ประกันรถยนต์ 2+

ประกันรถยนต์ 2+ เลือกอย่างไรให้คุ้ม

หากเพื่อน ๆ เป็นคนหนึ่งที่ประกันรถยนต์เดิมหมดอายุ หรือขับรถมาเป็นเวลานานแล้วประมาณ 4 ปีขึ้นไป และกำลังมองหาทางเลือกว่าจะทำประกันรถยนต์ตัวไหนดี ที่ราคาไม่แพง และได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมตรงกับความต้องการ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ (ประกันรถยนต์ชั้นสองพลัส) น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อน ๆ ครับ เพราะ ประกันรถยนต์ 2+ ได้ความคุ้มครองเกือบจะเทียบเท่าประกันชั้น 1 และราคาก็ยังดีต่อใจอีกด้วย ส่วนจะดียังไงนั้น พี่หมีจะพาไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ 

ประกันรถยนต์ 2+ ที่ไหนดี?

ก่อนจะเลือกประกันรถยนต์นั้น พี่หมีอยากให้เพื่อน ๆ ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนครับว่า ลักษณะการขับขี่ของเราเป็นยังไง เราชอบขับรถเร็วมั้ย เคยขับชนคันอื่นหรือเปล่า เรามีประสบการณ์ในการขับขี่มานาน มากน้อยแค่ไหน และรถยนต์คันที่เราจะทำการต่อประกันนั้นมีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่ ซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ตลอดจนงบประมาณในการซื้อหรือต่อประกันรถยนต์ของเรา ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่พี่หมีกล่าวมานี้ มีผลต่อการเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับเราทั้งสิ้นครับ 

ประกันรถยนต์ 2+

ใครบ้างที่เหมาะกับ ประกันรถยนต์ 2+

  • คนที่ขับรถค่อนข้างแข็ง ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยประสบอุบัติเหตุหรือมีเรื่องให้เคลมประกัน
  • รถยนต์ที่ใช้อยู่ ใช้งานมาค่อนข้างนานเกิน 4 ปีขึ้นไป หรือเพิ่งซื้อรถมือสองมาแล้วต้องการซื้อประกันรถยนต์
  • ต้องการประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุม แต่งบประมาณมีจำกัด
  • มีกล้องติดรถยนต์ สำหรับติดตามคู่กรณีเมื่อเกิดเหตุชนแล้วหนี เพราะ ประกันรถยนต์ 2+ จะให้ความคุ้มครองในกรณีรถชนรถเท่านั้น 

ข้อดีของประกันรถยนต์ 2+

  • ประกันรถยนต์ 2+ ราคาถูก สบายกระเป๋ากว่า ประกันภัยชั้น 1
  • ได้รับความคุ้มครองในระดับที่ใกล้เคียงกับประกันภัยชั้น  1 
  • ไม่มีการจำกัดอายุของรถที่จะทำประกัน รถมือสอง หรือรถที่ใช้งานมานานแล้ว ก็สามารถทำประกันภัยชั้น 2+ ได้
  • สามารถเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible 1,000 - 2,000 บาท เพื่อนำไปลดค่าเบี้ยประกันได้อีกด้วย

ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง ?

  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเรา(ผู้ขับขี่) และผู้โดยสารของเรา 
  • คุ้มครองความเสียหายของรถคู่กรณี (หรือทรัพย์สิน) และค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี (คนขับและผู้โดยสาร) รวมถึงความคุ้มครองบุคคลภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ 
  • มีค่าประกันตัวเรา (ผู้ขับขี่) ในกรณีขับรถชนและเราเป็นฝ่ายผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บและเสียชีวิตและตำรวจได้มีการควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี
  • คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากยานพาหนะทางบก หรือ รถชนรถ เท่านั้น
  • คุ้มครองกรณีรถยนต์ของเรา สูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม ซึ่งตรงนี้ต้องอ่านรายละเอียดให้ดีนะครับ เนื่องจากบางกรรมธรรม์ก็มีข้อยกเว้น ไม่คุ้มครองกรณีใดกรณีหนึ่ง
  • คุ้มครองความเสียหายกรณีอื่นๆ ที่มีระบุอยู่ในรายละเอียดตามกรมธรรม์ที่เราทำไว้กับบริษัทประกัน
ประกันรถยนต์ 2+

ประกันรถยนต์ 2+ ต่างกับชั้น 1 อย่างไร?

ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนสิ่งอื่น ๆ ที่มิใช่ยานพาหนะทางบก เช่น ขับชนต้นไม้ รั้ว เสาไฟฟ้า (เพราะไม่ใช่ยานพาหนะ) นอกจากนี้ ประกันรถยนต์ 2+ ยังไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ผู้เอาประกันไม่ทราบป้ายทะเบียน หรือไม่สามารถระบุรายละเอียดของคู่กรณีได้ ดังนั้นการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ไว้จึงช่วยได้ กรณีเกิดเหตุการณ์ที่ชนแล้วหนีขึ้นมาครับ 

ประกันรถยนต์ 2+ ที่ไหนดี ในปี 2563

1. Roojai.com รับประกันโดยกรุงไทยพานิชฯ

เหมาะกับ: คนขับที่อายุ 30 ปีขึ้นไป / มีกล้องติดรถยนต์ / ขับแค่ธุระส่วนตัว

รายละเอียด: ทุนประกัน 408,000 บาท ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมด้วย แต่ไม่ครอบคลุมกรณีไฟไหม้และโจรกรรม ซ่อมห้าง ค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท ความคุ้มครองบุคคลภายนอก ชีวิตต่อครั้ง 10,000,000 บาท ชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลภายนอก 2,500,000 บาท ประกันตัวผู้ขับขี่ 300,000 บาท อุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท 

2. ประกันรถยนต์ 2 พลัส จากทิพยประกันภัย

เหมาะกับ: ผู้ขับขี่ทุกช่วงอายุ ที่มีการใช้รถเป็นประจำและต้องจอดรถข้างนอกบ่อย

รายละเอียด: ทุนประกัน 200,000 บาท  คุ้มครองกรณีไฟไหม้และโจรกรรม 200,000 บาทแต่ไม่คุ้มครองกรณีน้ำท่วม ซ่อมอู่ ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ความคุ้มครองบุคคลภายนอก ชีวิตต่อครั้ง 10,000,000 บาท ชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลภายนอก 2,500,000 บาท ประกันตัวผู้ขับขี่ 200,000 บาท อุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท 

3.ประกันคุ้มเวอร์! Value Plan แผนระบุชื่อ ผ่อน 0% ไม่ต้องใช้บัตร

เหมาะกับ: คนที่เป็นเจ้าของรถ และใช้รถเพียงคนเดียว สามารถระบุลงไปในกรมธรรม์ได้ คนที่ต้องการผ่อนชำระค่าประกันเป็นงวด แม้ไม่มีบัตรเครดิต

รายละเอียด: ทุนประกัน 350,000 บาท  ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม 350,000 บาท คุ้มครองกรณีไฟไหม้และโจรกรรม 480,000 บาท , ซ่อมอู่, ค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท, ความคุ้มครองบุคคลภายนอก ชีวิตต่อครั้ง 10,000,000 บาท, ชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลภายนอก 2,500,000 บาท, ประกันตัวผู้ขับขี่ 200,000 บาท อุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท 

จะเห็นได้ว่า ประกันรถยนต์ 2+ นั้นมีให้เลือกหลากหลายแบบตามไลฟ์สไตล์ของเราอย่างที่พี่หมีได้บอกไปใช่มั้ยล่ะครับ โดยเริ่มต้นค่าเบี้ยเพียงแค่ 6,000 บาทเท่านั้น และบางแผนก็ยังมีให้ผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันได้แม้จะไม่มีบัตรเครดิตอีกด้วย สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการค้นหา ประกันชั้น 2+ 2563 เพิ่มเติม สามารถค้นหาได้จากรุ่นและปีของรถยนต์ที่เพื่อน ๆ ใช้อยู่ พร้อมเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละแผนได้ที่เว็บไซต์ของพี่หมีง่าย ๆ  โดยคลิ๊กที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ได้เลยครับ 

เปรียบเทียบประกันรถยนต์