะครับ 

ถ้าเพื่อนๆ สนใจอยากเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ลองเข้ามาเช็คเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับการขับรถเที่ยวที่จะถึงนี้ได้เลยนะครับที่ GoBear.com/th 

นันทรัช ชมภูแสง (ตั้ม)

นันทรัช ชมภูแสง (ตั้ม)

Content Specialist ประจำเว็บไซต์ GoBear ผู้หลงใหลการอ่านหนังสือและเชื่อมั่นในพลังของการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรื่องราว มีความสุขกับการฟังเพลง ดูซีรีส์ และอ่านวรรณกรรมแปลญี่ปุ่น

คลิกเพิ่มเติม